แซ่บเหมือนเดิม ผู้หญิงทรงพลัง ‘วทานิกา’ คัมแบ๊ก ซีซั่น 2!
วทานิกา คัมแบ๊ก – สร้างวลีฮิตไปทั่วโลกออนไลน์ และกลายเป็นไวรัลที่ชาวเน็ตกดไลค์ กดแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง สำหรับรายการเรียลิตี้ This is Me VATANIKA ซีซั่น 1 ที่เรียกสปอตไลต์ส่องมาที่ วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา หรือ “แพร” ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์แฟชั่น VATANIKA (วทานิกา) ให้กลายเป็นที่จับตามองและเป็นที่รู้จักภายในชั่วข้ามคืน เพราะไม่ธรรมดาตั้งแต่การแถลงข่าวเปิดตัวรายการที่งานนี้ปูพรมแดง เดินลงจากโรลส์ รอยซ์ คันหรู ห้อมล้อมด้วยบอดี้การ์ดสุดล่ำ
ล่าสุด วทานิกาก็ไม่ทำให้ผิดหวังปล่อยของอย่างต่อเนื่อง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรายการเรียลิตี้ This is Me VATANIKA ซีซั่น 2 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ถ้าคุณคิดว่ารู้จักเราดีพอแล้ว คุณคิดผิด” ณ คริสตัล คอร์ท ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน ด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง ท่ามกลางแก๊งเซเลบริตี้สุดซี้ที่ปรากฏตัวมาแล้วในทุกตอนของรายการเรียลิตี้ นอกจากนี้ ยังมีซุปเปอร์สตาร์ตัวแม่อย่าง ชมพู่-อารยา มาร่วมแสดงความยินดีภายในงาน
งานนี้แม่ชมก็ถึงกับออกปากแซวเจ้าของงานว่า “นี่แหล่ะเน็ตไอดอลคุณภาพ” เรียกรอยยิ้มแก่คนทั้งงาน


ฮอตขนาดนี้ก็ต้องขอ “จับเข่าคุย” อัพเดตถึง “ความเปลี่ยนแปลง” หลังจากที่ซีซั่นแรกปิดฉากลงไปอย่างสวยงาม
วทานิกาเล่าว่า ชีวิตไม่ค่อยเปลี่ยนไปเท่าไหร่ อาจจะมีแฟนคลับมาขอถ่ายรูปบ้าง แต่นอกนั้นก็เหมือนเดิม กระนั้นหลังจากที่รายการซีซั่นหนึ่งจบลง ก็มีแฟนๆ เรียกร้องให้มีซีซั่นที่ 2 เข้ามาเรื่อยๆ สำหรับเธอแล้วเรียกว่าเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง เพราะตอนแรกตั้งใจเพียงจะทำรายการเพื่อสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่า “ตัวตน” ของเธอ กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนดู
เธอจึงยกให้การทำรายการเรียลิตี้ This is Me VATANIKA เป็นอีกหนึ่งงานหลัก นอกจากการบริหารและออกแบบเสื้อผ้าแบรนด์ตนเอง
“ชีวิตแพรน่าจะเปลี่ยนไปที่ต้องทำงานหนักขึ้น เพราะตอนแรกเราโฟกัสที่ว่าลูกค้าจะกรี๊ดกร๊าด แต่กลับกลายเป็นว่ารายการของเราได้อินสไปร์คนอื่นๆ ไปด้วย แพรจึงรู้สึกว่าเราต้องทำคอนเทนต์ให้ดีขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นก็ต้องทำงานหนักขึ้นในจุดนี้ ซึ่งแพรรู้สึกมีความสุขและมีคุณค่าสำหรับแพรมากที่ได้ทำ”
สำหรับ “ซีซั่น 2” แฟชั่นดีไซเนอร์สาวเล่าว่า เวลาที่เธอมีกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการออกแบบ จะมีการถ่ายทำเก็บไว้หมด ซึ่งในปีนี้โชคดีที่เธอมีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมร่วมกับแบรนด์อื่นๆ มากมาย เพราะฉะนั้นจึงมีฟุตเทจในการดึงมานำเสนอในรายการได้อย่างหลากหลายและน่าสนใจ
เมื่อถามว่ารู้สึกกดดันไหม หลังจากที่ซีซั่น 1 ประสบความสำเร็จ วทานิกาตอบว่า “ต้องรู้สึกกดดันบ้างอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา เพราะอย่างที่บอกไปว่าเราอยากให้คอนเทนต์ของรายการมีประโยชน์ต่อสังคมด้วย จึงเป็นความกดดันเพราะเราอยากทำออกมาให้ดีมากกว่า แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึก ‘ท้าทาย’ ที่เราจับหลายเรื่องมารวมกันและนำเสนออย่างหลากหลาย”
“แพรคิดว่ายังไม่มีแฟชั่นเฮ้าส์ไหนที่ทำรายการซึ่งมีความหลากหลายทั้งขายเสื้อผ้าและสร้างสรรค์สังคม ซึ่งสำหรับซีซั่นที่ 2 แพรก็รู้สึกว่าตอนซีซั่นแรกมีหลายคนที่ได้ดูและบอกว่า ดูแล้วรู้จักแพรเพิ่มขึ้นมากเลย พอซีซั่น 2 ก็เลยอยากนำเสนอให้ทุกคนได้รู้จักแพรมากขึ้นอีก ว่าแพรมีอะไรมากกว่านั้น” วทานิกากล่าว และว่า
“แพรเป็นดีไซเนอร์ แพรชอบถ่ายทอดความรู้สึกผ่านการสเกตช์ การวาดมากกว่าการนั่งวิเคราะห์ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งที่ได้ดูในซีซั่น 2 ก็ยังคงเป็นไลฟ์สไตล์ของชีวิตแพรเหมือนเดิม แต่อาจจะมีหลายมุมที่เพิ่มเข้ามา”

