ยานอวกาศ “จันทรายาน 2” ของอินเดียประสบความสำเร็จในการเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์แล้ว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา เตรียมส่งยานลูกลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ พร้อมยานสำรวจพื้นผิวที่ติดตั้งอุปกรณ์วิเคราะห์สำเร็จรูปออกสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ในราวต้นเดือนกันยายนนี้
ยานจันทรายาน 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยจรวดจีเอสแอลวี มาร์ค III จากศูนย์อวกาศสถิตเทวัณ (ชาร์) ในเมือง ศรีหริโคต ของอินเดีย ออกเดินทางในขั้นตอนแรกสู่วงโคจรรอบโลก ก่อนที่จะใช้จรวดจุดระเบิดเพื่อปรับความเร็วและทิศทางมุ่งหน้าไปยังดวงจันทร์สามารถบรรลุถึงวงโคจรรอบดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา และใช้การจุดระเบิดจรวด เพื่อปรับระดับความเร็วและทิศทางเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ที่กำหนดไว้สำเร็จเมื่อเวลา 09.02 น.ตามเวลามาตรฐานอินเดียของวันเดียวกัน

องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ไอเอสอาร์โอ หรือ อิสโร) เปิดเผยข้อมูลว่า วงโคจรรอบดวงจันทร์ของจันทรายาน 2 ในเวลานี้ เป็นวงโคจรที่มีความเยื้องศูนย์กลาง (เอคเซนทริค) สูงมาก กล่าวคือจุดที่อยู่ใกล้กับพื้นผิวของดวงจันทร์
มากที่สุดหรือ จุดเพริลูน จะอยู่ห่างจากพื้นผิวของดวงจันทร์เพียง 114 กิโลเมตร แต่จุดที่ห่างจากพื้นผิวดวงจันทร์มากที่สุด หรืออะโพลูน จะห่างจากพื้นผิวดวงจันทร์มากถึง 18,072 กิโลเมตร เลยทีเดียว
ไม่นานตัวยานอวกาศจะค่อยๆ ลดระดับวงโคจรลงไปอีก โดยใช้การปรับระดับวงโคจรรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยกำหนดให้วงโคจรสุดท้ายนั้น ต้องอยู่ห่างจากพื้นผิวบริเวณขั้วของดวงจันทร์ราว 100 กิโลเมตรโดยประมาณ โดยในช่วงเวลาดังกล่าว จันทรายาน 2 จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะของดวงจันทร์, องค์ประกอบทางเคมีของพื้นผิว, การกระจายตัวของวัสดุต่างๆ รวมทั้งคุณลักษณะอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งไปด้วย
เมื่อถึงวันที่ 2 กันยายน จะถึงกำหนดปล่อยยานลูก “วิกรม แลนเดอร์” สำหรับร่อนลงจอดบนดวงจันทร์ออกจากจันทรายาน 2 ยานวิกรม ซึ่งตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ วิกรม สารภัย ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวงการอวกาศของอินเดีย
ไม่ได้ร่อนลงสู่พื้นผิวของดวงจันทร์โดยตรง แต่จะโคจรรอบดวงจันทร์ต่อไปในวงโคจรของตัวเอง ซึ่งมีจุดใกล้พื้นผิวดวงจันทร์ที่สุดห่างเพียง 30 กิโลเมตร และจุดที่ไกลจากพื้นผิวมากที่สุดเพียง 100 กิโลเมตรเท่านั้น
ขณะที่อยู่ในวงโคจร ยานวิกรม จะเปิดระบบชะลอความเร็วเพื่อเบรกตัวเองในวงโคจรต่อเนื่องกันเป็นชุด ซึ่งทาง อิสโร หวังว่าจะค่อยๆ ลดความเร็วของยานลงจนสามารถลงจอดได้อย่างนุ่มนวลในบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ระหว่างหลุมอุกกาบาต 2 หลุม คือ แมนซินัส ซี. กับ ซิลเปลิอัส เอ็น. ทั้งนี้ วันที่กำหนดเป็นวันลงจอดของยานวิกรม ก็คือในวันที่ 7 กันยายน ที่จะถึงนี้
ตัวยานวิกรมเอง ถูกออกแบบมาให้สามารถดำเนินการทดลองทางวิทยาศาสตร์ภายในตัวเองนาน 1 วันดวงจันทร์ ซึ่งเท่ากับ 14 วันบนโลก แต่ในขณะที่ลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้แล้ว กลไกจะทำหน้าที่ปล่อย “ปรัชญาณ” ยานโรเวอร์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ออกจากตัวยานวิกรม
“ปรัชญาณ” เป็นยานโรเวอร์ขับเคลื่อน 6 ล้อ น้ำหนัก 27 กิโลกรัม สามารถเดินทางบนพื้นผิวของดวงจันทร์ได้ในรัศมี 500 เมตร เพื่อถ่ายภาพและเก็บรวบรวมข้อมูลส่งผ่านยานวิกรมกลับมายังโลกต่อไป

