รายงานวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ผ่านวารสารวิชาการ จีโอฟิสิคอล รีเสิร์ช เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุถึงหลักฐานอีกประการที่บ่งชี้ว่าครั้งหนึ่งบนดาวอังคารเคยเต็มไปด้วยน้ำที่อาจรองรับสิ่งมีชีวิตเหมือนมหาสมุทรบนพื้นโลก หลักฐานใหม่ดังกล่าว คือการค้นพบ “คาร์บอเนต” ในหินดาวอังคารอายุ 3,800 ล้านปี ในบริเวณที่แอ่งที่ราบลุ่ม ฮายเกนส์ ซึ่งครอบคลุมระยะทางราว 467 กิโลเมตร เจนีซ บิชอป นักชีวดาราศาสตร์ หัวหน้าทีมวิจัยดังกล่าวระบุว่า คาร์บอเนตมีความสำคัญเพราะเป็นแร่ธาตุที่พบทั่วไปในมหาสมุทรบนโลกของเรา เป็นห่วงโซ่ที่สำคัญของวัฏจักรคาร์บอน โดยที่สัตว์ทะเลหลายชนิดใช้คาร์บอเนตนี่เองในการสร้างเปลือกหรือกระดองของตน
ข้อมูลเกี่ยวกับคาร์บอเนตดังกล่าวได้จากภาพถ่ายพื้นผิวโดยละเอียดของ มาร์ส เรคอนเนสแซนซ์ ออร์บิเตอร์ ยานสำรวจพื้นผิวที่โคจรอยู่โดยรอบดาวอังคาร ซึ่งในเวลานี้สามารถเก็บภาพรายละเอียดสูงของพื้นผิวดาวดวงนี้ส่งกลับมายังโลก และดูเหมือนว่าหลายๆ พื้นที่บนดาวอังคาร รวมทั้งแอ่งที่ราบฮายเกนส์ และหลุมอุกกาบาต ลูคายา จะครอบคลุมเต็มไปด้วยคราบของคาร์บอเนต
“หลักฐานนี้แสดงให้เห็นอย่างแน่นหนาว่าการคาดการณ์ว่าดาวอังคารเคยมีสภาวะแวดล้อมเป็นน้ำนั้นไม่ได้เกินเลยความจริง ถ้าหากที่นั่นเคยมีคาร์บอเนตเป็นจำนวนมากเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อนก็เป็นไปได้ว่าสภาพแวดล้อมดังกล่าวอาจเป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตในระดับจุลชีพในช่วงเวลานั้น” บิชอประบุ
อย่างไรก็ตาม เจนีซ บิชอปยอมรับว่ายังคงจำเป็นต้องการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีอย่างละเอียดก่อนที่จะสรุปได้ชัดเจนว่าสภาพดังกล่าวเอื้อต่อการมีสิ่งมีชีวิตหรือไม่
โดยคาดหวังว่า ยานโรเวอร์สำหรับสำรวจพื้นผิวดาวอังคารซึ่งกำหนดร่อนลงในฮายเกนส์ เบซินนี้ในปี 2020 เพื่อเก็บตัวอย่างส่งกลับมายังโลกจะให้คำตอบเรื่องนี้ได้ในที่สุด

