สรรหามาเล่า…2562 ปีที่ความห่างเหิน คู่เจ้าชายวิลเลียม VS คู่เจ้าชายแฮร์รี ยิ่งชัด!!!

AFP และ Getty Immages

2562 ปีที่ความห่างเหิน คู่เจ้าชายวิลเลียม VS คู่เจ้าชายแฮร์รี ยิ่งชัด!!!

ตลอดปี 2562 ราชวงศ์วินด์เซอร์แห่งอังกฤษ ยังคงเป็นราชวงศ์ที่อยู่ในความสนใจของสื่อมากกว่าราชวงศ์ใดๆ และมีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่องทั้งปี โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ สมาชิกราชวงศ์ที่อยู่ในความสนใจของสื่อก็หนีไม่พ้น เจ้าชายวิลเลียม หรือดยุกแห่งเคมบริดจ์ กับดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ หรือ เคท มิดเดิลตัน พระชายาและคู่ของ เจ้าชายแฮร์รี หรือดยุกแห่งซัสเซกซ์ กับดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ หรือ เมแกน มาร์เคิล พระชายา ซึ่งในปี 2562 คู่ของเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี มีทั้งข่าวดีของแต่ละครอบครัว รวมทั้งข่าวความห่างเหินของครอบครัวทั้งสอง ที่ดูเหมือนยิ่งปรากฏภาพชัดเจนขึ้น

สำหรับข่าวใหญ่ของราชวงศ์อังกฤษในปี 2562 คงต้องยกให้ข่าวการประสูติของ อาร์ชีแฮร์ริสัน เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ พระโอรสของเจ้าชายแฮร์รีกับดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ที่สื่อเฝ้าเกาะติดกันมาตลอดกระทั่งถึงวันประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้เพราะด้วยความที่มีข่าวว่าทั้งเจ้าชายแฮร์รีและพระชายา ต้องการใช้ช่วงเวลาสำคัญนี้อย่างเป็นส่วนพระองค์ จึงจะไม่ใช้โรงพยาบาลเซนต์แมรี ในกรุงลอนดอน เป็นสถานที่ประสูติเหมือนที่สมาชิกราชวงศ์พระองค์อื่นได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา สื่อต่างๆ จึงพยายามหา “ข่าวซีฟ” ทำให้มีข่าวลือออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือว่า ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ต้องการประสูติที่พระตำหนักฟร็อกมอร์ ที่ประทับ โดยมีทีมแพทย์พยาบาลเตรียมไว้แล้ว แต่ต่อมาภายหลังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏเป็นข่าวก็คือ ดัชเชส

เมแกนทรงคลอดพระโอรสที่โรงพยาบาลพอร์ตแลนด์ ในกรุงลอนดอน โรงพยาบาลที่ให้การดูแลแม่และเด็กระดับเวิลด์คลาส ซึ่งคนดังหลายคน รวมทั้ง วิคตอเรีย เบ๊กแฮม ก็คลอดลูกที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งยังเป็นโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ห่างจากพระตำหนักฟร็อกมอร์ราว 25 ไมล์ หรือราว 40 กิโลเมตร โดยเรื่องนี้มีใบสูติบัตรของอาร์ชี เป็นหลักฐานยืนยัน

ครอบครัวเจ้าชายแฮร์รี ระหว่างเยือนแอฟริกาใต้
เจ้าชายอาร์ชี พระโอรสเจ้าชายแฮร์รี (เครดิตภาพจากเอเอฟพี และ Getty Immages )

หลังจากดัชเชสเมแกนประสูติพระโอรสผ่านไป 2 วัน เจ้าชายแฮร์รีและพระชายา ทรงอุ้มพระโอรสออกมาให้สื่อและชาวโลกได้ยลโฉมพระโอรสองค์น้อยเป็นครั้งแรก ที่ห้องโถงใหญ่ ในบริเวณพระราชวังวินด์เซอร์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งก็เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก ที่เฝ้ารอยลโฉมของพระโอรสองค์น้อย

