หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที คาแร็กเตอร์มี...

คาแร็กเตอร์มีดีกว่าที่คิดในสังคมดิจิทัล

8.08.19 | 11:42 น.

กิจกรรมพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลคอนเทนต์ ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2562 โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร นำคาแรกเตอร์ไทยระดับแถวหน้ามาจัดแสดงผลงานภายใต้แนวคิด “Character Licensing Cluster” พร้อมกับได้รับเกียรติจาก สันติ เลาหบูรณะกิจ ขึ้นเวทีทอล์กในหัวข้อ “Growing Business with Character Marketing” แชร์ความรู้เปิดโลกคาแร็กเตอร์มาต่อยอดในสังคมดิจิทัล โดยมี นพ ธรรมวานิช ร่วมในงาน ณ อิมแพค เมืองทองธานี

สันติ เลาหบูรณะกิจ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด แชร์ความรู้บนเวที “ทำไมคาแรกเตอร์ถึงสำคัญในโลกปัจจุบัน คือคำถามแรกของกูรูด้านดิจิทัลคอนเทนต์ คำตอบคือ…เพราะทุกวันนี้ มีการลงทุนในการทำธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มคนก็มีพัฒนาการในด้านการสื่อสารที่กว้างขึ้นเช่นกัน ท่านที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เคยสังเกตไหมว่าทุกเมืองเขาใช้ตัวการ์ตูนเป็นตัวแทนในงานสื่อสารต่างๆ เช่น ที่กั้นถนนเป็นตัวการ์ตูนไดคัต หรือป้ายหน้าบริเวณก่อสร้างที่มีรูปแมวมายกมือขอโทษในความไม่สะดวก รวมถึงสินค้าต่างๆ ที่มีตัวการ์ตูนในด้านธุรกิจด้วย เพราะญี่ปุ่นเขามองคาแร็กเตอร์เสมือนทูตหรือพนักงานขาย คาแร็กเตอร์คือ อาวุธหลักในการเชื่อมองค์กรเข้ากับกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและแนบเนียนที่สุด ทำให้คนที่สนใจกล้าเข้าหาแบรนด์เอง เราต้องทำยังไงให้ธุรกิจเติบโตจากคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูน เพราะการแข่งขันในยุคปัจจุบันนี้ เราไม่ได้แข่งกันที่ฟังก์ชั่นหรือหน้าที่การใช้งานของสินค้าบริการเท่านั้น แต่เราจะแข่งกันตรงที่แบรนด์ของสินค้าและบริการใดที่ให้ความรู้สึกดีมากที่สุด และนี่คือโอกาสที่เรานำคาแรกเตอร์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพราะสมัยนี้เป็นยุคของ Story telling ไม่ใช่แค่มีคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ แล้วคนจะซื้อคุณ แต่ต้องเป็นคาแร็กเตอร์ที่มีเรื่องราวน่าสนใจถึงจะทำให้สินค้าหรือบริการดูแตกต่าง มีเสน่ห์ และสร้างความรู้สึกที่ดี อย่างเช่น โดเรมอน, ก๊อตจิ, ปังปอนด์ ฯลฯ ที่กลายเป็นดารา หรือตัวแทนองค์กรนั้นๆ ผู้คนจำได้ และอาจจะมีความผูกพันกับคาแร็กเตอร์นั้นๆ ด้วย ในวันนี้วิธิตารวมถึงผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ก็ได้นำคาแรกเตอร์มาตอบโจทย์ทางด้านดารตลาดที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะองค์กรยักษ์ใหญ่ แต่ธุรกิจ SME ขนาดกลางหรือเล็ก ก็สามารถนำคาแรกเตอร์มาสร้างประโยชน์ สังคมทุกวันนี้เป็นดิจิทัลหมดแล้ว ถ้าเรายังใช้สโลแกนหรือใช้ตัวอักษรในการเรียกร้องความสนใจ ก็อาจจะเสียโอกาส วิธีการนำคาแร็กเตอร์มาใช้จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการต่อยอดได้ เห็นได้จากการสื่อสารในโลกโซเชียลทุกอย่างจะใช้แทนค่าด้วยตัวการ์ตูนที่มีเรื่องราว”

ด้าน นพ ธรรมวานิช ซีอีโอ บริษัท โตโมแกรม สตูดิโอ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ NUT SO MOND?STER และ WOOFYBOO กล่าวเพิ่มเติม “จริงๆ คาแรกเตอร์ไทยดังมากครับในตลาดต่างประเทศ แต่กลับกลายว่าคนไทยอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักหรือการนำมาใช้ในด้านการตลาด แต่ในต่างประเทศ เช่น กระต่ายโหด BLOODY BUNNY ก็เป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์ที่ถูกออกแบบดีไซน์โดยฝีมือคนไทย และได้รับความนิยมไปไกลสู่ระดับสากล ส่วนไต้หวันก็นำคาแรกเตอร์ WARBIE YAMA ไปเป็นลายในบัตร 7&11 กิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ทางผู้ประกอบการเครือข่ายดิจิทัลคอนเทนต์ได้รวมตัวกันจัดแสดงผลงานขึ้น ให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจ หรือนักธุรกิจได้มาทำความรู้จักกับเหล่าคาแรกเตอร์มากขึ้นครับ โดยเฉพาะกลุ่ม SME กว่าจะสร้างแบรนด์ให้คนรู้จักอาจจะใช้เวลานานและเหนื่อย แต่ถ้ามาพูดคุยปรึกษากับคนทำคาแรกเตอร์ ก็จะเป็นทางลัดหนึ่งได้ครับ ซึ่งมีทั้งรูปแบบ ให้ออกแบบคาแรกเตอร์ สร้างขึ้นใหม่ให้เป็นลิขสิทธิ์ของแบรนด์ตัวเอง ที่ตอบโจทย์ของแบรนด์ เป็นผู้แทนของสินค้าเพื่อสร้างการจดจำและเข้าถึงได้ง่าย หรือการซื้อนำคาแรกเตอร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอยู่แล้วมาเพิ่มมูลค่า สร้างอิมแพคให้สินค้า บริการ เหมือนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เฉพาะกิจ เช่น รายการส่งเสริมการขายต่างๆ หรืออาจจะไปทำของพรีเมียมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า รวมถึงธุรกิจผลิตสินค้าเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเขียน สินค้าด้านแฟชั่น ตุ๊กตา ของเล่น ก็สามารถนำคาแรกเตอร์ไปเป็นลายพิมพ์ หรือผลิตเป็นสินค้าออกมาขาย ฯลฯ”

ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งงานดีๆ ที่ส่งเสริมลิขสิทธิ์คาร์แรกเตอร์ไทยจากกิจกรรมพัฒนาเครือข่าย Digital Content ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่าย SME ปี 2562 ที่ทำให้รู้ว่าธุรกิจต่างๆ หรือผู้ประกอบการ SME จะนำคาแรกเตอร์มาต่อยอดอย่างไรเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดรวมถึงส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ก้าวเข้าสู่ Smart SME เพื่อขยายโอกาสการลงทุนเชิงพาณิชย์ในอนาคต ติดตามอัพเดตกิจกรรมดีๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก DC Cluster

Advertisement