ผู้บริหารหญิงแวดวงธนาคาร “นพวรรณ เจิมหรรษา” เรื่องเงินเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว

25.06.16 | 12:03 น.

เป็นอีกหนึ่งผู้หญิงเก่งในสถาบันการเงิน สำหรับ นพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ที่โลดแล่นอยู่ในวงการนี้กับกสิกรไทยมาตั้งแต่ปี 2530 โดยรับผิดชอบงานทางด้านธุรกิจต่างประเทศ

กระทั่งในปี พ.ศ.2555 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ จากนั้นขึ้นแท่นเป็นรองกรรมการผู้จัดการ และในปี 2559 ได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นรองกรรมการผู้จัดการ ทำหน้าที่ผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ รับผิดชอบการกำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายของสายงานฯ รวมถึงการพัฒนากลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้ารายย่อยในปัจจุบัน

“สนใจทำงานด้านนี้ เพราะเป็นคนชอบคิด โดยเฉพาะเรื่องตัวเลข จึงรู้สึกว่างานธนาคารน่าจะเหมาะสมกับตัวเอง โดยในยุคแรกๆ ที่เข้าทำงาน ไม่ค่อยมีผู้หญิงทำงานธนาคาร ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย แต่ในช่วง 5 ปีหลังมานี้ ธนาคารเป็นอาชีพที่ผู้หญิงเข้ามาทำค่อนข้างเยอะ อาจด้วยลักษณะของธุรกิจที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับคน เป็นงานแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการ อีกทั้งยังมีผู้หญิงทำงานในตำแหน่งระดับสูงเยอะมาก นับเป็นเรื่องน่ายินดี” นพวรรณกล่าว

หลักการบริหารงานของผู้หญิงเก่งคนนี้ คือ การพูดคุยกันให้เข้าใจบนเป้าหมายและกฎเกณฑ์การทำงานเดียวกัน

“ไม่ว่าสังคมไหนหรือวัฒนธรรมไหน คนมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัยหรือประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือ อย่าคิดเปลี่ยนคนให้เหมือนกันหมด เพราะแต่ละคนแตกต่างกันอยู่แล้ว ความสำเร็จของกสิกรไทยก็เกิดจากมีความหลากหลาย แต่ละคนเก่งกันแต่ละแบบ มีความเชี่ยวชาญคนละแบบ

Advertisement

“สิ่งสำคัญคือเรามีจุดร่วมกัน ด้านวัฒนธรรมองค์กร เป้าหมาย อย่างเราเน้นย้ำเรื่องความเป็นมืออาชีพ การทำงานร่วมกัน การคิดสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้า เรื่องของการมีจริยธรรม ต้องมือสะอาด ซื่อสัตย์ สุจริต สำเร็จก็สำเร็จด้วยกัน ต้องทำงานกันเป็นทีม ซึ่งงานธนาคารเป็นงานที่ต้องระมัดระวังสูงสุด เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างครบถ้วนถูกต้อง”

ในฐานะที่คลุกคลีอยู่กับธุรกิจการเงิน จนเรียกได้ว่าเป็น “กูรู” ด้านนี้ก็ว่าได้

นพวรรณเผยพฤติกรรมการใช้เงินของคนยุคนี้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งทำงานว่า เด็กจบใหม่ทำงานเดือนหรือ 6 เดือนแรก จะรู้สึกว่าพึ่งพาตัวเองได้ ก็มักจะนำเงินก้อนแรกไปเที่ยวต่างประเทศกันหมด เรียกว่าเป็นรุ่น “สุขนิยม” โดยไม่คิดเผื่ออนาคตว่าอาจมีอะไรที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นและมีความจำเป็นต้องใช้เงิน

“แนะนำว่า ถ้าแบ่งเงินไว้ได้ก็จะดีกว่า ออมเงินก่อน แล้วเงินส่วนที่เหลือจากการออมค่อยให้รางวัลตัวเอง จะเป็นซื้อของหรือท่องเที่ยว เพราะเราไม่ทราบว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น มีทั้งเรื่องที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ซึ่งจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ ตอนเกษียณ ด้วยสาธารณสุขดีขึ้น คนดูแลสุขภาพดีขึ้น อายุเฉลี่ยคนไทย 80 กว่าแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าดูแลสุขภาพดี อาจมีชีวิตอยู่ถึง 100 ปี แล้วอีก 40 ปีที่เหลือหลังเกษียณใครจะดูแล จะมีเงินใช้เท่าไหร่ ดังนั้น ต้องวางแผนกันยาวๆ”

นพวรรณย้ำว่า การดูแลตัวเองวางแผนการเงินเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว จะคิดว่าถึงเวลาแล้วเดี๋ยวมีคนดูแล เป็นไปไม่ได้ เรื่องอย่างนี้ เริ่มได้เร็วยิ่งดี โดยเริ่มออมตามกำลังความเหมาะสมของรายได้

“ในยุคที่ค่าครองชีพเป็นแบบนี้ ครอบครัวประเทศไทยปัจจุบันเป็นครอบครัวเดี่ยวค่อนข้างเยอะ หลายๆ คนต้องดูแลตัวเอง พ่อแม่ยุคปัจจุบัน อย่าบอกว่าให้ลูกดูแลค่าครองชีพตัวเอง คนรุ่นใหม่ถึงจะมีลูกก็ต้องจัดการการเงินเพื่อตัวเอง เพื่อชีวิตตอนเกษียณ ถึงคนที่โสดไม่มีครอบครัวก็ต้องจัดการตัวเอง ถึงเวลาเจ็บป่วย จะให้คนรอบตัว หรือคนในครอบครัวมาช่วยเหลือ บางครั้งค่าใช้จ่ายปัจจุบันก็ไม่น้อย แม้รัฐมีสวัสดิการสังคม ก็มีระดับหนึ่ง แต่อาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด

“สุดท้ายเราต้องกลับมาพึ่งตัวเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เรื่องการเงินเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว”

เมื่อเรื่องเงินเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว นพวรรณแนะวิธีบริหารการเงินของแต่ละช่วงวัยว่า ไม่มีคำว่าเร็วเกินไปสำหรับการออม ตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่สามารถสอนลูกให้เข้าใจเรื่องเงินได้ โดยสอนให้ลูกรู้คุณค่าของเงิน เมื่อทำงานได้ ต้องรู้ว่าต้องออมตามกำลังตัวเองบ้าง วันหนึ่งอยากซื้อของชิ้นใหญ่ อยากมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง ไม่ว่าเป็นบ้าน รถ จะได้มีเงินก้อนเพื่อมาทำตามความฝัน เพราะคงจะเริ่มต้นสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถ้าไม่มีเงินก้อน

“เมื่อถึงวัยหนึ่ง ชีวิตก็เริ่มรู้ความต้องการของตัวเอง คนที่มีครอบครัวจะรู้ว่ามีมากกว่า 1 คน ที่ต้องดูแล ความต้องการก็จะมากขึ้น ถ้ามีชีวิตโสด ฝันก็จะเริ่มใหญ่ อาจจะอยากมีธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง หรืออยากมีคอนโดฯเป็นของตัวเอง พอถึงวัยที่เริ่มปลายทางของอาชีพแล้ว จะเกษียณอย่างไรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ต้องเลือกว่าชีวิตหลังเกษียณอยากใช้เงินไปกับอะไร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือทำอะไรที่มีความสุข”

“แต่ละวัยจะมีความต้องการต่างกันไป ซึ่งก็ต้องทำแต่เนิ่นๆ” ผู้บริหารหญิงทิ้งท้าย

นับเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ต้องตระหนักและลงมือทำ

????????????????????????????????????