ส่วนใครที่สงสัยว่า “สาจ๋า” แม่บ้านประจำตัวของวทานิกา ยังจะมาปรากฏตัวในซีซั่นนี้หรือไม่
ก็ตอบได้เลยว่า “ได้เห็นแน่นอน” แถมยังมีบรรดาเซเลบริตี้และคนดังรายอื่นๆ มาร่วมแจมให้ได้ตื่นเต้น
เห็นแบบนี้ เรียกว่าเป็น “ยูทูบเบอร์” อีก 1 อาชีพได้ไหม ?
จุดนี้วทานิกาตอบได้อย่างน่าสนใจว่า “ยังไม่คิดว่าตัวเองเป็นยูทูบเบอร์ ที่แพรเลือกลงรายการในยูทูบเพราะมีอิสระในการเลือกที่จะบรอดแคสต์อะไรก็ได้ โดยไม่มีข้อจำกัด แพรชอบตรงจุดนี้มากกว่า ยังไม่ได้เป็นยูทูบเบอร์เต็มตัว”
นอกจากบทบาทของดีไซเนอร์สาวคนเก่ง เซเลบริตี้ที่มีไลฟ์สไตล์น่าสนใจแล้ว “วทานิกา” ยังนั่งแท่น “ผู้บริหารหญิงคนแรก” ในประเทศไทยที่ได้ให้สัตยาบันนำประเด็นการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศมาให้เป็นหลักการบริหารธุรกิจในบริษัท และเครือข่ายอุตสาหกรรมแฟชั่นและการออกแบบในประเทศไทย ดัน บจก.วทานิกา กรุ๊ป จับมือกับองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women)

เป็นอีกหนึ่ง “ผู้หญิงทรงพลัง” (Empower Women) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องราว “พิเศษ” ในซีซั่น 2
ซึ่งโปรเจ็กต์แรกที่ทางวทานิกาได้เริ่มดำเนินการในบทบาทนี้คือ การเข้าช่วยเหลือผู้หญิงในศูนย์อเนกประสงค์สำหรับผู้หญิง (Multi-Purpose Women’s Centre) คอกส์บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ ที่มีผู้อพยพและผู้ยากไร้อยู่รวมกันกว่า 1 ล้านคน และกว่าครึ่งของประชากรที่นั่นเป็นผู้หญิงและเด็ก ที่ต้องใช้ห้องน้ำรวมกัน ไม่มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม สร้างอาชีพ ตลอดจนมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก เธอจึงตั้งโครงการระดมเงินบริจาคประมาณ 3 ล้านบาท ผ่านการจัดงานกาลาดินเนอร์ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
และเธอได้นำเงินบริจาคมอบผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งเงินส่วนนี้จะถูกนำไปช่วยเหลือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตพื้นฐาน ฝึกอาชีพ และทักษะ ให้สามารถสร้างรายได้ในอนาคตได้ รวมทั้งจะมีอีกหลายโครงการในอนาคตเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงในเรื่องสิทธิและความเสมอภาคต่อไป
“แพรชอบทำอะไรแบบนี้มากกว่า เพราะเราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและจับต้องได้จริงๆ โดยเฉพาะโครงการที่เกิดการพัฒนาในระยะยาว ซึ่งหมวดหมู่ที่แพรทำและช่วยเหลือคือ การสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิง เป็นการสร้างอาชีพ ซึ่งในจุดนี้แพรรู้สึกว่าแพรและบริษัทของเรามีศักยภาพและความสามารถที่จะทำได้ อาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่แพรเชื่อว่าแพรช่วยได้แน่นอน” วทานิกาพูดด้วยความมั่นใจ พร้อมเผยโครงการที่เธอแพลนเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า
“โปรเจ็กต์ต่อไป คือมีวัดหนึ่งในไทยที่แพรชอบไปทำบุญเป็นประจำ ซึ่งทางหลวงพ่อก็อยากจะได้เสื้อกันหนาวไปให้เด็กๆ ที่ขาดแคลน ซึ่งแพรก็มองว่าในบริษัทเรามีผ้าที่ไม่ถูกใช้ ตรงนี้ต้องอธิบายก่อนว่าในการทำแฟชั่นเฮ้าส์ เวลาที่เรามีผ้าที่ไม่ใช้ เหลือจากการตัดเย็บจะต้องส่งไปโรงงานกำจัดเพราะว่าทุกส่วนคือลิขสิทธิ์ของแบรนด์ เช่น ผ้าพิมพ์ลาย แต่ว่าจริงๆ เราสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ แพรเลยคิดว่าจะนำเอาผ้าที่เหลือเนี่ยไปให้ผู้หญิงที่ไม่มีอาชีพหรือว่างงาน แล้วมีจักร ได้นำไปตัดเย็บเพื่อทำเป็นเสื้อกันหนาว กางเกง เพื่อมอบให้แก่เด็กๆ ต่อไป ในปีใหม่นี้เด็กๆ ก็จะได้มีเสื้อผ้าใหม่ใส่ ซึ่งแพรก็อยากลองทำดูก่อน ถ้าทำแล้วมันเวิร์ก แพรก็อยากทำเป็นโครงการระยะยาว” ดีไซเนอร์สาวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

โดยทั้งหมดเป็นการส่งเสริม “การสร้างอาชีพ” ให้แก่ผู้หญิงจริงๆ
เช่นเดียวกับ กรณี “สาจ๋า” แม่บ้านประจำตัวของวทานิกา ที่วทานิกากล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่ามีหลายคนตั้งคำถามว่า “ทำไมถึงพูดเพราะกับแม่บ้าน” จุดนี้เธอก็อยากจะรณรงค์ให้คนรุ่นใหม่ ปฏิบัติกับคนทุกอาชีพอย่าง “เท่าเทียม”
“ตอนแรกที่รายการเผยแพร่ออกไป ก็มีฟีดแบ๊กมาว่า แพรแคสติ้งสาจ๋ามาหรือเปล่า ทำไมพูดด้วยเพราะจัง ตอนนั้นแพรคิดเลยว่า มันแปลกหรอ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะแพรถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่ายิ่งกับคนที่ทำงานใกล้ชิดกับเราต้องยิ่งสุภาพกับเขา ต้องปฏิบัติกับคนทุกอาชีพด้วยความเคารพ แพรเลยอยากรณรงค์เรื่องนี้มากๆ ไม่เพียงแค่กับผู้หญิงเท่านั้นนะ แต่กับทุกคนและไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ตาม เขาก็สมควรที่จะได้รับการเคารพในสิทธิเหมือนกัน”
เรียกว่าเป็น “ผู้หญิง” ที่อินสไปร์ผู้คนได้มากมาย และมีเสน่ห์เมื่อได้สนทนาด้วย
เป็นผู้หญิงเก่งมากความสามารถแบบนี้ วทานิกาก็เผยปรัชญาในการใช้ชีวิตว่า “ทำอะไรที่เรามีความสุข ไม่ทุกข์ดีกว่า พอเราต้องทำหลายๆ อย่าง ก็ต้องหาตรงกลางให้เจอ ทำในสิ่งที่เรามีความสุขจริงๆ”
สุดท้ายเธอนิยามรายการ ซีซั่นที่ 2 ไว้สั้นๆ ว่า “สนุก อินสไปร์ อบอุ่น”
ติดตามได้ทุกวันพุธ เวลา 20.35 น. ทางช่องทางยูทูบ VATANIKA

สนุกอย่างมีสไตล์
ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน


