รักลูกดั่งดวงใจ ‘นมแม่’ ลอยฟ้า ‘เครื่องบิน’ ดิลิเวอรี

“นมแม่” เรียกได้ว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของแม่ถึงลูก ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา ด้วยคุณประโยชน์ที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาเทียบได้

แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน คุณแม่ไทยลาคลอดได้เพียง 3 เดือน บุตรหลานต้องอยู่กับปู่ย่าตายาย ทำให้ไม่สามารถให้นมลูกได้ครบ 6 เดือน แต่นั่นก็ไม่สามารถขจัด “ความตั้งใจ” ของคุณแม่ ที่อยากจะทำเพื่อลูกได้ โอกาสที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย นำสื่อมวลชนศึกษาดูงาน มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต ในโครงการ “9 ย่างเพื่อสร้างลูก” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่น และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ทำให้ได้เห็นความสำเร็จ ของคุณแม่ที่อยากให้นมลูก ด้วยการจัดส่งผ่านเครื่องบิน ลูกจึงได้ดื่มนมแม่จนครบ 6 เดือน

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เผยว่า ในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน ลูกควรได้กินนมแม่อย่างเดียว เพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก การกินนมแม่ ทำให้ลูกไม่ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีอุปสรรคหลายอย่าง ทั้งเรื่องความห่างไกล งาน และความไม่รู้ อย่างไรก็ตาม การดูดนมจากเต้า ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะไม่เพียงได้ประโยชน์จากนมแม่ แต่ยังมีการเชื่อมความรัก ความผูกพัน ส่งต่อเซลล์ของแม่สู่ลูก ได้โอบกอด มองตา

อุปกรณ์ต่างๆ
นมแม่แช่เย็น

ขณะที่ อรทัย บุญเติม พยาบาลวิชาชีพ หัวหน้าคลินิกนมแม่ เผยถึงโครงการส่งรักส่งนมจากอกแม่ สู่ลูก เผยว่า คุณแม่ยุคใหม่รู้ถึงคุณประโยชน์ของนมแม่ และอยากให้ลูกได้ดื่ม แต่ด้วยสภาพสังคม ที่แม่อาจจะต้องไปทำงานไกลบ้าน ทางโรงพยาบาลจึงได้ขอความอนุเคราะห์กับบริษัทการเดินทางต่างๆ ทุกวันนี้ คุณแม่สามารถส่งนมผ่านเครื่องบินแอร์เอเชีย ในเส้นทางที่มีเที่ยวบินของสายการบิน เช่น กรุงเทพฯ-ขอนแก่น ที่มีไปกลับวันละ 6 เที่ยว ประหยัดเวลาให้กับคุณแม่ได้มาก รวมไปถึงบริษัทรถทัวร์ที่ก็ให้ความช่วยเหลือเช่นกัน

“คุณแม่ที่จะเข้าร่วมโครงการ เพียงแค่เข้าไปลงทะเบียนในแฟนเพจ จากนั้นพรินต์ใบรายการส่งเตรียมไว้ คุณแม่ที่ปั๊มนมแช่แข็งแล้ว ห่อหนังสือพิมพ์ แพคใส่กล่องโฟม นำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่เคาน์เตอร์สายการบิน พร้อมใบรายการส่ง เจ้าหน้าที่ก็จะส่งไปพร้อมเที่ยวบิน เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถส่งถึงผู้รับ ทุกวันนี้เรามีคนลงทะเบียนกว่า 160 คน และทุกคนต่างมีความสุขที่ได้ทำเพื่อลูก” อรทัยเผย

อรทัย (ขวา)

