เป็นเซเลบหนุ่มที่ไม่ค่อยอยากปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชนเท่าไหร่ ทว่ากลับไม่ได้ทำให้ความสนใจของเขาลดน้อยลงเลย ก็เป็นทั้งทายาทตระกูลดังในเมืองไทย เป็นเซเลบนักเรียนนอก ดีกรีร้อยตรีที่ศึกษาจบโรงเรียนนายร้อยจากสหราชอาณาจักร ล่าสุด ยังโกอินเตอร์ในฐานะนักแข่งรถ สมาชิกทีมคราฟฟ์ แบมบู เรซซิ่ง (Craft Bamboo Racing) ได้แข่งในรายการจีที เอเชีย ซีรีส์ ซึ่งเป็นรายการแข่งขันใหญ่ที่สุดในเอเชียในงานเปิดตัวนักแข่งคนไทยคนแรกในทีมแข่งรถแถวหน้าของเอเชีย ณ ชั้น 1 ลานแฟชั่นฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เป็นโอกาส
ทำความรู้จักอย่างเป็นทางการกับ ร.ต.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี หรือ ต่อย ในวัย 26 ปี บุตรคนที่ 3 และสุดท้องของ นายจุตินันท์-ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี น้องชายของ ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก สหรัฐ, หลักสูตรนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์ทซ์ สหราชอาณาจักร ปัจจุบันรับราชการทหารอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และที่ปรึกษา ผอ.สายการเงินและการบัญชีกลาง บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด
ณัยณพเล่าถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางนักแข่งว่า ชอบความเร็วอยู่แล้ว ระหว่างเรียนได้กลับมาที่เมืองไทย มีโอกาสได้ลองขับรถแข่งในสนามแข่งรถ ยิ่งรู้สึกชอบ จึงคุยกับคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากลองแข่งรถ ซึ่งท่านก็โอเคและสนับสนุน ซึ่งส่วนหนึ่งคิดว่าเพราะท่านเห็นว่าผมเป็นคนระมัดระวังอยู่แล้ว ขณะเดียวกันอุปกรณ์เซฟตี้เดี๋ยวนี้มีเยอะและปลอดภัยมากขึ้น
นี่เป็นจุดเริ่มต้นทำให้วัยรุ่นอายุ 15 ปี เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย แม้ไม่ได้แข่งเก็บคะแนนจริงจังตลอดทั้งปีเหมือนนักแข่งทั่วไป เพราะหน้าที่การงานและการศึกษาต้องมาก่อน แต่เขาก็สะสมประสบการณ์หลังพวงมาลัยปีละ 2-3 สนาม ขยับรุ่นแข่งและคว้ามาถึง 16 ถ้วยรางวัล และในสนามบางแสน สตรีทเซอร์กิต จังหวัดชลบุรี ที่เขาได้โชว์ฝีมือด้วยการทำเวลาได้ดีที่สุด เป็นโอกาสได้รับทาบทามเข้าร่วมทีมคราฟฟ์ แบมบู เรซซิ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังแข่งขันสนามสนามที่ 2 จาก 6 สนาม
“ในการแข่งขันเครื่องยนต์ที่ดีช่วยได้นิดหน่อย แต่ที่ช่วยได้มากคือทักษะ ไม่ว่าจะวิธีขับ เทคนิคการเข้าโค้ง การเบรก การกดคันเร่ง ของพวกนี้เรียนรู้กันได้ อยู่ที่ว่าใครจะมีสติและปรับตัวได้เร็วกว่ากัน ร่างกายแข็งแรงกว่า มันไม่ใช่รถเร็วจะมีสิทธิชนะเท่านั้น อย่างไรก็ดี การแข่งขันยังต้องมีดวง เพราะบางครั้งต่อให้เราขับมาดีแค่ไหน ได้สตาร์ตอันดับ 1 แค่โค้งแรกแย่งกันเข้า ก็โดนอัดเข้ากำแพงก็โดนมาแล้ว”
กับการแข่งขันปลายสัปดาห์นี้ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เขาหวังจะได้ขึ้นโพเดียมอันดับสูงสุดให้ได้ หนึ่งเพราะทำการบ้านมาดี สองรถพร้อมมาก และสามเป็นสนามบ้านเกิด ทั้งยังกล่าวเชิญชวนให้เชียร์รถเปอร์เช่สีเหลืองเขียวหมายเลข 91 และเพื่อนร่วมทีมหมายเลข 88
ถึงเวลานี้ณัยณพก้าวสู่นักแข่งรถเต็มตัว แต่ในหน้าที่การงานปัจจุบันเขาก็ไม่ทิ้ง เพราะสามารถแบ่งเวลาได้ “สามารถลางานได้ แต่จริงๆ การแข่งรถไม่ได้ใช้เวลาเยอะอย่างที่ทุกคนคิด สามารถเดินทางกลับมาทันวันจันทร์ทำงานอยู่แล้ว เพราะแข่งช่วงวันเสาร์-อาทิตย์” และที่ไม่ทิ้งตรงนี้ก็เพราะความ “ชอบ” อีกเช่นกัน
“ผมชอบลุยมาตั้งแต่เด็ก ตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษได้ไปเรียนรักษาดินแดนของเขา รู้สึกชอบมากจึงบอกคุณพ่อคุณแม่ขอไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อยที่อังกฤษ ตอนแรกท่านไม่ให้ ขอให้เรียนปริญญาตรีก่อนแล้วค่อยว่ากัน ปรากฏว่าพอเรียนปริญญาตรีเหลืออีก 1 ปีจบ ท่านก็ชวนไป ซึ่งต้องบอกว่าโรงเรียนแห่งนี้สร้างคาแร็กเตอร์ของคนอย่างมาก บางคนที่มีวินัยอยู่แล้วก็ยิ่งมีวินัยเข้าไปใหญ่ ชีวิตทหารของเขาลุยตลอด เข้าป่า นอนในหลุม ขุดหลุม 4-5 วันไม่ได้นอน โดนทดสอบความอดทนสารพัด มันลำบากแต่ก็ชอบ เพราะได้เรียนรู้ตัวเองเยอะมาก ได้วินัย ได้ความเป็นผู้นำ”
ขณะที่ธุรกิจครอบครัว ณัยณพบอกว่า ยังเรียนรู้จากด้านนอก ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรมาก เพราะยังชอบเดินเส้นทางความฝันอยู่ และนอกเหนือจากการแข่งรถ และรับราชการทหาร เขาบอกว่า
“ก็เป็นคนธรรมดาง่ายๆ คนหนึ่ง ชอบอยู่บ้าน ชอบพักผ่อน ตอนนี้ชอบออกกำลังกาย”







กับครอบครัว

