“เซลโดรน” (Saildrone) หรือโดรนเรือใบ ซึ่งเป็นยานผิวน้ำไร้คนขับความยาว 7 เมตร ขับเคลื่อนด้วยพลังงานลม ได้กลายเป็นยานไร้คนขับลำแรกที่สามารถเดินทางรอบทวีปแอนตาร์กติกาได้สำเร็จ โดยยานชื่อ SD 1020 ที่ติดตั้งชุดเซ็นเซอร์ได้ทำการเก็บข้อมูลในน่านน้ำที่ไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับมหาสมุทรและสภาพภูมิอากาศ
ภารกิจระยะเวลา 196 วัน เริ่มต้นจากท่าเรือเซาต์พอร์ตในเมืองบลัฟ ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2562 ก่อนจะเดินทางกลับสู่ท่าเรือเดิมในวันที่ 3 สิงหาคม หลังล่องเรือเป็นระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตรรอบแอนตาร์กติกา ในระหว่างทำภารกิจ ยานผิวน้ำไร้คนขับสามารถต้านทานอุณหภูมิเยือกแข็ง คลื่นสูง 15 เมตร กระแสลมแรง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง และการปะทะกับภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์
มหาสมุทรแอนตาร์กติกเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมความร้อนและคาร์บอนบนโลกของเรา น่านน้ำดังกล่าวอยู่ห่างไกลมากและไม่เหมาะสำหรับอยู่อาศัย จนแม้แต่เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ยังพยายามหลีกเลี่ยงการ
เดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงฤดูหนาว พื้นที่นี้จึงแทบไม่มีการเก็บตัวอย่างเพื่อวิจัย ทำให้หลายคำถามทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบ อย่างไรก็ตาม เซลโดรนที่คล่องแคล่วและทนทานไม่เพียงต้านทานฤดูหนาวอันโหดร้ายได้เท่านั้น แต่ยังสามารถส่งข้อมูลสำคัญใหม่ๆ จากน่านน้ำที่ไม่เคยมีการเก็บตัวอย่างมาก่อน
เซลโดรนบรรทุกอุปกรณ์ที่พัฒนาโดยองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NOAA) เพื่อวัดการถ่ายเทคาร์บอน (carbon flux) โดยสามารถเก็บหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามหาสมุทรแอนตาร์กติกปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมากช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่อาจมีความหมายอย่างมากต่อแบบจำลองสภาพภูมิอากาศของโลก
ริชาร์ด เจนกินส์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ เซลโดรน กล่าวว่า “สภาพอากาศที่เลวร้ายช่วงฤดูหนาวในมหาสมุทรแอนตาร์กติกเป็นปราการด่านสุดท้ายของเซลโดรน การเดินทางรอบแอนตาร์กติกาได้สำเร็จเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีมหาสมุทรส่วนใดในโลกที่เราไม่สามารถสำรวจได้ เราจำเป็นต้องยกระดับความเข้าใจในมหาสมุทร เนื่องจากมหาสมุทรเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่มีอิทธิพลต่อสภาพภูมิอากาศ และต่ออนาคตของเรา”

