อุทยานศรีน่าน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำร่องนวัตกรรมทางสังคมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หนุนใช้ชามกาบไผ่ของชุมชน รับนโยบาย “อุทยานปลอดพลาสติก” ดีเดย์ 1 มกราคม 2563 โดย นายบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอกลไกการขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติก เพื่อลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในเขตอุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันปีใหม่เป็นต้นไป
ทั้งนี้ อุทยานศรีน่านได้เตรียมความพร้อมไว้ในระดับหนึ่ง และได้ทำการประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก หรือพลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียว และกิจกรรม “ขยะคืนถิ่น” โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอรับกรีนฮาร์ท พาสปอร์ต (Green Heart Passport) สะสมตราประทับแลกรับรางวัลตามกติกา “ไม่สร้างขยะ” ใช้ปิ่นโตใส่อาหาร ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ขณะเดียวกันทางอุทยานศรีน่านได้เตรียมแก้วน้ำกระบอกไม้ไผ่ จาน-ชาม ภาชนะที่ทำจากกาบไม้ไผ่ ใบกล้วย และใบตองตึง ผลิตภัณฑ์ชุมชนรอบๆ อุทยานศรีน่านไว้บริการนักท่องเที่ยว

นายบัญฑิตเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์จาน ชาม กาบไผ่และใบตองของชุมชนรอบๆ อุทยานศรีน่าน เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของอุทยานกับ ผศ.ดร.เขมรัฐ เถลิงศรี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะที่เข้ามาทำวิจัย “นวัตกรรมทางสังคมเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตเกษตรกรบนพื้นที่สูงสู่ความยั่งยืน” โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในพื้นที่บ้านวนาไพร บ้านหนองผำ และบ้านน้ำปี้ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับอุทยาน เมื่อปีที่ผ่านมา
ผศ.ดร.เขมรัฐ เถลิงศรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์กาบไผ่และใบตองตึงเป็นกระบวนการพัฒนาต้นแบบของนวัตกรรมทางสังคมเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะการค้นหาต้นแบบที่เหมาะสมจะนำไปสู่การพัฒนาและทดสอบ 3 กิจกรรมคือ ต้นแบบการจัดการน้ำ ต้นแบบการจัดการข้าว ต้นแบบการทำอาชีพเสริม สำหรับผลิตภัณฑ์กาบไผ่และใบตองตึงอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องขึ้นรูปภาชนะของพระอาจารย์วิจิตร วัดถ้ำกระบอก และ ผศ.ดร.สุพิณ แสงสุข สำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งในส่วนของคุณภาพ รูปแบบ และลดต้นทุนการผลิต ที่ปัจจุบันบ้านวนาไพรผลิตชามกาบไม้ไผ่ได้ประมาณ 200 ใบ เฉลี่ยต้นทุนใบละ 2 บาท ซึ่งถือว่าน้อย ไม่เพียงพอ กับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่อุทยานศรีน่านในช่วงฤดูหนาวนี้ และต้นทุนที่ยังสูงกว่าท้องตลาดประมาณเท่าตัว
อย่างไรก็ดี ผลสัมฤทธิ์ที่ทีมวิจัยคาดว่าจะได้รับ คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของเกษตรกร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติระหว่างชุมชนกับอุทยาน (co-management) โดยชุมชนที่อยู่รอบอุทยานจะรักษาทรัพยากรให้อุดมสมบูรณ์ ในขณะที่อุทยานสามารถส่งเสริมอาชีพเสริมสำหรับชุมชนอีกทางหนึ่ง

