หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที เผยผลสำรวจทัก...

เผยผลสำรวจทักษะดิจิทัล ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

8.09.19 | 16:36 น.

Sea (Group) ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตชั้นนำใน 7 ตลาดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน อาทิ การีนา (Garena) ช้อปปี้ (Shopee) และแอร์เพย์ (AirPay) จับมือสภาเศรษฐกิจโลก หรือ the World Economic Forum (WEF) เผยผลสำรวจทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) แห่งยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (The Fourth Industrial Revolution) ผลสำรวจสอบถามเยาวชนอายุ 15-35 ปี จากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 56,000 คน บนอินเตอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำจาก Sea (Group) ได้แก่ การีนา และช้อปปี้ วัตถุประสงค์ของการทำผลสำรวจดังกล่าว เพื่อประเมินและเผยความคิดเห็นของเยาวชนที่มีต่อทักษะปัจจุบันอาทิ ความรู้พื้นฐานด้าน STEM ไปจนถึงทักษะที่จำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาให้ตอบรับกับตลาดแรงงานและการแข่งขันบนเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา

Sea (Group) เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มีพันธสัญญาร่วมกับสภาเศรษฐกิจโลก ในการสร้างทักษะด้านดิจิทัลภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในโครงการ “ASEAN Digital Skills Vision 2020” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและกลุ่มบริษัทเอกชน ภายใต้จุดมุ่งหมายเพื่อฝึกฝน พัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่แรงงาน 20 ล้านคน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี พ.ศ.2563 ในช่วง 8 เดือนแรกตั้งแต่ริเริ่มโครงการ “ASEAN Digital Skills Vision 2020” โครงการได้ดำเนินการอบรมบุคลากรในภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 8.9 ล้านคน รวมถึงจัดหาตำแหน่งฝึกงานให้กับแรงงานแล้วกว่า 30,000 คน

เศรษฐกิจดิจิทัล ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลทั่วโลกให้ความสนใจ รายงานจากกูเกิลและเทมาเส็ก (Google & Tamasek) คาดว่า

ยอดมูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value : GMV) ในภาคเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นเป็น 240 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2025 จาก 72 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2018 ที่สำคัญ เศรษฐกิจดิจิทัลถูกขับเคลื่อนด้วยอินเตอร์เน็ตและแพลตฟอร์มต่างๆ อันเป็นผลพวงมาจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการต่อยอดและผสมผสานของเทคโนโลยีหลายด้านที่ได้เกิดขึ้นในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 เทคโนโลยีดังกล่าว ได้แก่ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จึงเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ที่ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นบนวิธีการทำงาน อาชีพ ทักษะที่ใช้ และวิถีชีวิตของคนในสังคม ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้และความใจถึงศักยภาพและผลกระทบของเทคโนโลยีก่อนจะมีการพัฒนาหรือนำเทคโนโลยีไปใช้จริง จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับปรากฏการณ์ดังกล่าว

จากผลสำรวจทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในเศรษฐกิจดิจิทัลที่ Sea (Group) ร่วมกับสภาเศรษฐกิจโลก สอบถามเยาวชนอายุ 15-35 ปี จากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 56,000 คน บนอินเตอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำจาก Sea (Group) ได้แก่ การีนาและช้อปปี้ พบว่าเยาวชนส่วนใหญ่เข้าใจถึงความท้าทายของยุค 4.0 และความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเยาวชน 52 เปอร์เซ็นต์ ตอบว่าพวกเขาต้องหมั่นพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ตลอดเวลา เพื่อให้ประสบความสำเร็จในตลาดแรงงานในอนาคต ในขณะที่เพียง 19% คิดว่าทักษะที่เขามีในปัจจุบันจะเพียงพอสำหรับตลาดแรงงานไปตลอดชีวิต ที่น่าสนใจคือเมื่อให้เรียงลำดับความสำคัญของทักษะแห่งอนาคตเยาวชนผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม จัดอันดับให้ความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพเชิงนวัตกรรม เป็นทักษะที่สำคัญอันดับหนึ่งที่ต้องมีในอนาคต ตามมาด้วยความสามารถด้านภาษา มากกว่าความรู้พื้นฐานด้าน STEM ที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์

Advertisement

ผลสำรวจรายงานว่า ความต้องการในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ กลายเป็นสาเหตุสำคัญสำหรับเยาวชนในการย้ายและเปลี่ยนงาน มากกว่ารายได้ที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า 81 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนยังให้ความเห็นว่า การฝึกงานแบบได้ลงมือทำจริง สำคัญกว่าการศึกษาพื้นฐานแบบปัจจุบัน และอีกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนยังแสดงความต้องการที่จะทำงานในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นอีกด้วย

