เวโรนิกา ดิดูเซนโก สาวงามเจ้าของมงกุฎ “มิสยูเครน ปี 2018” ที่เคยตกเป็นข่าวถูกถอดมงกุฎ หลังจากได้รับตำแหน่งนางงามยูเครนได้เพียง 4 วัน ด้วยสาเหตุถูกกองประกวดจับได้ว่าเป็นแม่ม่ายลูกติดที่ผ่านการหย่าร้าง มีลูกชายวัย 4 ขวบ 1 คน ทางกองประกวดจึงริบมงกุฎคืน แล้วให้สาวงามเจ้าของรองอันดับ 1 เดินทางร่วมประกวดมิสเวิลด์ที่เมืองซานย่า ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี 2561 แทน
ล่าสุดมีข่าวว่า เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2562 เวโรนิกา นางแบบวัย 24 ได้ยื่นฟ้องกองประกวดมิสเวิลด์ที่ศาลในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยอ้างพระราชบัญญัติว่าด้วยความเท่าเทียมปี 2010 แห่งสหราชอาณาจักรเป็นเครื่องมือต่อสู้ว่ากองประกวดละเมิดพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ที่ระบุ “ให้ความคุ้มครองแก่บุคคลจากการถูกเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน และในวงสังคมอื่นๆ”
นางแบบแม่ลูกหนึ่งบอกว่า เธอต้องการให้คดีนี้ ส่งผลให้กองประกวดมิสเวิลด์มีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบหลายข้อในการประกวดที่ล้าสมัย ให้ทันยุค ทันสมัยขึ้น
ทั้งนี้ ในกฎระเบียบระบุว่า ผู้สมัครเข้าประกวดมิสยูเครนจะต้องไม่แต่งงาน หรือเคยแต่งงานมาก่อน และจะต้องไม่มีบุตร
“ฉันต้องการเปลี่ยนกฎระเบียบเหล่านั้น ฉันอยากให้มั่นใจได้ว่า กฎระเบียบในการประกวดมิสเวิลด์จะมีการปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ฉันอยากทำให้กฎข้อบังคับเหล่านั้นมีความเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น และสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงในชีวิตของผู้หญิงยุคปัจจุบัน ที่สามารถจัดการกับอาชีพการงาน และชีวิตส่วนตัวได้เป็นอย่างดี” ดิดูเซนโก ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี
ตามรายงานของบีบีซีอ้างว่า ตอนตัดสินใจสมัครประกวดมิสยูเครน ดิดูเซนโกไม่เคยคิดว่าเธอจะชนะ ได้มง เธอหวังแค่ว่าจะเป็นช่องทางช่วยทำให้องค์กรการกุศล ยังก์ ไอสไตน์ ยูเครน ของเธอเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ชัยชนะ ได้มง จึงเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับเธอ แต่แล้วเธอกลับต้องเจอเรื่องเหนือความคาดหมายยิ่งกว่า เมื่อถูกถอดมงกุฎ หลังจาก “มงลง” ผ่านไปแค่ 4 วัน
“ฉันรู้สึกแย่มาก ไม่ใช่แค่เรื่องราวของฉัน แต่มันคือเรื่องราวชีวิตของผู้หญิงอีกหลายพันคนทั่วโลกที่อาจต้องการเข้าประกวดนางงาม แต่ไม่มีโอกาสเข้าร่วมประกวดได้ เพราะว่า พวกเธอเป็นแม่”

ดิดูเซนโกอ้างว่าถึงแม้เธอจะขาดคุณสมบัติ ตามกฎข้อบังคับในการเข้าประกวด แต่ทางกองประกวดก็คะยั้นคะยอให้เธอเข้าร่วมประกวด ทั้งนี้จากข้อมูลของ สกาย นิวส์ ระบุว่า ดิดูเซนโกเคยร่วมเดินแบบในงานปารีส แฟชั่น วีค และเป็นนางแบบให้กับ Zarina แบรนด์เครื่องประดับดังของยูเครน
เธอบอกกับบีบีซีว่า การเป็นแม่ “ไม่ได้มีผลบั่นทอนความสามารถในการเป็นมืออาชีพของฉัน หรือเป็นนางแบบที่ประสบความสำเร็จ หรือมีผลต่อการทำงานของฉันแต่อย่างใด” เธอจึงรู้สึกว่ากฎข้อบังคับของกองประกวดไม่สมเหตุสมผล
แองจี้ บีสลีย์ ผู้อำนวยกองประกวดมิสอิงแลนด์ หรือนางงามอังกฤษ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ไอทีวี อ้างว่ากฎข้อบังคับเหล่านั้นมีขึ้นเพราะต้องการให้ความเป็นธรรมทั้งแก่เด็กและครอบครัวของเด็ก
“มันจะไม่เป็นธรรมทั้งต่อเด็กและครอบครัวของเธอ ที่แม่ต้องไม่อยู่บ้านนานเป็นปี ต้องเดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลืองานการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ มันทำให้เกิดคำถามว่าแล้วใครจะทำหน้าที่ดูแลเด็กเหล่านั้น เด็กๆ ที่แม่ของพวกเขาโชคดีชนะได้ตำแหน่ง”
แต่ดิดูเซนโกกลับมีความเห็นว่า ลูกชายของเธอก็ต้องเดินทางไปยังที่ต่างๆ กับเธอด้วย ซึ่งเธอไม่เห็นว่ามันจะเป็นผลเสียต่อลูกชายเธอแต่อย่างใด เพราะลูกก็มีเธออยู่ด้วย อีกทั้งยังทำให้ลูกชายเธอมีโอกาสเห็นโลกกว้าง
“เขาจะมีโอกาสเห็นประเทศต่างๆ มากมายตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งในความเห็นของฉัน กลับรู้สึกว่านี่จะทำให้เขามีการพัฒนามากกว่าเด็กคนอื่น ดังนั้นข้ออ้างของกองประกวดมิสเวิลด์ที่ว่าพวกเขาเป็นห่วงสวัสดิภาพของเด็ก จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดสำหรับฉัน”

