เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานอุทยานทางทะเลเกรท แบร์ริเออร์ รีฟ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลออสเตรเลียที่ทำหน้าที่บริหารจัดการ “เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ” แนวปะการังขนาดใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดของโลก ประกาศลดระดับภาพรวมของแนวปะการังสำคัญนอกชายฝั่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลียลงไปอีกระดับ จาก “แย่” เป็น “แย่มาก” หลังจากที่สภาพของแนวปะการังยังไม่สามารถฟื้นฟูดีขึ้น กลับยิ่งแย่ลงมากกว่าภาพรวมในการกำหนดระดับเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยซ้ำไป
สำนักงานดังกล่าวทำหน้าที่ตรวจสอบและจัดระดับภาพรวมของแนวปะการังขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมเนื้อที่มากถึง 345,400 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ทุกๆ 5 ปี พบว่าภาวะโลกร้อนและการเกิดสภาพปะการังฟอกขาวยังคงส่งผลเสียหายให้กับแนวปะการังอย่างใหญ่หลวง ทั้งนี้ในรายงานผลการตรวจสอบครั้งล่าสุดนี้ พบว่าภัยคุกคามหลักๆ ของแนวปะการังแห่งนี้ยังคงเป็นภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก นอกเหนือจากโครงการพัฒนาตามแนวชายฝั่ง, สภาพน้ำจืดจากบนบกที่ไหลลงสู่ท้องทะเลในบริเวณดังกล่าว และพฤติกรรมของมนุษย์อื่นๆ เช่นการลักลอบทำประมงในแนวปะการัง เป็นต้น ทำให้เกิดสภาพปะการังฟอกขาวต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมารวมทั้งเมื่อปี 2017 ที่แนวปะการัง 91 เปอร์เซ็นต์ฟอกขาวไปจนหมด
นอกจากนั้นศัตรูตามธรรมชาติของปะการัง รวมทั้งดาวมงกุฎหนาม ซึ่งกินตัวปะการัง (โพลิป) เป็นอาหาร ยังเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นทวีคูณอีกด้วย

