นายโนริชิเกะ โมริโมโตะ รองประธานไอบีเอ็ม โกลบอล และผู้อำนวยการวิจัยของบริษัทไอบีเอ็ม ยักษ์ใหญ่ด้านคอมพิวเตอร์จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยในงาน “ไอบีเอ็ม ธิงค์ ซัมมิท” ที่ไทเป เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าทางบริษัทเตรียมนำเสนอ ควอนตัม คอมพิวเตอร์ สำหรับใช้งานในเชิงพาณิชย์ออกมาภายในช่วงระหว่าง 3-5 ปีข้างหน้านี้
ไอบีเอ็ม เป็นหนึ่งในหลายบริษัทระดับโลกที่ค้นคว้าวิจัยและพัฒนาคอมพิวเตอร์สำหรับการประมวลผลสมรรถนะสูง ซึ่งอาศัยคุณสมบัติเชิงควอนตัมของอะตอมมาเป็นเครื่องมือในการประมวลผลมาตั้งแต่ปี 1996 เมื่อถึงปี 2016 ไอบีเอ็มประกาศความสำเร็จเผยโฉม ควอนตัม คอมพิวเตอร์เครื่องแรกมีความสามารถในการประมวลผลระดับ 5 คิวบิต
ในปี 2017 ไอบีเอ็มประกาศว่า ควอนตัม คอมพิวเตอร์ระดับ 50 คิวบิต ของตนจะพัฒนาสำเร็จภายในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า
หลังจากนั้น เมื่อต้นปีที่ผ่านมาในงานซีอีเอส ที่สหรัฐอเมริกา ไอบีเอ็มนำเอาตัว “ไอบีเอ็ม คิวซิสเต็ม วัน” (IBM Q System One) มาเผยโฉมให้โลกได้เห็นกันจะๆ ว่าเครื่องควอนตัม คอมพิวเตอร์ขนาด 20 คิวบิต เครื่องแรกของโลกหน้าตาเป็นอย่างไร
นายโมริโมโตะอ้างว่า ในอีกไม่ช้าไม่นานต่อไปนี้ ไอบีเอ็มกำลังจะเปิดตัวควอนตัม คอมพิวเตอร์ระบบใหม่ที่คิวบิตสูงขึ้นไปอีก ซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคำกล่าวอ้างที่สอดคล้องกับแนวทางที่เป็นมา ที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์พัฒนาขีดความสามารถในการประมวลผลได้สูงขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกปี ซึ่งภายใต้สมมุติฐานนี้ โลกก็จะมี คิว ซิสเต็ม ที่มีขีดความสามารถในการประมวลผล 40 คิวบิต ภายในปี 2020 นี้
ในทางเทคนิค คิวซิสเต็ม วัน ถือเป็นควอนตัมคอมพิวเตอร์ในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นคอมพิวเตอร์ในเชิงพาณิชย์ที่โมริโมโตะอ้างถึงคืออะไรกันแน่?
นักวิจัยควอนตันคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมดให้ความเห็นไว้ตรงกันว่า ถ้าจะให้ ควอนตัม คอมพิวเตอร์ ได้รับการยอมรับและมีการนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์กันจริงๆ ควอนตัม คอมพิวเตอร์ ต้องพัฒนาขีดความสามารถจนผ่านระดับที่เรียกว่า “ควอนตัม สุพรีมเมซี” ก่อนเป็นลำดับแรก
ควอนตัม สุพรีมเมซี คือขีดความสามารถในการประมวลผลที่สูงกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ประดามีทั้งหลายที่ใช้ระบบประมวลผลไบนารี (คือ 0 กับ 1) บนโลกนี้ทั้งหมด
เพื่อให้บรรลุถึงความเหนือกว่าที่ว่านั้นให้ได้ ควอนตัม คอมพิวเตอร์ ต้องมีศักยภาพในการประมวลผลตั้งแต่ 50 คิวบิตเป็นต้นไป
ที่ 40 คิวบิต ถ้าหากเป็นจริงในปีหน้า ก็เท่ากับว่าไอบีเอ็มเข้าใกล้ระดับสุพรีมเมซีมากอย่างยิ่งแล้ว
ไอบีเอ็มไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่วิจัยและพัฒนาควอนตัม คอมพิวเตอร์ สู่ระดับสุพรีมเมซี บริษัทอย่าง ไมโครซอฟท์, เอ็นอีซี, ฟูจิตสึ แม้กระทั่งอาลีบาบา ก็ลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้เช่นเดียวกัน
นอกจากนั้น กูเกิลเองก็เคยประกาศเช่นกันว่าเตรียมนำเสนอ “ควอนตัม โซลูชั่น” ของตนเองออกมาในเชิงพาณิชย์ภายในอีก 3 ปีข้างหน้าเท่านั้น
แต่แม้ว่าจะพัฒนาถึงระดับสุพรีมเมซีแล้วก็ตาม ใช่ว่าควอนตัม คอมพิวเตอร์ ในเชิงพาณิชย์ที่ว่านั้นจะกลายเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) เหมือนอย่างที่เราใช้กันทุกวันนี้ได้แต่อย่างใด
ระบบของควอนตัม คอมพิวเตอร์ที่พัฒนากันมาในเวลานี้ เปรียบได้ก็เหมือนกับระบบคอมพิวเตอร์ “เมนเฟรม” ในอดีต ที่ทั้งใหญ่และมีข้อจำกัดอีกมากมาย เช่น ต้องมีห้องจัดเก็บต่างหาก ต้องทำงานภายในระดับความเย็นจัดที่ -273 องศาเซลเซียสเท่านั้นเพื่อป้องกันไม่ให้การเคลื่อนไหวเชิงควอนตัมของอะตอม (ซึ่งคือการประมวลผล) ถูกรบกวนจากภายนอก
ซึ่งรวมทั้ง “เสียง” ที่สามารถทำให้การประมวลผลล่ม หรือชะงักได้ทันทีนั่นเอง

