เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีรายงานสถานการณ์ความรุนแรงทางเพศ ในหัวข้อ“ข่มขืน ไกล่เกลี่ย ยอมความ:เราจะออกจากวังวนนี้ได้อย่างไร?” โดยนางสาวจรีย์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยว่า จากการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศในรอบปี2558 จากหนังสือพิมพ์14 ฉบับ ได้แก่ คมชัดลึก,ข่าวสด,มติชน,เดลินิวส์,แนวหน้า,ไทยโพสต์,กรุงเทพธุรกิจ,บ้านเมือง,ไทยรัฐ,สยามรัฐ,ผู้จัดการรายวัน,สยามกีฬา,พิมพ์ไทย,โพสต์ทูเดย์ พบว่ามีข่าวความรุนแรงทางเพศ ทั้งหมด306 ข่าวมากที่สุดคือข่าวข่มขืนรุมโทรม224ข่าว คิดเป็น73.2%และมีผู้ที่เสียชีวิตถึง20ราย คิดเป็น60%อาชีพของผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นนักเรียน/นักศึกษา53.5% สำหรับปัจจัยกระตุ้นมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์30% รองลงมามีปัญหาการยับยั้งอารมณ์ทางเพศ23.3%ที่น่าห่วงคือ อายุผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่อยู่ในช่วง1-20ปีและน้อยที่สุดคือ1ปี8เดือน สูงสุดคือ86ปี ทั้งนี้ ผู้กระทำ46% เน้นที่คนใกล้ชิดและรู้จัก ขณะที่จังหวัดหรือพื้นที่ที่ใช้ก่อเหตุมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ รองลงมา ชลบุรี และสมุทรปราการ
“ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ถูกกระทำ มีทั้งทางด้านจิตใจ หวาดผวา ระแวง ซึมเศร้า รองลงมาคือ สูญเสียทรัพย์ ถูกบังคับมีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง ถูกทำร้ายร่างกายสาหัส สถานที่ใช้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นที่พักของผู้ถูกกระทำ21.4% และที่พักผู้กระทำ19.9%และที่สำคัญผู้ที่ก่อเหตุ ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ค้าขาย หรือมีแม้กระทั่งเป็นนักเรียนนักศึกษา ครู/อาจารย์ ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า การกระทำความรุนแรงทางเพศถือเป็นปัญหาที่สะท้อนวิธีคิดจากระบบชายเป็นใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นรากเหตุแห่งปัญหาคือผู้กระทำใช้อำนาจเหนือบังคับให้เป็นไปตามที่ตนเองต้องการเป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงชายโดยเฉพาะเรื่องเพศที่ผู้ชายไม่ได้ถูกปลูกฝังให้มีการควบคุม ผู้ชายจึงมักแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบไหนก็ได้ผู้ชายส่วนหนึ่งจึงใช้อำนาจกับผู้หญิงในเรื่องเพศดังนั้นในการแก้ไขปัญหานี้จำเป็นอย่างยิ่งต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด มนุษย์ทุกคนต้องเคารพเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น” นางสาวจรีย์กล่าว

นางสาวอังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากข้อมูลการให้คำปรึกษาผู้ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศของมูลนิธิฯ พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุไม่เกิน 20 ปีที่ถูกกระทำจากคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัว ที่สำคัญคือผู้ประสบปัญหาส่วนใหญ่ไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินคดีความจึงทำให้คดีขาดอายุความ พยานหลักฐานไม่พร้อมเกิดความท้อและอายที่ต้องเล่าเหตุการณ์ซ้ำหลายครั้ง ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลไกการคุ้มครองของหน่วยงานรัฐอาจไม่สามารถคุ้มครองสิทธิ โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางเพศที่ต้องไม่บัญญัติให้มีการยอมความในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ
“ส่วนใหญ่แล้วผู้ถูกกระทำมีภาวะความกลัวอายและมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจที่รุนแรงนอกจากนี้การรวบรวมสถิติข่าวยังได้สะท้อนภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ไม่ได้มีกระบวนการหรือกลไก ป้องกันแก้ไขปัญหา เยียวยาผู้ถูกกระทำแบบรอบด้าน ทั้งกระบวนการเสริมพลังให้กล้าออกมาขอความช่วยเหลือ รวมถึงระบบช่วยเหลือที่เป็นมิตรดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนรับแจ้งความดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับเพศโดยไม่อาศัยช่องว่างกฎหมายในความผิดข่มขืนสามารถยอมความได้ นอกจากนี้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธิขั้นตอนและระยะเวลาในชั้นสอบสวนที่สำคัญต้องมีการตรวจร่างกายเพื่อบันทึกหลักฐานอย่างครบถ้วนและเป็นระบบ เคารพสิทธิ คุ้มครองสิทธิ

จรีย์ ศรีสวัสดิ์

อังคณา อินทสา