ขณะที่ กุลธิดา เมธานุชิต พนักงานธนาคาร คุณแม่ของลูกชายวัย 7 เดือน ที่ใช้บริการส่งนมแม่ เผยว่า ตั้งใจจะให้ลูกได้กินนมแม่ เพราะอยากให้ลูกแข็งแรง มีภูมิต้านทาน ตอนใกล้จะลาคลอดครบ 3 เดือน ต้องพาลูกมาให้คุณตาคุณยายที่กรุงเทพฯเลี้ยง ก็มีคนแนะนำโครงการนี้ 7 เดือนมานี้ส่งไปทั้งหมด 42 ครั้ง ด้วยความที่เป็นคนมีนมน้อย ตื่นเช้ามาก็จะปั๊มเก็บไว้ บางช่วงส่งให้ลูกทุกวัน สายการบินก็ให้บริการดี คนรับแค่นำบัตรประชาชนไปรับ กล่องนมก็มากับสายพาน หากไปไม่ทันเขาก็จะโทรตามเก็บไว้ให้

“แม้ไม่มีโครงการนี้ เราก็ตั้งใจจะให้นมแม่ได้มากที่สุด เสียเงินก็ยอม ทำงานอยู่ไกลนั้น ไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่กับลูก กว่าจะถึงวันศุกร์ได้บินไปหาลูก การได้ปั๊มนมส่งให้กับลูก ทำให้เรามีความสุข เหมือนได้ทำเพื่อลูกตลอดเวลา” กุลธิดาเผย

กุลธิดา

ด้าน นายมานะ นามมณี คุณพ่อ น้องนิลิน วัย 5 เดือน ซึ่งอาศัยอยู่ขอนแก่น โดยภรรยาจะส่งนมกลับมาให้สัปดาห์เว้นสัปดาห์ เผยว่า ผมมีหน้าที่ไปรับนมกลับมาแช่ในตู้ที่บ้าน เก็บไล่เรียงวัน จัดให้คุณยายคนเลี้ยง ภรรยามีความตั้งใจอยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 100% ก่อนจะเจอโครงการนี้ ก็ศึกษาว่าจะส่งนมด้วยวิธีไหน การได้ส่งฟรีทำให้ประหยัดไปครั้งละ 500-1,000 บาท และประหยัดค่านมผง กล่องโฟมที่ส่งมาเราก็ส่งไปรษณีย์กลับไปให้ภรรยา หลายครอบครัวที่ปู่ย่าตายายเป็นคนเลี้ยงหลาน อาจจะมีวิธีเลี้ยงที่ต่างกัน สมัยก่อนอาจจะให้กินกล้วยบด กินน้ำ แต่เราก็ต้องสื่อสารกับเขา ให้ข้อมูล เพราะทุกคนก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเด็กแน่นอน

ส่วน นางจันทร์แก้ว วงเพียร คุณยายน้องนิลิน เผยว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ยากเลย เราเพียงเอานมจากถุงที่แม่เขาส่งมาไปแช่น้ำอุ่น และก็เทใส่ขวดให้หลานกิน แรกๆ ก็กลัวจะบูด ต้องทดสอบก่อน และไม่ได้ให้หลานกินน้ำตาม ใช้ผ้าเช็ดลิ้นเขา สะอาดเหมือนกัน เลี้ยงตามที่หมอแนะนำมา เราเองก็เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เหมือนกัน รู้ว่านมแม่มีภูมิต้านทานเยอะ และก็ทำให้หลานแข็งแรง

“รู้สึกเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่นมแม่ส่งมาทางเครื่องบินได้แบบทุกวันนี้” นางจันทร์แก้วกล่าว

ครอบครัวนามมณี

มหัศจรรย์นมแม่

 

 

เรื่องน่ารู้คู่  ‘นมแม่’

“นมแม่” เรียกว่ามีคุณค่ามหาศาล ที่ไม่อาจหาสิ่งใดเทียบเท่า ไม่เพียงสารอาหารต่างๆ แต่ในนมแม่ ยังมีแอนติบอดี้ ฮอร์โมนส์ สารภูมิคุ้มกัน สารต้านภูมิแพ้ และสารยับยั้งปรสิต รวมถึงโกรทแฟคเตอร์ ที่นมผงไม่มี

