ไอแดน เมลเลอร์ ผู้เป็นทั้งนักประดิษฐ์และเจ้าของ “เดอะ บาร์น แกลเลอรี” หอศิลป์ที่ เซนต์ จอห์นส์ คอลเลจ บนถนนเซนต์จอห์นส์ สตรีท ในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ กำลังเตรียมการจัดแสดงงานศิลปะที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนขึ้นที่หอศิลป์ ซึ่งตนเองเป็นเจ้าของตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม ให้ชื่อนิทรรศการงานศิลปะครั้งนี้เอาไว้ชวนฉงนว่า “อนาคตอันไม่มั่นคง”
เมลเลอร์ อธิบายถึงการจัดแสดงครั้งนี้ว่าเป็นการจัดแสดงผลงานเดี่ยวของ “ศิลปินหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์เอไอเสมือนจริงสูงสุด” เป็น “ครั้งแรกในโลก”
ชื่อของศิลปิน “สตรี” ที่เป็นหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ หรือหุ่นเหมือนมนุษย์ ที่มาแสดงตัวอยู่พร้อมกับผลงานของตัวเองทุกครั้ง ทุกวัน คือ “ไอ-ดา” (Ai-Da) ในชุดเบลาซ์สีขาว ปล่อยผมยาวสบายๆ แต่ที่ต่างออกไปจากมนุษย์อย่างสำคัญก็คือส่วนแขนของ “ไอดา” ที่เป็นแขนกล ส่งเสียงบี๊บๆ อยู่ตลอดเวลาขณะลากดินสอวาดลายเส้นไปตาม “ต้นแบบ” ที่ “ตา” ของเธอ “มองเห็น”

“ไอดา” เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ อาดา เลิฟเลซ นักคณิตศาสตร์และนักคอมพิวเตอร์ศาสตร์ยุคบุกเบิกชาวอังกฤษ สามารถ “มอง” เห็นสิ่งต่างๆ ได้ด้วยลูกตาที่มีกล้องติดตั้งอยู่ภายในแล้วนำสิ่งที่เห็นนั้นประมวลผลผ่านอัลกอริธึม ที่บรรดาทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยในการควบคุมและประสานงานให้แขนกลที่ทำหน้าที่จับดินสอของเธอทำหน้าที่รังสรรค์งานศิลปะขึ้นมา
“ไอดา” ใช้ดินสอ หรือ ปากกา สำหรับสเกตช์ภาพที่เห็น เพื่อนำไปเป็น “แปลน” สำหรับงานจิตรกรรมและเครื่องปั้น โดยเมลเลอร์อธิบายว่า “ไอดา” บันทึกสิ่งที่พบเห็นรวมถึงสีสันไว้ในรูปทรง 3 มิติเป็นภาพดรอว์อิ้ง จากภาพดรอว์อิ้งดังกล่าวนั้น อัลกอริธึม เปลี่ยนมันผ่านระบบพิกัดคาร์ทีเซียน (Cartesian coordinate system) ซึ่งใช้กำหนดตำแหน่งของวัตถุเป็น 2 มิติบนแนวระนาบ แล้วจึงผลิตออกมาเป็นผลงานสุดท้าย งานเพนต์ หรืองานจิตรกรรมของไอดานั้น จะถูกพิมพ์ลงบนผ้าใบอีกต่อหนึ่ง

เมลเลอร์บอกว่า ตนรวมถึงทุกคนในทีม ไม่รู้แน่ชัดว่ารูปดรอว์อิ้งที่ไอดาสเกตช์ออกมานั้น จะปรากฏออกมาเป็นผลงานใหม่ในรูปแบบไหนกันแน่ ความไม่แน่นอนดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการสร้างงานเช่นงานศิลปะอย่างนี้
ผลงานของไอดาที่ถูกนำออกมาจัดแสดงในครั้งนี้ ประกอบด้วย ภาพดรอว์อิ้ง 8 ภาพ, ภาพจิตรกรรม 20 ภาพ, ผลงานประติมากรรม 4 ชิ้น และผลงานวิดีโออีก 2 ชิ้น
งานดรอว์อิ้ง ชิ้นหนึ่งเป็นภาพที่อุทิศให้กับ อาดา เลิฟเลซ และอลัน เทอริง สองนักคณิตศาสตร์เลื่องชื่อชาวอังกฤษ อีกชิ้นเป็นผลงานจิตรกรรมภาพต้นไม้แนวแอบสแตรคท์, ประติมากรรมที่มีพื้นฐานมาจากดรอว์อิ้งภาพ “ผึ้ง” ของไอดา และหนึ่งในงานวิดีโอของไอดา ถูกตั้งชื่อว่า “ไพรเวซี” เพื่ออุทิศให้กับผลงานชื่อ “คัท พีซ” ของ โยโกะ โอโนะ เมื่อปี 1965
เมลเลอร์บอกว่า การจัดแสดงครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการจัดแสดงเพื่อ “ขาย” ผลงานที่นำมาแสดงเหล่านั้น เนื่องจากผลงานทั้งหมดมีผู้ซื้อไปเป็นเจ้าของจนหมดเกลี้ยงแล้ว
วัตถุประสงค์ของการจัดแสดงครั้งนี้จึงเป็นเพียงการนำ “สำเนียงใหม่ในโลกศิลปะ” มาสู่ผู้เสพงานศิลป์ทุกคนเท่านั้น และสิ่งนี้กลับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของโครงการศิลปินฮิวมานอยด์ครั้งนี้
เพราะ “สำเนียงแห่งเทคโนโลยี” คือสิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้ การแสดงงานศิลป์ครั้งนี้ ไม่เพียงต้องการนำเสนอให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ที่เป็นเทคโนโลยีแห่งยุคสมัยนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นการท้าทาย กระตุ้นให้คำนึงถึงและสำรวจตรวจสอบ ทำความเข้าใจถึงการใช้เอไออย่างบิดเบือนอีกด้วย
“เพราะเราเป็นกังวลต่อการใช้เอไออย่างบิดเบือน ดังนั้น เราจึงต้องการให้มีการพินิจพิเคราะห์เชิงจริยธรรมในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวเนื่องกับเอไอ” เมลเลอร์ระบุ

