ทีมวิจัยของญี่ปุ่นภายใต้การนำของศาสตราจารย์ ฮิโรมิตสึ นากาอูจิ นักชีววิทยาเซลล์ต้นกำเนิดประจำมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยโตเกียวประเทศญี่ปุ่น กำลังเตรียมงานวิจัยเชิงชีววิทยาครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อการหาวิธีการเพาะสร้างอวัยวะของมนุษย์ขึ้นในร่างกายของสัตว์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำมาใช้ในการปลูกถ่ายอวัยวะใหม่ๆ ให้กับมนุษย์ในอนาคต แทนที่การรอรับอวัยวะบริจาคเท่านั้น
ทีมวิจัยของนากาอูจิสามารถทำวิจัยครั้งนี้ได้หลังจากที่คณะกรรมการกำกับดูแลงานวิจัยในสังกัดกระทรวงศึกษา, วัฒนธรรม, กีฬา, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามการทดลองด้วยการเพาะเลี้ยงเซลล์มนุษย์ไว้ในตัวอ่อน (เอ็มบริโอ) ของสัตว์ทดลองนานเกินกว่า 14 วันนับตั้งแต่การมีอยู่ของตัวอ่อนนั้น รวมถึงห้ามไม่ให้นำตัวอ่อนดังกล่าวไปปลูกถ่ายลงในมดลูกของสัตว์ซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่เทียม
การยกเลิกข้อห้ามดังกล่าว ทำให้ทีมวิจัยของนากาอูจิสามารถดำเนินงานวิจัยต่อเนื่องได้ หลังจากที่เคยยื่นขอทำวิจัยเพื่อเพาะเลี้ยง เซลล์ต้นกำเนิดของมนุษย์ไว้ภายในเอ็มบริโอของหนูทดลองเกินกว่า 14 วัน และได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกำลังขออนุมัติขอยกเว้นข้อห้ามว่าด้วยการจำกัดจำนวนเซลล์มนุษย์ในสัตว์ทดลอง ซึ่งหากได้รับอนุมัติ คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายนนี้ ก็จะเป็นทีมวิจัยทีมแรกที่สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้โดยถูกต้องตามกฎหมายตามแนวทางใหม่ของทางการญี่ปุ่น
ศาสตราจารย์นากาอูจิเปิดเผยว่า หากได้รับความเห็นชอบก็จะเริ่มงานวิจัยนี้เป็นขั้นตอนย่อยๆ หลายขั้นตอน เริ่มต้นด้วยการนำตัวอ่อนของหนูทดลองมาปรับเปลี่ยนให้ไม่สามารถพัฒนาตับอ่อนได้ จากนั้นทีมของนากาอูจิก็จะปลูกถ่ายเซลล์ของมนุษย์ซึ่งเรียกว่า “อินดิวซ์ พลูริโพเทนท์ สเต็ม เซลล์” (induced pluripotent stem-iPS) หรือ “เซลล์ไอพีเอส” ซึ่งเป็นสเต็มเซลล์ที่มีลักษณะเหมือนกับสเต็มเซลล์ที่แยกมาจากระยะตัวอ่อนทุกประการเข้าไปในตัวอ่อนของหนูทดลอง โดยหวังว่าเซลล์ที่ปลูกถ่ายเข้าไปจะถูกบังคับให้รับหน้าที่พัฒนาตับอ่อนขึ้นมาแทน ด้วยวิธี ก็จะทำให้สามารถเพาะตับอ่อนของมนุษย์ขึ้นในตัวอ่อนของหนูทดลองได้นั่นเอง
เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตและเกิดออกมาเป็นหนูทดลองตัวใหม่เต็มที่แล้ว ทีมวิจัยเตรียมเฝ้าสังเกตพัฒนาการของลูกหนูเหล่านี้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน 2 ปี เพื่อดูวิวัฒนาการต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบว่า งานวิจัยนี้เข้าข่ายต้องห้ามเข้มงวดอื่นๆ ของรัฐบาลญี่ปุ่นหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ตามระเบียบการวิจัย หากนักวิทยาศาสตร์พบว่าในสมองของหนูทดลอง มีเซลล์ของมนุษย์เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนสูงกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ก็ต้องยุติการทดลอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลูกผสมระหว่างสัตว์กับมนุษย์ หรือสัตว์ที่มีพฤติกรรมแบบเดียวกับมนุษย์ หรือที่เรียกกันว่า ไคมีรา ขึ้นมา
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผู้ใดรู้ว่าพัฒนาการของตัวอ่อนดังกล่าวจะเป็นไปตามความคาดหมายหรือไม่ แม้ว่าในทางวิทยาศาสตร์สามารถเป็นไปได้ และโอกาสที่จะเกิดไคมีราขึ้นมีน้อยมากก็ตาม
ศาสตราจารย์นากาอูจิกล่าวว่า การทดลองครั้งนี้ ไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถสร้างอวัยวะของมนุษย์ขึ้นได้ในทันที แต่การทดลองนี้จะช่วยให้แนวทางนี้ก้าวรุดหน้าไปมากขึ้น บนพื้นฐานขององค์ความรู้เท่าที่มีอยู่จนถึงขณะนี้

