ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี ด้วยหัตถศิลป์ไทย
ใต้ร่มพระบารมี – นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฟื้นงานศิลปะและหัตถกรรมไทยให้เฟื่องฟูขึ้นอีกครั้ง
ในโอกาสเดือนมหามงคลนี้ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดกิจกรรม ใต้ร่มพระบารมี เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านงาน “ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี ครั้งที่ 2” และงาน “หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี” โดยจัดงานแถลงข่าว ณ ห้องบอลรูม 3 โรงแรมเจดับบลิว แมริออท


อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพ เผยว่า นับเป็นภารกิจของศักดิ์สิทธิ์ที่จะสืบสานพระราชดำริของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างงานหัตถกรรม จนสร้างอาชีพที่มั่นคงได้ จากที่ปลูกพืชหมุนเวียน
“ทุกวันนี้ชาวเขา ชาติพันธุ์ต่างๆ เหนื่อยน้อยลง แต่มีการพัฒนาทักษะฝีมือมากขึ้น เช่น ครูสมศรี ชาวปกากะญอ ที่ได้ลงจากเขามาเห็นความต้องการของผู้บริโภค มีการปรับสีต่างๆ ได้ฝึกอบรม ทุกวันนี้ทุกคนมีรายได้จากการผลิตชิ้นงาน หรือแม่ศรีนวล ที่ผลิตงานหัตถกรรมจากใยกันชง จนมีแบรนด์ของตัวเอง ทุกคนมีการพัฒนางาน ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดงานของสมเด็จพระพันปีหลวง โดยโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงดูแลงานศิลปาชีพ โดยทรงรื้อฟื้นงานหลายภาคส่วน อาทิ งานศิลป์แผ่นดิน ที่ศูนย์ศิลปาชีพ เกาะเกิด” อัมพวันกล่าว
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ อัมพวันเผยว่า งานชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี จะเป็นงานสนับสนุนงานหัตถกรรมของชาวชาติพันธุ์ มีการออกร้านมากกว่า 50 ร้าน ทั้งผ้า เครื่องประดับ และของใช้ต่างๆ ที่สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง มีงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติ การเวิร์กช็อป และการเสวนาเรื่องราววัฒนธรรมชนเผ่า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม ที่ศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์ และสำหรับงานหัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี จะเป็นการแสดงผลงานชิ้นเอกของนักสะสมชั้นนำ มากกว่า 500 ชิ้น บางชิ้นมีอายุมากกว่า 200 ปี และสูญหายไปแล้ว นำมาให้ชมอีกครั้ง เช่น เครื่องถมปัด เครื่องดนตรีโบราณ นอกจากนี้ยังมีชิ้นสำคัญอย่าง คันฉ่อง ของรัชกาลที่ 6, จานเคลือบลายน้ำทอง และหีบพระธรรมลายลดน้ำ หาชมยาก จัดแสดงระหว่างวันที่ 8-30 สิงหาคม ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยเวลา 13.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นประธานในพิธีเปิด

ขณะที่ สมศรี ปรีชาอุดมการณ์ ครูช่างชาวปกากะญอ เผยว่า การทอผ้าของชาวปกากะญอ ก็ทอให้คนที่เรารัก ในเวลาว่างๆ เป็นลายมือของเราเอง มีลวดลายธรรมชาติ เช่น ใบหญ้า แมงมุม ใบไม้ นาขั้นบันได ใช้สีสดใส สีแดงบ้าง บานเย็นบ้าง จนได้มาทอเป็นรายได้เสริม
“เมื่ออายุ 35 ปี เคยได้เข้าเฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งนั้นได้รับพระราชทานเงิน 20,000 บาท นำไปซื้อด้ายและช่วยเหลือที่บ้าน ทำให้รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมาก ต่อมาปี 2554 ได้ร่วมงานกับศักดิ์สิทธิ์ ได้พัฒนาฝีมือ เช่นการให้สีที่ใส่ง่ายขึ้น เช่น ดำ น้ำเงิน และการสร้างลวดลายใหม่ ทุกวันนี้ที่แม่แจ่มมีกลุ่มทอผ้า 35 คน มีรายได้ที่มั่นคง ลูกหลานสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าไม่ให้สูญหายไป” สมศรีกล่าว


ใต้ร่มพระบารมี

