World Update…เธอคือ ‘สิ่งมหัศจรรย์’ หมอบอกจะ ‘ตาย’ ตั้งแต่แรกคลอด แต่ตอนนี้ จบปริญญาแล้ว
สิ่งมหัศจรรย์ – เรื่องราวชีวิตของเนคิเดีย แฮร์ริส หญิงชาวนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาวัย 24 ปี เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ตอกย้ำความจริงที่ว่า “อย่าให้คำพูดของใครมาตัดสินชีวิตเรา” เพราะไม่มีคำพูดของใคร “ศักดิ์สิทธิ์” ถึงขนาดจะสามารถชี้ชะตา หรือตัดสินชีวิตของใครได้
พ่อแม่ของเนคิเดีย แฮร์ริส เล่าว่า แพทย์บอกว่าลูกสาวตัวน้อยของพวกเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่น่าจะเกิน 3 วันหลังจากคลอด เพราะเกิดมาพร้อมกับความพิการซับซ้อนหลายอย่าง รวมทั้งมีสภาพกระดูกเปราะอีกด้วย
แต่เนคิเดีย ซึ่งสูงเพียง 2 ฟุต หรือราว 61 เซนติเมตร ก็อยู่รอดมา 24 ปี ถึงแม้ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอจะต้องเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากกระดูกหักมาหลายครั้ง แต่เนคิเดียก็ไม่ท้อ และเพิ่งเรียนจบ เข้ารับปริญญาสาขาสังคมสงเคราะห์จากวิทยาลัย Medgar Evers College ในนิวยอร์ก เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
“ฉันดีใจมาก หลังจากที่ตั้งใจ ทุ่มเท บางคืนก็นอนน้อย หรือบางคืนก็แทบไม่ได้นอนเลยในที่สุด ฉันรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ฉันสามารถเรียนจบปริญญาตรี สาขาสังคมสงเคราะห์” เนคิเดียให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ WABC-TV แต่ก็ว่า “ฉันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า โอ้ มาย ก๊อด มันเป็นเรื่องจริงหรือนี่ ฉันขอบคุณพระเจ้าทุกวัน”
แดสไลน์ แฮร์ริส พูดถึงลูกสาวอย่างภาคภูมิใจว่า
“เธอเป็นเหมือนแสงสว่าง ไม่ว่าห้องนั้นจะมืดมิดสักแค่ไหน เธอก็สามารถทำให้ห้องนั้นสว่างขึ้นมาได้”
หญิงสาวผู้ไม่ยอมให้ความบกพร่องทางร่างกายมาเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต ซึ่งเธอยังมีเป้าหมายต่อไปต้องการเรียนต่อปริญญาโทที่ยอร์ก คอลเลจ เล่าว่า พ่อคือบุคคลที่มีส่วนสำคัญในความสำเร็จของเธอ เพราะนายไมเคิล แฮร์ริส จะพร่ำสอนเธอมาตลอดว่า
“จงใช้สมองให้เป็นความสูงของตัวเอง เป็นคำสอนที่ฉันยึดมั่น และฉันก็มั่นใจว่าฉันได้ใช้สมอง ความคิดเป็นความสูงของฉัน”
ไมเคิลให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ WABC-TV ถึงลูกสาวว่า “ไม่มีใครรังเกียจเธอ ไม่มีใครปฏิบัติต่อเธอแตกต่างจากคนอื่น เพราะทุกคนต่างเห็นว่าเธอก็สูงเท่าพวกเขา” นั่นก็เป็นเพราะ ความมุ่งมั่น ความเป็นตัวเองของเนคิเดีย มันโดดเด่น กระทั่งกลบความบกพร่องของเธอหมด
ทั้งนี้ หญิงสาวสุดสตรองเล่าว่า ตอนนี้เธอเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิแฮร์ริส แฟมิลี วิชั่น ฟาวเดชั่น (Harris Family Vision Foundation) ที่ให้ความช่วยเหลือผู้พิการ ซึ่งเธอก็ทำงานอยู่ที่นั่นด้วย
“ฉันชอบช่วยผู้คน โดยเฉพาะเด็ก ยิ่งตอนนี้ฉันมีปากเสียง มีคนฟังสิ่งที่ฉันพูด ฉันยิ่งต้องการช่วยพวกเขาทุกวิถีทางที่สามารถทำได้ “
ระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อ เนคิเมียบอกว่า เธอหวังให้เรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนรู้สึกอยากให้อะไรตอบแทนแก่สังคม
“อย่าให้ใครมาหยุดคุณไม่ให้เดินตามความฝัน และหากคุณนึกอยากจะให้คืนกลับต่อสังคม จงให้เลย ให้ได้ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น สวดมนต์ภาวนา หรือบริจาคให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ”



