5 ผู้หญิงเก่ง นักธุรกิจไทย จุดประกายพัฒนาตัวตน ทำตัวเองให้มีคุณค่า

23.07.19 | 11:09 น.
ผู้หญิงเก่ง

5 ผู้หญิงเก่ง นักธุรกิจไทย จุดประกายพัฒนาตัวตน ทำตัวเองให้มีคุณค่า

ผู้หญิงเก่ง – ในยุค “ไทยแลนด์ 4.0” สังคมจะให้ความเสมอภาคระหว่างบุรุษและสตรี และตระหนักถึงบทบาทของสตรีในบริบทต่างๆ


แต่สตรีหลายคนก็ต้องพิสูจน์ตัวเองไม่น้อยกว่าจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล จึงได้จัด พิธีประกาศรางวัลเกียรติคุณสตรีนักธุรกิจตัวอย่าง สตรีนักวิชาชีพและสุดยอดผู้นำธุรกิจอนุรักษ์โลก ประจำปี 2562 และโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ปี 2562 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยมี จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัด พม. และ นายรีโนลด์ เมเยอร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) ประเทศไทย ร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจ และจุดประกายให้สตรีมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


เพชรรัตน์ เปรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ ดับบิว.ไอ.พี.อิเล็คทริค จำกัด นักธุรกิจสตรีตัวอย่าง มีผลงานในการร่วมกับบริษัท คิดค้น ประดิษฐ์หลอดแอลอีดี ทดแทนหลอดฟลูออเรสเซนต์เดิม ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน เผยว่า การทำงานที่ผ่านมาเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ รับคำติชมของลูกค้าว่าต้องการให้เราปรับเปลี่ยนอะไร ปัจจุบันประเทศจีนเข้ามาตีตลาดเยอะและมีราคาที่ถูกกว่า เราเป็นบริษัทที่ผลิตที่ไทยก็จะมีต้นทุนสูงกว่า ในวงการอิเล็กทรอนิกส์นี้มีผู้หญิงในแวดวงไม่มาก แต่ด้วยเป็นธุรกิจครอบครัวก็พยายามที่จะทำให้ธุรกิจนี้ไปรอด มีน้องชายคอยช่วยเหลือ บางช่วงเวลาเคยเจอกับอุปสรรคด้านการเงิน เช่น ลูกค้าค้างเงิน 40-50 ล้าน ก็ต้องอดทน ขายโปรดักต์ทุกอย่างให้อยู่รอด อยากจะสืบทอดธุรกิจนี้ให้ดีที่สุด

Advertisement
เพชรรัตน์ เปรมโยธิน

ขณะที่ ขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สตรีผู้นำธุรกิจและวิชาชีพอนุรักษ์โลกตัวอย่าง เผยว่า รางวัลนี้นับเป็นความภูมิใจและเป็นผลงานของธนาคาร เพราะงานที่ทำเกิดขึ้นจากทุกหน่วยของเคแบงก์เอง ตั้งแต่สินเชื่อที่ให้กับบริษัทที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะในเชิงธุรกิจ มันเป็นเทรนด์ของโลกที่บริษัทต้องรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้ยังมีโครงการรักษ์ป่าน่านที่เราทำมาทุกปี สำหรับเราเองการทำงานก็อิงกับวิสัยทัศน์ขององค์กร คือทำอะไรต้องมีความสมดุลทั้งพนักงาน ลูกน้อง ลูกค้า ประเทศไทย เมื่อมองทุกอย่างเป็นองค์รวม รวมถึงมีสติ ก็จะทำให้ตัดสินใจได้ง่ายและทำได้ดี