แต่ประโยชน์ของนมแม่มีมากกว่านั้น พญ.ชมพูนุท โตโพธิ์ไทย แพทย์ชำนาญการพิเศษ เผยว่า นมแม่นับเป็นกระบวนการที่ทางธรรมชาติสรรค์สร้างมาเพื่อลูกน้อยได้ดีที่สุด นั่นเพราะแต่ละช่วงของนมแม่ องค์ประกอบจะเปลี่ยนไปตามพัฒนาการลูก ลักษณะของนมแม่นั้น แบ่งได้เป็น 3 ช่วง ช่วง 7 วันแรก ถือเป็นสุดยอดน้ำนม เป็นหัวน้ำนมที่มีภูมิคุ้มกันเต็มที่ที่จะดูแลลูกไปจนถึง 6 เดือน เด็กจะได้รับเต็มๆ แรกคลอดถึง 1 ชั่วโมงแรก ลูกควรได้กินนมแม่ทันที เพราะนอกจากสารอาหารจะครบแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นน้ำนมของแม่ด้วย ช่วง 1-2 สัปดาห์เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน และช่วง 2 อาทิตย์ขึ้นไป จะเปลี่ยนเป็นน้ำนมอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ น้ำนมแม่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารถึง 200-1,000 ชนิด ขณะที่นมผงมีเพียง 40 ชนิด และยังเหมาะกับกระเพาะอาหารเด็กที่ยังย่อยได้ไม่ดี และมีเซลล์มีชีวิตที่ส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กไม่ป่วย ซึ่งนมผงคือนมวัวที่ผ่านการพาสเจอไรซ์ ทำให้ไม่มีเซลล์เหล่านี้ สิ่งสำคัญของการให้นมแม่คือกระบวนการ ที่แม่และลูกได้โอบกอด สบตา ดมกลิ่น ระหว่างเข้าเต้า รวมไปถึงทำให้ลูกได้กินนมแม่ทั้งส่วนหน้าที่เป็นน้ำตาล ของเหลว และส่วนหลัง ที่เป็นไขมัน ทำให้มีน้ำหนักดีและเกลี้ยงเต้า เพื่อสุขภาพของแม่ด้วย

“แม่ยุคใหม่ นิยมปั๊มนม ทำให้แม้ได้อยู่กับลูก ก็ยังปั๊มให้ลูกกิน ทำให้พลาดโอกาสที่จะโอบกอดลูก และลูกก็ติดขวด ทั้งยังนิยมปั๊มเยอะๆ เพื่อเก็บไว้ นั่นทำให้ร่างกายสั่งว่าต้องผลิตวันละมากๆ ทั้งๆ ที่เด็กต้องการวันหนึ่งไม่มาก ยิ่งแรกเกิดกระเพาะอาหารเด็กเล็กมาก แม่ที่ลาคลอดได้ 3 เดือน อาจเริ่มปั๊มนมในช่วงเดือนที่ 2 ก็เพียงพอให้กับลูกหลังลาคลอด ไม่ควรรีบปั๊มเร็ว จะทำให้ร่างกายชินกับการผลิตจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกาะตัวเป็นก้อนหากนมออกมาไม่หมด ต้องผ่าตัดออกและเสียโอกาสจะให้นมบุตรได้อีก” พญ.ชมพูนุทกล่าว

พญ.ชมพูนุท โตโพธิ์ไทย

ด้วยรักสู่ลูก

บทความก่อนหน้านี้ประธานส.ส.พปชร. ยัน “ส.ส.สุรินทร์” เพื่อไทย แค่มาต้อนรับ “บิ๊กตู่” ไม่ได้เตรียมย้ายพรรค
บทความถัดไป‘จาตุรนต์’ ตอกรัฐบาล แจกเงินคนไปเที่ยวรายละพันสะท้อนความอับจนทางปัญญา