‘นาซา’ส่งทีมตรวจสอบ แผ่นน้ำแข็ง ‘กรีนแลนด์’

20.08.19 | 17:39 น.
AP Photo/Mstyslav Chernov

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) แห่งสหรัฐอเมริกา อาศัยเครื่องบินดัดแปลงจากเครื่องบินยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ตระเวนตรวจสอบสภาพการหลอมละลายของแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ ค้นหาสาเหตุให้แน่ชัดละลายเร็วเกินคาดเพราะอะไร สันนิษฐานกระแสน้ำอุ่นเป็นตัวการสำคัญ เตือนภัยจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นได้สูงสุดถึง 1 เมตร

โจช วิลลิส นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญน้ำแข็งขั้วโลกของนาซา พร้อมเพื่อนร่วมทีมวิจัยเดินทางไปสำรวจตามโครงการชื่อ โอเชียน เมลท์ติง กรีนแลนด์ (โอเอ็มจี) เพื่อยืนยันทฤษฎีของตนเองที่ว่า การที่แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายเร็วผิดปกตินั้นเกิดขึ้นจากกระแสน้ำอุ่นมากกว่าอุณหภูมิของอากาศ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะส่งผลกระทบเร็วกว่าที่คาดกันไว้แต่เดิมมาก เนื่องจากน้ำที่อุ่นมากขึ้นจะส่งผลให้น้ำแข็งละลายเร็วและละลายได้มากกว่าความร้อนจากอากาศ

เกาะกรีนแลนด์มีแผ่นน้ำแข็งปกคลุมอยู่มหาศาล หากละลายจนหมดจะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นได้ถึง 6 เมตร เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายไปภายในวันเดียวทำสถิติสูงสุดถึง 13,700 ล้านตัน

วิลลิสเปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ลดน้อยลงได้ใน 2 ทาง ที่เห็นได้ชัดเจนและเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปก็คือ การทำให้อุณหภูมิของอากาศร้อนขึ้น โดยเฉพาะในหน้าร้อนของปีนี้ที่เกิดกระแสคลื่นความร้อนปกคลุมบริเวณดังกล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำงานเหมือนกับการใช้เครื่องเป่าลมร้อนเป่าก้อนน้ำแข็ง ในอีกทางหนึ่งก็คือภาวะโลกร้อนทำให้กระแสน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น ระดับความเค็มเพิ่มขึ้น ในกรณีของกรีนแลนด์นั้น วิลลิสเชื่อว่าเกิดจากการที่กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีมเป็นตัวการสำคัญที่ช่วยเร่งให้แผ่นน้ำแข็งสูญเสียมวลเยือกแข็งไปมากขึ้น

AP Photo/Mstyslav Chernov


ในการตรวจสอบยืนยันครั้งนี้ นาซา ใช้เครื่องบิน ดีซี-3 อายุ 77 ปีจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ดัดแปลงให้เป็นเครื่องบินสำรวจเพื่อการนี้โดยเฉพาะ มี เอียน แม็คคับบิน ผู้จัดการโครงการ และ ริค กิลล์ ช่างเครื่องทำหน้าที่หย่อนอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิที่ทำเป็นท่อกลมยาว ภายในติดตั้งเซ็นเซอร์อัตโนมัติสำหรับวัดระดับความเค็มและวัดอุณหภูมิ ผ่านท่อลอดที่ดัดแปลงขึ้นเป็นพิเศษบริเวณพื้นลำตัวเครื่องบิน ทิ้งลงสู่พื้นทะเลเบื้องล่าง อุปกรณ์ตรวจวัดดังกล่าวจะส่งสัญญาณวิทยุกลับมายังเครื่องรับสัญญาณที่ติดตั้งไว้บนเครื่องบิน

Advertisement

ข้อมูลเบื้องต้นยืนยันข้อเท็จจริงตามแนวคิดของวิลลิส แต่ข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อวิเคราะห์ต่อไปว่า ในกรณีที่มีน้ำอุ่นเป็นตัวทำละลายเพิ่มขึ้นอีกตัว แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์จะละลายเร็วและมากแค่ไหน

ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว น้ำทะเลในมหาสมุทรจะอุ่นขึ้นช้ากว่าอากาศด้านบนมาก แต่เมื่ออุ่นขึ้นแล้วจะยังคงระดับอุณหภูมิอยู่ได้นานกว่ามากเช่นเดียวกัน ส่งผลให้มวลน้ำแข็งที่เคยเป็นกลาเซียร์หลอมละลาย แผ่นน้ำแข็งแตกหักกลายเป็นภูเขาน้ำแข็งใหญ่น้อยมากมาย บางก้อนใหญ่พอๆ กับเมืองทั้งเมือง

เมื่อต้นปีนี้ รูธ ม็อทแทรม นักวิทยาศาสตร์เดนมาร์กเคยสำรวจกลาเซียร์เหนือแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ทั้ง 28 กลาเซียร์ พบว่า เกือบทั้งหมดกำลังละลาย มีเพียง 1 หรือ 2 กลาเซียร์เท่านั้นที่พอจะคงสภาพอยู่ได้

ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศของนาซาพบว่า ในช่วงระหว่างปี 2003-2016 แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ สูญเสียมวลไปมากถึง 255,000 ล้านตัน และแนวโน้มแสดงให้เห็นว่ายิ่งนานวันเข้าระดับการละลายยิ่งเพิ่มเร็วขึ้น วิลลิสระบุว่า หากจะให้แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายจนหมดคงใช้เวลานานหลายศตวรรษ แต่จากข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ในอัตราการละลายในขณะนี้ แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ อาจส่งผลให้ระดับน้ำในมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้น ระหว่าง 30 เซนติเมตรจนถึง 1 เมตร ภายในปี 2100 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นศตวรรษที่ 22

วิลลิสยอมรับว่าตนเองภาวนาให้สูงขึ้นแค่ 30 เซนติเมตร แต่แนวโน้มในเวลานี้ ชี้ว่ามีโอกาสเป็น 1 เมตรเสียมากกว่า