นอกจากมุมมองของเยาวชนที่มีต่อทักษะในอนาคต ผลการสำรวจยังรวบรวมมุมมองเกี่ยวกับการทำงาน และความคาดหวังต่อการทำงานในอนาคตของเยาวชนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลสำรวจพบว่า เยาวชนมีความต้องการเป็นผู้ประกอบการสูง อย่างเช่น บนธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ ที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ก็สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ โดยมีเยาวชนถึง 33 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ ในขณะเดียวกัน เยาวชนกลับลดความสนใจในการทำงานภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยมีเพียง 8 เปอร์เซ็นต์ที่แสดงความต้องการในการทำงานกับภาคดังกล่าว ปัจจัยสำคัญของความนิยมที่น้อยลงต่อภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มาจากโอกาสในการพัฒนาทักษะการทำงานที่น้อยกว่าองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อถูกถามถึงภาคส่วนธุรกิจที่อยากร่วมงานมากด้วยที่สุด เยาวชนเลือกภาคเทคโนโลยีมากที่สุด โดยมี 7 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนที่ร่วมทำผลสำรวจ ทำงานอยู่ในภาคเทคโนโลยีแล้ว และอีก 16 เปอร์เซ็นต์ ต้องการร่วมงานกับภาคเทคโนโลยีในอนาคต

ดร.สันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist แห่ง Sea (Group) กล่าวว่า “ในขณะที่ธุรกิจของ Sea (Group) มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งบนการีนา ช้อปปี้ และแอร์เพย์ Sea มุ่งเน้นเป็นองค์กรที่เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนเยาวชน และบุคลากรให้มีทักษะดิจิทัล และทัศนคติพร้อมรับปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ในระดับองค์กร เราเน้นการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับบุคลากร ในระดับสังคมและระดับภูมิภาค เราเน้นการสร้างทั้ง ?ความกว้าง? และเพิ่ม ?ความลึก? ให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงพื้นฐานการใช้เทคโนโลยี ในครั้งนี้ เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสภาเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง สำหรับการจัดทำผลสำรวจของเยาวชนทั้งภูมิภาค บนอินเตอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำจาก Sea (Group) ได้แก่ การีนา และช้อปปี้ สะท้อนให้เห็นว่าเราและสภาเศรษฐกิจโลกมีอุดมการณ์และเป้าหมายเดียวกัน ในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะดิจิทัล โดยเฉพาะทักษะด้าน ?Soft Skill? ที่สำคัญต่อภาคเทคโนโลยี เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะเชิงวิพากษ์ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำในยุคดิจิทัล ที่มีความสำคัญไม่แพ้ทักษะ ?Hard Skill? เช่น การโค้ดดิ้ง และความรู้พื้นฐานด้าน STEM ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์”

นายจัสติน วู้ด หัวหน้าฝ่ายเอเชียแปซิฟิก และสมาชิกคณะกรรมการบริหารของสภาเศรษฐกิจโลก กล่าวว่า “ในอนาคตยากที่จะคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบนโลกของเทคโนโลยีบ้าง แต่ที่สำคัญคือวิถีชีวิต การดำเนินธุรกิจและการทำงานจะถูก ?disrupt? ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงถือเป็นความจำเป็นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องสร้างความตระหนัก รู้เท่าทันเทคโนโลยีให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่มีต่อแรงงานและผู้ประกอบวิชาชีพในภูมิภาค ต้องหารือกันถึงแนวทางการพัฒนาทักษะแรงงานและผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญคือ ปลูกฝังและนำเยาวชนของภูมิภาคสู่การเรียนรู้ในยุคใหม่ ที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา”

ภายใต้ความร่วมมือกับสภาเศรษฐกิจโลก Sea (Group) จะเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลแห่งอนาคตให้คนรุ่นใหม่ กระจายความรู้และการเข้าถึงทักษะดิจิทัลอย่างทั่วถึงสำหรับคนทุกรุ่น และเชื่อมโยงแต่ละภาคส่วนภายในอุตสาหกรรม อาทิ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และ ภาคนโยบาย เป็นการลดช่องว่างระหว่างภาควิชาการและการปฏิบัติจริง ปัจจุบัน Sea (Group) ได้ริเริ่มโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจดังกล่าวแล้ว

อาทิ ยุทธศาสตร์ “10 in 10 Initiative” โครงการ “Shopee Bootcamp” และ “Sea Scholarship” เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพบุคลากรสู่ตลาดแรงงานในยุคดิจิทัลเป็นต้น