เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษรายงานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา อ้างผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่ระบุว่าสาเหตุที่คนเรามักจะบ่นถึงการนอนไม่พอ หรือง่วงเหงาหาวนอนนั้น เป็นเพราะจริงๆ แล้วคนเราควรจะนอนเป็นช่วงเวลาสั้นๆ 2 ครั้งต่อวัน แทนที่จะเป็นการนอนยาวเป็นเวลา 8 ชั่วโมง และการนอนในลักษณะดังกล่าวนั้นเหมาะสมกับนาฬิการ่างกายของมนุษย์ด้วย
ดอกเตอร์เมลินดา แจ๊กสัน นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านความผิดปกติในการนอนหลับจากมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที และไซออบฮัน แบงก์ส นักวิจัยด้านการนอนหลับจากมหาวิทยาลัยเซาธ์ออสเตรเลีย ระบุว่าในอดีตการนอนหลับ 2 ช่วง หรือที่เรียกกันว่าเซ็กเมนเทด หรือไบโมดัลนั้นเคยเป็นค่านิยมปกติในอดีต
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองระบุในบทความที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์เดอะคอนเวอร์เซชั่นว่า นักมานุษยวิทยาพบหลักฐานว่ายุโรปในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมนั้น การนอน 2 ช่วงใน 1 วันเป็นสิ่งที่ทำกันเป็นปกติ โดยอ้างการกล่าวถึงลักษณะการนอนแบบดังกล่าวในงานเขียนที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในช่วงเวลานั้น ขณะที่การปรากฏขึ้นของโรคนอนไม่หลับนั้นก็มีขึ้นในช่วงเวลาที่การกล่าวถึงการนอน 2 ช่วงเริ่มที่จะหายไป
รายงานระบุด้วยว่า การนอน 2 ช่วงนั้นเหมาะกับนาฬิการ่างกายของมนุษย์ ตัวอย่างการทดลองของนักจิตวิทยาในศตวรรษที่ 90 ที่ทำการทดลองให้อาสาสมัครอยู่ในความมืดเป็นเวลา 14 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แทนที่จะเป็น 8 ชั่วโมง โดยพบว่าหลังจากสัปดาห์ที่ 4 รูปแบบการนอน 2 ช่วงเวลาคือการนอน 4 ชั่วโมง ตื่น 2-3 ชั่วโมง และนอนต่อ 4 ชั่วโมงเริ่มเกิดขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญระบุด้วยว่า การแบ่งเวลานอน 2 ช่วง ช่วยเพิ่มความตื่นตัว เนื่องจากจะมีเวลา 2 ช่วงที่ช่วยเพิ่มกิจกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความตื่นตัวตลอดวัน ต่างจากการนอนยาวที่จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานระหว่างวันนั้นลดลงเรื่อยๆ
นอกจากนี้ การแบ่งการนอนเป็น 2 ช่วงยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ที่ต้องทำงานเป็นกะ และครอบครัวที่กำลังมีลูกเล็กด้วย

