วัยรุ่น “กะโหลกงอก” ผิดรูป ชี้เหตุเพราะ “สมาร์ทโฟน”

19.06.19 | 17:01 น.
สังคมก้มหน้าในปัจจุบันอาจก่อให้เกิดภาวะกะโหลกงอกผิดปกติ(ภาพ-JShoot-com via Pixabay)

เดวิด ชาฮาร์ นักวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัย เดอะซันไชน์ โคสต์ ประเทศออสเตรเลีย เผยแพร่ผลงานวิจัยจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างร่วมจำนวนมากร่วมกับทีมวิจัยพบว่า กะโหลกศีรษะของคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มงอกผิดรูป แตกต่างออกไปจากปกติ สาเหตุอาจมาจากการที่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันก้มหน้าใช้เวลาอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือ แท็บเล็ตมากเกินไป จนทำให้กะโหลกศีรษะต้องพัฒนาผิดปกติเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เห็นได้ชัดจากการที่บริเวณฐานกะโหลกส่วนท้ายทอยมีกระดูกงอกออกมาใหญ่ผิดปกติ

กระดูกที่งอกใหญ่ผิดปกติดังกล่าว ในทางการแพทย์รู้จักกันในชื่อ “เอ็กซ์เทอร์นัล ออคซิพิทัล โพรทิวเบอแรนซ์” (external occipital protuberance) โดยขนาดของกระดูกดังกล่าวในสภาพปกติจะมีขนาด 5 มิลลิเมตรเท่านั้น ในกรณีที่ตรวจสอบพบในบางคนมีขนาด 10 มิลลิเมตร ถือว่าเป็นขนาดใหญ่กว่าขนาดของคนทั่วไปแล้ว

กะโหลกศีรษะ แสดงจุดที่ตั้งของ “เอ็กซ์เทอร์นัล ออคซิพิทัล โพรทิวเบอแรนซ์” (ภาพ-CC BY-SA 2.1 wikippedia)

แต่จากการสำรวจวิจัยเมื่อปี 2016 ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ เจอร์นัล ออฟ อนาโตมี ชาฮาร์ และทีมวิจัยใช้วิธีเรดิโอกราฟ เพื่อตรวจสอบในกลุ่มตัวอย่าง 218 คน อายุระหว่าง 18 ปี จนถึง 30 ปี เพื่อตรวจสอบปุ่มฐานกะโหลก บริเวณท้ายทอย

ดังกล่าวนี้ ผลจากการสำรวจพบว่า 41 เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มตัวอย่าง มีปุ่มกะโหลกขนาดใหญ่ คือราว 10 มิลลิเมตร และมีอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ที่มีขนาดใหญ่พิเศษ กล่าวคือวัดขนาดได้ถึงอย่างน้อย 20 มิลลิเมตร โดยปุ่มฐานกะโหลกบริเวณท้ายทอยที่ใหญ่ที่สุดที่พบในกลุ่มตัวอย่างนี้ ใหญ่ถึง 35.7 มิลลิเมตรเลยทีเดียว

ในการศึกษาวิจัยทำนองเดียวกันอีกครั้งของชาฮาร์และทีม โดยใช้กลุ่มตัวอย่างมากถึง 1,200 คน ช่วงอายุระหว่าง 18-86 ปี แสดงให้เห็นชัดเจนว่าภาวะกระดูกฐานกะโหลกงอกขยายใหญ่ผิดปกตินี้พบมากในหมู่คนอายุยังน้อย เพราะแม้ว่าโดยภาพรวมพบว่า 33 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างมีอาการงอกขยายใหญ่ผิดปกติของ เอ็กซ์เทอร์นัล ออคซิพิทัล โพรทิวเบอแรนซ์ แต่สัดส่วนจะสูงกว่ามากหากตรวจสอบเฉพาะในกลุ่มอายุระหว่าง 18-30 ปี ของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว

Advertisement

งานวิจัยทั้งสองไม่ได้แสดงให้เห็นว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะดังกล่าว แต่เป็นไปได้ที่ว่า สาเหตุอาจจะเกิดจากการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์กันมากในแต่ละวัน ทำให้คอและศีรษะอยู่ในสภาพก้ม และเกร็งอยู่เป็นระยะเวลานานๆ ชาฮาร์ระบุว่า ศีรษะของคนเราไม่ได้เบาๆ แต่มีน้ำหนักมากถึง 4.5 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย การก้มหน้าเป็นเวลานานๆ ต่อครั้งจึงทำให้คอและส่วนฐานกะโหลกต้องรับน้ำหนักมากผิดปกติ บางครั้งก่อให้เกิดอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อคอที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า “เท็กซ์ เน็ค” นั่นเอง

สภาพดังกล่าวเมื่อดำเนินไปนานๆ ร่างกายจะตอบสนองต่อการเปลี่ยน แปลงนี้ด้วยการงอกขยายกระดูกฐานกะโหลกให้ใหญ่ขึ้น เพื่อทำหน้าที่กระจายน้ำหนักของศีรษะให้กระจายออกไปเป็นบริเวณกว้างขึ้นกว่าเดิม

“ผมเปิดคลินิกมานาน 20 ปีแล้ว เพิ่งจะใน 10 ปีหลังนี้เองที่พบผู้ป่วยจำนวนมากที่มีขนาดกระดูกฐานกะโหลกขนาดใหญ่เช่นนี้” ชาฮาร์ระบุ

ผู้วิจัยระบุชัดเจนว่า กระดูกฐานกะโหลกดังกล่าวใหญ่แล้วก็จะเป็นอยู่อย่างนั้น และมีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้นในอนาคต

แต่ถ้าหากผู้เป็นเจ้าของกะโหลกไม่รังเกียจหรือเป็นกังวล ปรากฏการณ์นี้ก็ไม่ส่งผลต่อสุขภาพแต่อย่างใด