ขณะที่คู่ของเจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ก็มีข่าวน่ายินดีที่สร้างรอยยิ้ม และอยู่ในความสนใจของสื่อ นั่นก็คือข่าวเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระธิดาพระชันษา 4 ปี ทรงถึงวัยเข้าเรียน และทรงเข้าเรียนที่โรงเรียนโธมัสส แบตเตอร์ซี เมื่อวันที่ 5 กันยายน โดยโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนเอกชนชื่อดัง และเป็นโรงเรียนเดียวกับที่เจ้าชายจอร์จ พระเชษฐา ทรงเรียนอยู่ โดยเจ้าชายวิลเลียม พระชายา ทรงพาเจ้าหญิงชาร์ลอตต์และเจ้าชายจอร์จไปส่งที่โรงเรียนในวันนั้น ซึ่งมี เฮเลน แฮสเลม ครูใหญ่โรงเรียนโธมัส แบตเตอร์ซี เป็นผู้ให้การต้อนรับครอบครัวเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายวิลเลียมได้ตรัสกับครูเฮเลนว่าเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระธิดาของพระองค์ ทรงตื่นเต้นอย่างมากในการเสด็จมาโรงเรียนวันแรก ซึ่งก็เป็นข่าวที่สื่อให้ความสนใจกันทุกสำนัก

เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ไปโรงเรียน (เครดิตภาพรอยเตอร์ )

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวน่ายินดีเรื่องพระโอรสพระธิดาของทั้งสองครอบครัว แต่ข่าวลือเรื่องความระหองระแหงระหว่างคู่เจ้าชายวิลเลียมกับคู่ของเจ้าชายแฮร์รี ก็ยังมีออกมาตลอด โดยเฉพาะข่าวที่ไม่มีหลักฐาน มีแต่อ้างแหล่งข่าววงใน แหล่งข่าวใกล้ชิด

แต่ที่เป็นข่าวที่มีข้อมูลชัดเจน เป็น “ข่าวคอนเฟิร์ม” ที่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ก็คือข่าวแยกสำนักพระราชวัง และแยกองค์กรการกุศลออกจากกันอย่างเด็ดขาด เจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ พระชายา ทรงใช้สำนักพระราชวังเคนซิงตัน ในการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี และดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายา ทรงแยกไปใช้สำนักพระราชวังบักกิงแฮม

ต่อมาเมื่อปลายเดือนสิงหาคม มูลนิธิการกุศลของเจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ยังตัดชื่อของเจ้าชายแฮร์รีและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ออก โดยจากเดิมที่ใช้ชื่อว่า The Royal Foundation of The Duke and Duchess of Cambridge and The Duke and Duchess of Sussex แต่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า The Royal Foundation of The Duke and Duchess of Cambridge

ข่าวใหญ่ของครอบครัวเจ้าชายแฮร์รีอีกข่าว ก็คือข่าวการเสด็จเยือนแอฟริกาใต้อย่างเป็นทางการ รวมทั้งประเทศแองโกลา สาธารณรัฐมาลาวี สาธารณรัฐบอตสวานา เป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 23 กันยายน- 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นการเสด็จไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจพร้อมหน้าครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ของเจ้าชายแฮร์รี ด้วยทรงมีพระชายาและพระโอรสตามเสด็จไปด้วย และเป็นการเสด็จต่างประเทศของอาร์ชี ขณะมีพระชันษาเพียง 3 เดือนเศษ นับเป็นราชนิกูลอายุน้อยที่สุดที่เสด็จต่างประเทศ

ในการเสด็จเยือนดินแดนแอฟริกาใต้ ซึ่งเจ้าชายแฮร์รีทรงเคยตรัสว่า เปรียบเสมือน “บ้านหลังที่สอง” ของพระองค์ ด้วยเป็นประเทศที่พระองค์ทรงเคยหลบไปใช้ชีวิตในช่วงที่ต้องการเยียวยาจิตใจเมื่อครั้งสูญเสีย เจ้าหญิงไดอานา พระมารดา ด้วยความผูกพันกับแอฟริกา ทำให้เมื่อคราวกำลังคบหาดูใจกับ เมแกน มาร์เคิล เจ้าชายแฮร์รีทรงพาเมแกนไปเที่ยวที่สาธารณรัฐบอตสวานาด้วยกัน เพราะต้องการให้หญิงคนรักได้มีโอกาสสัมผัสดินแดนที่มีความหมายต่อจิตใจพระองค์

ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ระหว่างเยือนแอฟริกาใต้

ในการเสด็จเยือนแอฟริกายังมีเซอร์ไพรส์ เมื่อเจ้าชายแฮร์รีและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงให้สัมภาษณ์เปิดใจในสารคดีเรื่อง Harry & Meghan: An African Journey ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งทั้งเจ้าชายแฮร์รีและ พระชายา ทรงพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อการที่สื่อต่างๆ ปฏิบัติต่อดัชเชสเมแกน ที่ยังเปิดใจถึงการก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของราชวงศ์วินด์เซอร์ และเป็นคุณแม่มือใหม่ที่อยู่ในสายตาผู้คนว่า เป็นเรื่องที่ลำบากและท้าทายสำหรับเธอมาก

ขณะที่เจ้าชายแฮร์รียังมีแถลงการณ์ตำหนิการกระทำของสื่อแทบลอยด์ ที่กระทำต่อพระชายาของพระองค์ เหมือนที่เจ้าหญิงไดอานา พระมารดาของพระองค์เคยถูกกระทำมาแล้ว ที่ถูกสื่อตามไล่ล่าหาข่าว จนเป็นเหตุให้เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส เมื่อปี 2540 เพราะถูกปาปาราซซี ขับรถตามไล่ล่าถ่ายรูป

ถัดจากนั้นมา เจ้าชายแฮร์รีและพระชายาทรงตกเป็นข่าวฟ้องหนังสือแทบลอยด์ดังของอังกฤษ มีเดอะ เมล, เดอะ มิร์เรอร์ และเดอะ ซัน ในข้อหาล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งมีทั้งกรณีที่แทบลอยด์ดังเหล่านี้ดักฟังโทรศัพท์ของเจ้าชายแฮร์รี แล้วยังตีพิมพ์จดหมายส่วนตัวที่ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เขียนตัดพ้อ นายโธมัส มาร์เคิล ผู้เป็นพ่อซึ่งมีแต่ข่าวในแง่ลบออกมาตลอด กระทั่งดัชเชสเมแกนต้องตัดสินใจไม่ติดต่อ ทำให้นายโธมัสก็ออกมาให้ข่าววิงวอนขอความเห็นใจจากบุตรสาวว่า อยากให้กลับมาติดต่อกันเหมือนเดิม

เจ้าชายแฮร์รีระหว่างเยือนแอฟริกา

เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน-ระหว่างเยือนแอฟริกาใต้-เอเอฟพี

ทั้งนี้ช่วงปลายปี เจ้าชายแฮร์รี พระชายา ยังตกเป็นข่าวที่ไม่อยู่ร่วมฉลองคริสต์มาส ที่พระตำหนักซานดริงแฮม กับ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และสมาชิกราชวงศ์เหมือน 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีข่าวว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่เจ้าชายแฮร์รีและพระชายาทรงขอหยุดพักการปฏิบัติภารกิจต่างๆ 6 สัปดาห์ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เพื่อจะหาเวลาพัก และจะเสด็จไปพักผ่อนฉลองคริสต์มาส โดยแรกๆ มีข่าวลือว่าจะทรงไปพักผ่อนฉลองคริสต์มาสกับ นางดอเรีย แร็กแลนด์ มารดาของดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ซึ่งพำนักอยู่ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย อาร์ชี พระโอรส

แต่ปรากฏว่าพอกลางเดือนธันวาคม สำนักพระราชวังบักกิงแฮมมีแถลงการณ์ว่า เจ้าชายแฮร์รี พระชายา และพระโอรสองค์น้อย จะเสด็จไปใช้เวลาพักผ่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ประเทศแคนาดา ซึ่งดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นครโตรอนโต 7 ปี เมื่อคราวรับบทนำในซีรีส์เรื่องสูทส์ (Suits) ก่อนจะพบรักและเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หมอหนู’ ประกาศเปิด ‘คลินิกกัญชา’ รักษาฟรี ดึงหมอดังรักษาวันละ 300 คน
บทความถัดไปกรมทรัพยากรน้ำ จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง