‘ปัญญาประดิษฐ์’ เมื่อคอมพิวเตอร์คิดแทนคน!

10.06.16 | 14:27 น.
ภาพจาก T2 Telehealth and Technology

ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดใช้คำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ขึ้นมาแทนคำภาษาอังกฤษว่า “อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์” (Artificial intelligence) หรือ “เอไอ” รู้แต่ว่าชอบคำนี้จัง

ชอบเพราะได้ยินแล้วสะกิดให้คิดขึ้นมาติดหมัดว่า จริงๆ แล้วปัญญาน่ะ “ประดิษฐ์” กันได้จริงหรือเปล่า?

ตั้งคำถามนี้ขึ้นมาทุกที ก็ต้องมีคนบอกว่า ว่างๆ ก็ลองคุยกับ “สิริ” โปรแกรมสั่งงานด้วยเสียง แถมยังตอบคำถามเราได้เหมือนกำลังคุยกับใครอยู่สักคนของแอปเปิลดู บางคนบอกว่า บางทีคำตอบของ “สิริ” ก็ทำให้เราอึ้งได้เหมือนกัน “จริงของมันว่ะ” เขาว่างั้น

เราประดิษฐ์ “ปัญญา” ได้จริงหรือเปล่า? ยังไม่มีคำตอบ แต่ทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์ก็ทำอะไรต่อมิอะไรแทนคนไปหลายๆ เรื่องแล้ว บางเรื่องก็เล่นเอาคน “หน้าหงาย” ไปเหมือนกัน อย่างเช่นเจ้า “อัลฟาโกะ” ที่พัฒนาโดย “ดีพมายนด์” บริษัทเอไอของอังกฤษ ซึ่งสามารถเอาชนะแชมป์โลกหมากล้อมที่เป็นหนุ่มเกาหลีได้ราบคาบนั่นไง

เรารู้สึกทึ่งยังไง หัวเรือใหญ่ด้านเอไอของกูเกิลก็รู้สึกเหมือนๆ กัน ถึงได้ควักเงิน 650 ล้านดอลลาร์ ซื้อดีพมายนด์ไปทั้งบริษัท

Advertisement

ในโลกของคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีทุกวันนี้ไม่มีอะไรจำกัดตายตัวแน่นอนอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น ถ้าเมื่อเช้านี้ใครสักคนได้อ่านรายงานภาวะตลาดหุ้นของสำนักข่าวเอพี ว่าหุ้นตัวไหนขึ้น-ลงอย่างไรในตลาดนิวยอร์ก หรือรายงานผลการแข่งขันกีฬาใน ยาฮู สปอร์ต ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะได้อ่านผลงานเขียนของ “คอมพิวเตอร์” ไม่ใช่ “นักข่าว” ทั่วๆ ไป

โปรแกรมเขียนข่าวหุ้นสั้นๆ หรือผลกีฬาว่าทีมไหนชนะหรือแพ้ ด้วยสกอร์เท่าไหร่ นั้นเรียกว่า “เวิร์ดสมิธ” ผู้พัฒนาคือบริษัทจากนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกาชื่อ ออโตเมท อินไซท์ ครับ

ที่น่าสนใจก็คือ ลีโอ เบเนดิคตัส แห่งการ์เดียนเคยลองจับ “เวิร์ดสมิธ” ไปเขียนข่าวฟุตบอลแข่งกับผู้สื่อข่าวกีฬาที่เป็นคนจริงๆ แข่งกันเขียนซีซั่นมหัศจรรย์ของทีมเลสเตอร์ แชมป์พรีเมียร์ลีกล่าสุดนี่แหละครับ ผลออกมาน่าทึ่งทีเดียว ใครอยากอ่านเปรียบเทียบเข้าไปอ่านได้ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ของประเทศอังกฤษฉบับนี้

แต่ลีโอเขาสรุปตบท้ายเอาไว้เหมือนเป็นการตัดสินเอาไว้ว่า คนเขียนข่าวนี้ได้สนุกกว่า ยกเว้นว่า อยากได้ข้อเขียนสรุปที่เต็มไปด้วยข้อมูลสถิติต่างๆ ภายใน 10 นาทีละก็ใช้เวิร์ดสมิธดีกว่าแน่

ลีโอเคยทดสอบโปแกรมแปลภาษาของกูเกิลกับความสามารถของคนเหมือนกันครับ เขาใช้วิธีนำเข้าข้อความที่เป็นภาษาอังกฤษมาเป็นต้นฉบับ ให้คนแปลเป็นฝรั่งเศส แล้วให้อีกคนแปลจากฝรั่งเศสกลับเป็นอังกฤษอีกที ทำอย่างเดียวกันกับ “กูเกิลทรานสเลท”

ผลปรากฏว่า “คน” ยังทำได้แม่นยำและดีกว่าครับ

ล่าสุดนี้ ทีมวิจัยของไมโครซอฟท์กำลังคิดการใหญ่ ทดลอง “สอน” คอมพิวเตอร์ให้ “เล่าเรื่อง” จาก “ภาพถ่าย” สักชุดหนึ่ง

ลองคิดอย่างนี้ครับว่า ถ้าเราเห็นอัลบั้มภาพถ่าย มีหนุ่มในชุดทักซิโดกับสาวเจ้าในชุดขาวงดงาม เราอาจบอกได้ว่า นี่คือเจ้าบ่าว-เจ้าสาว “เพื่อนผมเองแหละ ดูกำลังมีความสุขเชียว งานแต่งจัดเสียเลิศเลย” ทีมวิจัยของไมโครซอฟท์กำลังพยายามสอนให้คอมพิวเตอร์ทำอย่างเดียวกันกับรูปภาพชุดใดชุดหนึ่งครับ

ระบบของไมโครซอฟท์ เรียกว่า “ดีพ นิวรอลเน็ตเวิร์ก” เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ “เรียนรู้” โดยการจดจำจากตัวอย่าง เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าก็เป็นส่วนเสี้ยวหนึ่งของระบบนี้ นอกจากนั้นเราอาจป้อนข้อมูลให้ระบบเรียนรู้ได้ว่า อะไรคือ ชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว เป็นต้น

แต่ที่ยากและไมโครซอฟท์ยังแก้ปัญหาไม่ตกก็คือ ทำอย่างไรให้ระบบเรียนรู้ได้ว่า อะไรคือ “มีความสุข” อะไรคือ “เลิศ”

เป้าหมายของไมโครซอฟท์น่าสนใจนะครับ มากาเร็ต มิตเชลล์ หัวเรือใหญ่ของโครงการวิจัย (ที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ)นี้ บอกว่า เพื่อทำให้หุ่นยนต์หรือคอมพิวเตอร์ “เข้าใจ” มนุษย์ ไม่ใช่เพื่อให้ “เอาชนะ” มนุษย์

อลัน วินฟีลด์ ศาสตราจารย์ด้านหุ่นยนต์ศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยแห่งเวสต์ลอนดอน บอกเอาไว้ว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ที่ “คิด” เป็นนั้นยังเป็น “ฝันที่ห่างไกล” อยู่ไม่น้อย แล้วยกตัวอย่างให้ฟังไว้น่าคิดว่า เราสร้างหุ่นยนต์ให้ชงชาให้เรากินได้ง่ายๆ

แต่จะสร้างหุ่นยนต์ให้เหมือนคน ที่เดินเข้าไปในครัวบ้านเพื่อนฝูง หรือบ้านคนอื่นแล้วชงชาได้น่ะ ยังไม่มีทางทำได้ครับ