ฟอนดาชิโอเน มอนตาญญา ซิคูรา หรือมูลนิธิเพื่อความปลอดภัยของภูเขา ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรในอิตาลี และรัฐบาลเขตวัลเล ดาออสซาเผยแพร่รายงานผลการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า พลานพินชิอูซ์ กลาเซียร์ ธารน้ำแข็งบริเวณลาดไหล่เขาส่วนหนึ่งของเทือกเขามงบลังก์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดที่เป็นแนวเดียวกับเทือกเขาแอลป์ บริเวณใกล้กับเมืองคูร์มาเยอร์ ชายแดนประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส กำลังเลื่อนไหลลงมาอย่างรวดเร็ว ในอัตราการเคลื่อนที่สูงถึงวันละ 50-60 เซนติเมตร ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดพังถล่มลงมากลายเป็นหิมะถล่มครั้งใหญ่ขึ้นมาเมื่อใดก็ได้
กลาเซียร์พลานพินชิอูซ์ อยู่บนลาดไหล่เขา กรานเดส จอร์อาเซส เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่มีมวลน้ำแข็งอยู่มากถึง 250,000 คิวบิกเมตร แผ่ครอบคลุมเนื้อที่ถึง 1,327 ตารางกิโลเมตร ทำให้ นายสเตฟาโน มิเซรอคคี นายกเทศมนตรีเมืองคูร์มาเยอร์ สั่งให้อพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่กระท่อมเชิงเขา และปิดถนนทุกสายที่จะเข้าไปสู่บริเวณเชิงเขา พร้อมกันนั้นก็ประกาศห้ามเข้าสู่พื้นที่บางส่วนของ วาล เฟอร์เรต์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเดินป่า ปีนเขายอดนิยมในบริเวณดังกล่าวอีกด้วย

ทั้งนี้ นายมิเซรอคคียอมรับว่าไม่มีแบบจำลองหรือตัวอย่างใดๆ ที่สามารถจะบ่งบอกได้ว่า พลานพินชิอูซ์ กลาเซียร์ จะถล่มลงมาเป็นบางส่วน หรือถล่มลงมาทั้งหมด จึงไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตขึ้น และเน้นว่าด้วยมาตรการเหล่านี้ทำให้แม้ว่าจะเกิดหิมะถล่มลงมาจากการแตกหักของชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของกลาเซียร์นี้ก็จะไม่เป็นภัยคุกคามต่อชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยว ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องอพยพชาวเมืองคูร์มาเยอร์ แต่อย่างใด
มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยของภูเขา ซึ่งเฝ้าระวังเหตุการณ์นี้มาตั้งแต่ปี 2013 ที่ผ่านมาระบุว่า ภาวะอุณหภูมิสูงผิดปกติในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายนที่ผ่านมา ช่วยเร่งให้น้ำแข็งของกลาเซียร์ละลายเร็วมากขึ้น ทั้งนี้ธารน้ำแข็งพลานพินชิอูซ์นี้จัดเป็นธารน้ำแข็งแบบ เทมเพอร์เรต หรือธารน้ำแข็งที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิมากที่สุด เนื่องจากสามารถคงอยู่ได้เมื่ออุณหภูมิที่เข้าใกล้กับจุดหลอมละลายของน้ำแข็งได้ ทำให้เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยก็เริ่มหลอมละลายและเคลื่อนที่ลงมาตามลาดไหล่เขาทันทีนั่นเอง
การเตรียมพร้อมรับมือหิมะถล่มดังกล่าวนี้มีขึ้นใกล้เคียงกับที่ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (ไอพีซีซี) ในสังกัดองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพิ่งเผยแพร่รายงานพิเศษฉบับใหม่ออกมาเมื่อวันที่ 25 กันยายน เตือนว่า กลาเซียร์ทั่วโลกรวมทั้งในยุโรป ซึ่งอยู่นอกเหนือพื้นที่กรีนแลนด์และทวีปแอนตาร์กติกา กำลังสูญเสียมวลน้ำแข็งไปกับการหลอมละลายมากถึง 220,000 ล้านเมตริกตันต่อปี ทั้งยังละลายเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลา
หากไม่มีการดำเนินการใดๆ พื้นที่รวมของกลาเซียร์เหล่านั้นจะหดตัวลงมากถึง 36 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่บัดนี้เรื่อยไปจนถึงสิ้นศตวรรษนี้ โดยในบริเวณที่มีกลาเซียร์ขนาดย่อมกว่า เช่นในยุโรป จะสูญเสียมวลน้ำแข็งไปได้สูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่มีในเวลานี้ในปี 2100 โดยที่กลาเซียร์หลายๆ แห่งคาดว่าจะหายไปโดยสมบูรณ์ไม่ว่าจะมีการดำเนินการใดๆ เพื่อชะลอภาวะโลกร้อนหรือไม่ก็ตาม
นายแมทเทียส ฮัสส์ นักธารน้ำแข็งวิทยาของสถาบันอีทีเอชในซูริค สวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังกลาเซียร์สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า กลาเซียร์ทั้งในสวิสและในยุโรปสูญเสียไปมากที่สุดในช่วง 5 ปีหลังมานี้นับตั้งแต่มีการเฝ้าระวังซึ่งเริ่มตั้งแต่ในทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา
แนวเส้นจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียสของยอดเขามงบลังก์ในหน้าร้อนปีนี้เลื่อนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนเลยยอดเขาไปในที่สุดทำให้ธารน้ำแข็งใหญ่น้อยบนภูเขาหลอมละลายได้ทั้งหมดนั่นเอง