ขัตติยา อินทรวิชัย

อีกหนึ่งสตรีผู้นำธุรกิจและวิชาชีพอนุรักษ์โลกตัวอย่าง กฤษณา พรหมเกาะ เจ้าของโรงแรมละไมวันทา บีช รีสอร์ท บนเกาะสมุย เผยว่า มากกว่า 20 ปี ที่เราเริ่มดูแลสิ่งแวดล้อมบริเวณโรงแรม ตั้งแต่ไม่ตัดต้นไม้ใหญ่ ไม่ใช้โฟม หลอด ช้อนพลาสติก ไม่เผาขยะและเปลี่ยนมาใช้น้ำหมักของตัวเอง บำบัดน้ำเสียใหม่ จากตอนแรกที่เราคิดว่าแค่ทิ้งขยะไปทุกอย่างก็จบ แต่โรงแรมของเราน้ำท่วม ขยะมีหนอนต่างๆ มาก หลังจากทำสำเร็จ เราคืนขยะให้เทศบาลเพียง 10% ของทั้งหมด และยังมีสิ่งแวดล้อมที่ดี นี่คือความยั่งยืนที่แท้จริง เห็นได้ชัดเจนในยุคที่โรงแรมต่างๆ แข่งขันกันมาก การลดราคาไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด แต่รีสอร์ตที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมและการบริการที่จริงใจ ดึงให้คนกลับมาพักอีก เพราะเขามีความสุข ปลอดภัย และเราก็ดูแลทะเลของเราให้ดีเพื่อทุกคนด้วย

กฤษณา พรหมเกาะ

ส่วน มณี นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ นักวิชาชีพสตรีตัวอย่าง ที่ได้เริ่มทำงานเพื่อผู้พิการกับคู่ชีวิต ศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ มาตั้งแต่ปี 2526 ขณะเรียนที่ธรรมศาสตร์ จนออกจากงานมาช่วยเหลือผู้พิการอย่างจริงจัง กล่าวว่า การลงพื้นที่ได้เห็นศักยภาพของคนพิการมากมาย ทั้งด้านศิลปะ หรือการเกษตร เราก็รับซื้อผลิตภัณฑ์ รวมทั้งงานศิลปะมาแสดงในพิพิธภัณฑ์ สินค้าก็ได้ขายในร้านของมูลนิธิและร้านอื่นๆ ซึ่งการทำงานตรงนี้ก็อยากให้คนเห็นศักยภาพคนพิการ ที่หลายครั้งเก่งและเป็นแรงบันดาลใจให้เรา จนเป็นที่มาของรายการสารคดีต่างๆ เพื่อให้คนเข้าใจพวกเขามากขึ้น

มณี นามศิริพงศ์พันธุ์

ปิดท้ายด้วย รติวัลคุ์ ธนาธรรมโรจน์ นักธุรกิจสตรีดาวรุ่งตัวอย่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด เผยว่า เคล็ดลับที่สำคัญในการทำงานคือมีสติ ยิ่งกับธุรกิจสื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ต้องศึกษาว่ามีอะไรใหม่ต่อยอดธุรกิจ เช่น เฟซบุ๊กก็ทำเงินได้ไม่ใช่แค่ยูทูบ หรือควรมีแอพพลิเคชั่นเชื่อมกับรายการไหม ส่วนของรายการเดิมเราทำให้มันเป็นแบรนด์ ให้เขาอยู่ได้ ขณะที่รายการใหม่เพื่อให้ความรู้คนตามเทรนด์โลกเราก็ต้องมี ในการทำงานเราใช้หลักธรรมในการดำเนินชีวิต มีสติ

วรติวัลคุ์ ธนาธรรมโรจน์

อย่างเรื่องความเท่าเทียมนี้ บริษัทเรามีพนักงานผู้หญิงมากกว่าชาย มองว่าผู้หญิงเก่ง มีศักยภาพเยอะ แต่เราต้องทำให้ตัวเรามีคุณค่า แล้วคนจะเห็นจากสิ่งที่เราทำเอง ไม่ว่าเพศใด เพศหญิงสามารถใช้เหตุผลกับอารมณ์ได้ดี ยิ่งการบริหารวิกฤตยิ่งดี เพราะเราจะมองหลายประเด็นมากกว่า