องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา เตรียมฉลองวันชาติสหรัฐในวันที่ 4 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ด้วยการเริ่มต้นกระบวนการนำ “จูโน” ยานสำรวจชั้นบรรยากาศดาวพฤหัสบดีลดระดับลงสู่วงโคจรรอบดาวเคราะห์ดวงนี้ ท่ามกลางความเสี่ยงที่หากเกิดความผิดพลาดจะส่งผลให้ “จูโน” ยานสำรวจมูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์ หลุดหายไปในอวกาศห้วงลึกตลอดไป
“จูโน” ออกเดินทางจากโลกเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2011 อาศัยแรงเหวี่ยงจากแรงโน้มถ่วงของโลกและดวงอาทิตย์เดินทางไปยังดาวเคราะห์ลำดับที่ 5 ของสุริยจักรวาล และมีกำหนดที่จะนำตัวเองเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสบดี ด้วยการจุดระเบิดเครื่องยนต์หลักของยานเป็นเวลานาน 35 นาที ในวันที่ 4 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ เพื่อชะลอตัวเองให้ช้าลงมากพอที่จะถูกแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดวงนี้ยึดกุมไว้ในวงโคจรดังกล่าวได้ ซึ่งถ้าหากเกิดผิดพลาดอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นมา ยานสำรวจลำนี้ก็จะพุ่งผ่านดาวพฤหัสบดีหลุดเลยออกไปในทันที
สก็อตต์ โบลตัน นักดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยแห่งเซาธ์เวสต์ ในเมืองบุลเดอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมนักวิจัยประจำโครงการนี้ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี จูโนจะเข้าไปอยู่ในวงโคจรเหนือดาวพฤหัสบดีในระยะห่างที่จะใช้เวลาโคจรครบ 1 รอบได้ในเวลา 53 วัน เพื่อถ่ายภาพพื้นผิวและดำเนินการสำรวจอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ จากนั้นก็จะปรับลดวงโคจรลงไปจนในที่สุดก็จะลดตัวเองลงไปสู่ระดับวงโคจรที่ใช้เวลาสั้นๆ คือ 14 วัน/หนึ่งรอบ ซึ่งจะทำให้จูโนอยู่ห่างจากยอดบนสุดของกลุ่มเมฆเหนือดาวพฤหัสบดีเพียง 4,350 กิโลเมตร เท่านั้น
ตลอดช่วงเวลาการโคจรในทุกๆ 14 วัน ที่ตั้งเป้าเอาไว้ให้ได้อย่างน้อย 33 รอบดังกล่าว จูโนจะใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ 9 ตัวที่ติดตั้งอยู่ภายใน “ห้องนิรภัย” ของยานซึ่งทำจากไทเทเนียมหนาหนัก 180 กิโลกรัม ที่จะทำหน้าที่คุ้มกันทั้งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ควบคุมการบินภายในให้ปลอดภัยจากสภาพที่เต็มไปด้วยการแผ่รังสีของบรรยากาศดาวพฤหัสบดี เพื่อสำรวจองค์ประกอบต่างๆ ของดาวพฤหัสบดี สนามแม่เหล็ก และสนามแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดวงนี้ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่เกิดขึ้นเป็นดวงแรกที่ถือกำเนิดขึ้นในระบบสุริยะ
เป้าหมายในการสำรวจครั้งนี้ก็เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะเปิดเผยว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้มีวิวัฒนาการมาอย่างไร ซึ่งโบลตันระบุว่าจะไม่จำกัดอยู่เฉพาะดาวพฤหัสบดีเท่านั้น แต่ยังนำไปประยุกต์ใช้กับการกำเนิดดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ รวมทั้งโลกเราได้ด้วย
ตามกำหนดแล้ว ภารกิจของจูโนกำหนดจะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 โดยในช่วงสุดท้ายจูโนจะ “ฆ่าตัวตาย” ด้วยการทิ้งตัวดิ่งลงไปภายในบรรยากาศหนาทึบของดาวพฤหัสบดี และถูกแรงเสียดสีเผาผลาญไปจนหมดในที่สุด
นาซาออกแบบจุดสิ้นสุดภารกิจแบบนี้ให้กับจูโน เพื่อให้แน่ใจว่า จูโนจะไม่กลายเป็น “สิ่งปนเปื้อน” ที่จะส่งผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมของดาวพฤหัสบดีซึ่งมีสภาวะแวดล้อมที่อาจรองรับสิ่งมีชีวิตในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใดอยู่ด้วยนั่นเอง

