นับถอยหลังฟุตบอลยูโร2016! พนันออนไลน์’ร้ายฝังลึก’ เตือน’พ่อแม่’สร้างภูมิคุ้มกัน’ลูก’

อาศัยมหกรรมฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่จะจัดระหว่าง 10 มิถุนายน-10 กรกฎาคม ตีปี๊บอีกครั้งกับปัญหาเดิมๆ เพิ่มเติมคือ “เทคโนโลยี” ในงานประชุมวิชาการ “การพนันในยุคเปลี่ยนผ่าน” จัดโดยศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ ประธานกรรมการกำกับทิศทางกลุ่มแผนงานด้านการลดปัญหาพนัน สสส. กล่าวว่า จากตัวเลขการสรุปคดีที่ขึ้นสู่ศาลของสำนักงานศาลยุติธรรม ปี 2558 คดีการพนันเป็นคดีที่เข้าสู่ศาลชั้นต้นอยู่ในลำดับที่ 3 คือ 76,141 คดี เป็นการตอกย้ำให้ คสช.และรัฐบาลได้เห็นความสำคัญของปัญหา กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และควรมีเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหาการพนันอย่างแท้จริง

ภายในงานได้เปิดผลการศึกษาสถานการณ์พฤติกรรมการพนันในประเทศไทย ประจำปี 2558 ซึ่งน่าสนใจไม่น้อย เพราะพบ เด็กเริ่มเข้าสู่การพนันที่อายุ 7 ขวบ จากการเล่นไพ่ น้ำเต้าปูปลา ขณะที่ การพนันที่เริ่มและเล่นกันมากที่สุดคือสลากกินแบ่งรัฐบาล รองลงมาคือหวยใต้ดิน และพนันทายผลฟุตบอล แต่ผลการศึกษาพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยที่จะเปิดบ่อนกาสิโนและเปิดพนันทายผลฟุตบอลอย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าตอนนี้คือ “การพนันแฝง”

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เล่าว่า ที่การพนันไม่มีวันหมดไปในประเทศไทย เพราะมันอยู่รอบๆ ตัวเรา อย่างในสื่อหลักและสื่อออนไลน์ ที่ตอนนี้มีการโฆษณาเครื่องดื่มชาเขียวเสี่ยงโชครับของรางวัลใหญ่ นี่ถือเป็นการพนันหรือไม่ ที่สำคัญ การที่เด็กและเยาวชนได้เห็น ได้ร่วมกระบวนการเสี่ยงโชค ย่อมมีผลต่อสมองด้วยการไปกระตุ้นสมองส่วนอยาก เมื่อถูกกระตุ้นมากๆ ก็จะมีผลไปควบคุมสมองส่วนคิด ทำให้ยังเล่นและเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่รู้ว่าไม่ดี จนกลายเป็นผู้เสพติดการพนันและเสียอนาคตในที่สุด

“ช่วงวัยรุ่นอายุ 12-25 ปี สมองส่วนหน้าซึ่งเกี่ยวกับวิจารณญาณและการตัดสินใจยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทำให้เสพติดการพนันได้ง่ายกว่าช่วงวัยอื่น ซึ่งผลวิจัยยืนยันว่า หากผู้ปกครองปล่อยให้บุตรหลานเข้าสู่การพนันตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น เขาเสี่ยงจะติดเหล้า 5 เท่า เสี่ยงติดยาเสพติด 6 เท่า เสี่ยงสูบบุหรี่ 3-10 เท่า เสี่ยงใช้ความรุนแรงและอาวุธ 6 เท่า และนำไปสู่การฆ่าตัวตายและมีทักษะในการใช้ชีวิตลดลง” นพ.ยงยุทธกล่าว

สำหรับทางออกนั้น นพ.ยงยุทธเชื่อว่า พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในการปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่าง ไม่เล่นการพนัน ขณะที่ภาครัฐ อย่างแรกต้องอย่าให้มีโฆษณาลักษณะเสี่ยงโชคมากกว่าขายผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญรัฐต้องให้ความสำคัญเรื่องการพนันออนไลน์ เทียบเท่าเรื่องความมั่นคงของประเทศที่ตามจับกันในหน้าหนังสือพิมพ์ตอนนี้ อยากให้ตามเบื้องลึกเลยว่าเส้นทางการเงินพวกนี้เป็นอย่างไร รวมถึงสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในโรงเรียนที่จะทำให้เด็กรู้ว่าการพนันคืออะไร มีโอกาสชนะเท่าใดในเชิงคณิตศาสตร์ มายาคติเล่นการพนันแล้วรวยจริงหรือไม่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เนิ่นๆ และสำหรับใครที่เสพติดการพนันไปแล้วอยากเลิก สามารถโทรขอคำปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 เพราะโรคติดพนันรักษาได้

ปัญหาการพนันไม่ได้ถาโถมในเยาวชนไทยอย่างเดียว ทั่วโลกเขาก็เป็นกัน แต่สำคัญคือวิธีจัดการ ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก นายกสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ได้ศึกษาการจัดการปัญหาพนันใน 5 ประเทศ ที่มีปัญหาเด็กและเยาวชนกับการพนัน พบสาระสำคัญเช่นใน แคนาดา ที่การพนันถูกมองเป็นงานอดิเรก ใช้มาตรการรณรงค์สร้างสื่อการเรียนรู้ เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ วิดีโอ แสดงปัญหาที่เกิดจากการพนัน รวมถึงข้อมูลและความรู้ในทางคณิตศาสตร์ เจาะกลุ่มเป้าหมายนักเรียนในโรงเรียน, นิวซีแลนด์ รัฐบาลประกาศให้การพนันเป็นปัญหาสาธารณสุข ต้องได้รับการแก้ไขจริงจัง ต่อมาได้จัดทำแผนการลดอันตรายจากการพนัน ซึ่งดูแลตั้งแต่งานป้องกัน ให้ความรู้ จนถึงบำบัดฟื้นฟู และเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรการเรียน, สหราชอาณาจักร ที่การพนันถูกกฎหมาย แต่กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการพนันต้องมีนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม ตั้งแต่การให้เงินสนับสนุนการวิจัยด้านการป้องกันและบำบัดเยียวยาปัญหาการพนัน ให้ความรู้เพื่อป้องกัน ตลอดจนห้ามรับเด็กและเยาวชนเข้าเล่นการพนัน

“ตอนนี้การพนันออนไลน์กำลังมาแรง ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วและจากที่ไหนก็ได้ ก็เป็นห่วงว่าเด็กและเยาวชนจะรู้เท่าทันหรือไม่ ส่วนตัวเสนอว่าควรกำหนดเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นปัญหาสาธารณสุข มีชุดการเรียนรู้สอนในโรงเรียน และการตั้งกองทุนอิสระ จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันศึกษาวิจัย ติดตามสถานการณ์ความรุนแรง รณรงค์สร้างภูมิคุ้มกัน ตลอดจนบำบัดรักษา” ดร.ธีรารัตน์กล่าว

ด้าน นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวเสริมเรื่องการพนันออนไลน์ว่า เดี๋ยวนี้มีธุรกิจรับพนันออนไลน์มากมาย สามารถเข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าจะอยู่ในห้องนอนหรือห้องน้ำ ไม่เหมือน 5-10 ปีก่อนที่จะเล่นพนันทายผลฟุตบอลต้องไปที่โต๊ะบอลหรือตามร้านสนุ้ก ขณะที่โปรแกรมแข่งขันฟุตบอลก็มีหลากหลายตลอดทั้งคืนและเตะแทบทุกวัน อย่างเพื่อนตนคนหนึ่งที่พนันบอลช่วงหัวค่ำ เพียงแค่ต้องการเอาทุน 2,000 บาทคืน ก็ตามเล่นต่อจนถึงเช้ามืดและสรุปเสียไปหลายหมื่น ตรงนี้ก็น่าเป็นห่วงว่าเด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายได้เป็นของตนเองจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

“หลายคนมองว่าการพนันเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะอยู่คู่สังคมไทยมานาน การมองอย่างนี้เท่ากับยอมแพ้ ทั้งที่ผลการศึกษาก็ชี้ชัดว่าผลกระทบทางลบจะเกิดขึ้นหลายอย่างเมื่อเล่นการพนัน ทั้งกับตัวเองและการสืบทอดเป็นดีเอ็นเอไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน”

ในแง่คนที่คลุกคลีกับเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่มีปัญหาพนัน ณัฐพงศ์มองทางแก้ปัญหาว่า อย่างแรกต้องชัดเจนก่อนว่าการพนันคืออะไร มีอะไรบ้าง ซึ่งก็ต้องบอกว่า พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ของเราล้าหลังมาก หลายรายการเราไม่ค่อยได้เล่นแล้ว ส่วนการพนันรูปแบบใหม่ก็ไม่มีในกฎหมายนี้ ฉะนั้นกฎหมายควรปรับปรุงให้ทันสมัย หรืออย่างน้อยๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ให้เคร่งครัดเป็นรูปธรรมก่อน

“เพราะทุกวันนี้ประชาชนยังรู้ว่ามีโต๊ะบอล หรือบ่อนตามจุดนั้นจุดนี้ แต่ทำไมตำรวจไม่รู้”

 

lad01010659p2

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี วงศ์ธนะเอนก, ณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว

วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์, นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์

 IMG_8764-vert

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon