ความไม่เหมาะสมของสถานที่ การไม่คำนึงความแตกต่างทางเพศ ตลอดจนมีการละเมิดสิทธิผู้ต้องขังหญิง เป็นเหตุให้เกิด “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rules)” ในเดือนธันวาคม 2553 เพื่อเป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง อันนำไปสู่คุณภาพชีวิตในเรือนจำที่ดีขึ้น พร้อมให้โอกาสทางอาชีพ เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งผลักดันโดย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ภายหลังเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิด “ข้อกำหนดแมนเดลา” ในเดือนธันวาคม 2558 เพื่อมาตรฐานขั้นต่ำในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังครอบคลุมทั้งผู้ต้องขังหญิงและชาย

โอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงโปรดให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เป็นผู้แทนพระองค์ เปิดโครงการกำลังใจภายใต้กิจกรรม ติดตามการปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ และข้อกำหนดแมนเดลา ณ เรือนจำกลางขอนแก่น จ.ขอนแก่น
พล.อ.ไพบูลย์ เยี่ยมชมบ้านอุ่นรัก หรือแดนหญิง ดูร้านค้าฝีมือและบริการจากผู้ต้องขังหญิง เช่น ร้านขายพวงกุญแจและกระเป๋า ร้านเบเกอรี่ ร้านคอฟฟี่ ก่อนเยี่ยมร้านเสริมสวย ห้องแม่และลูก ห้องพยาบาล จากนั้นเยี่ยมชมสถานพยาบาลเรือนจำกลางขอนแก่น ต่อไปยังแดนการศึกษาชมนิทรรศการ “จากมือที่เปื้อนบาปสู่ดินที่ปั้นบุญ” ซึ่งมีการสาธิตการปั้นพระพุทธรูปโดยผู้ต้องขังหญิง ภายหลังชมการแสดงจากผู้ต้องขังชายและหญิง ก่อนเดินทางเปิดร้านชวนชม ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหาร ร้านนวด และร้านซักอบรีด ณ บริเวณด้านหน้าเรือนจำ และเดินทางกลับ


นางอรอินทร์ สุกาญจนาเศรษฐ์ ผู้บังคับแดนหญิง เรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า หลังมีข้อกำหนดกรุงเทพฯสักพัก เรือนจำกลางขอนแก่นได้ศึกษาแนวทางและเริ่มสร้างห้องแม่และลูก ห้องพยาบาล และพยายามปรับความพร้อมด้านสถานที่เรื่อยมา ภายใต้คอนเซ็ปต์สะอาด โปร่งโล่ง และสดใส แม้แดนหญิงจะมีเนื้อที่จำกัดเพียง 1 ไร่ 2 งาน จากพื้นที่เรือนจำทั้งหมด 67 ไร่ ทั้งนี้ แม้ว่าผู้ต้องขังหญิงจะอยู่กันในสภาพแออัดกว่า 539 คน จากมาตรฐานที่รองรับ 250 คน แต่การมีสถานที่ที่ดีและมีกิจกรรมสร้างโอกาส ก็ทำให้ความรู้สึกของผู้ต้องขังดีไปด้วย ไม่ว่ากิจกรรมทางกาย เช่น เต้นแอโรบิกทุกเช้า แข่งกีฬา กิจกรรมทางใจ เช่น สวดมนต์วันละ 4 เวลา ดนตรีบำบัด ปั้นพระพุทธรูป และกิจกรรมทางอาชีพ เช่น ฝึกทำอาหาร ขนม เครื่องดื่ม เสริมสวย งานฝีมือ ซึ่งในผู้ต้องขังที่มีกำหนดพ้นโทษอีกไม่เกิน 2 ปี จะได้รับโอกาสไปฝึกประกอบอาชีพในร้านชวนชมบริเวณด้านหน้าเรือนจำ ซึ่งจะได้รับเงินปันผลกลับมา
“ในเรื่องการฝึกอาชีพทำกันจริงจัง อย่างอาชีพเสริมสวย พระองค์ภาฯทรงติดต่อช่างจากบริษัทชื่อดังมาสอนผู้ต้องขังถึงในเรือนจำ ในส่วนของอาหาร เช่น ผัดไทย ก็ติดต่อร้านผัดไทยชื่อดังย่านซอยอารีย์ กรุงเทพฯ มาสอนถึงในเรือนจำ นอกจากนี้ยังทรงส่งทนายมาให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ผู้ต้องขัง การดำเนินการทั้งหมดนี้ส่วนตัวเห็นชัดว่า ผู้ต้องขังออกไปกระทำผิดซ้ำน้อยลงจริงๆ เพราะเขามีทางเลือก มีทักษะประกอบอาชีพ” นางอรอินทร์กล่าว
ด้าน 2 ผู้ต้องขังหญิง อรจิรา-รักชนก วัย 30 กว่าๆ ทั้งคู่ ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ปั้นพระพุทธรูป ซึ่งถือเป็นเรือนจำแรกที่สอนให้ผู้ต้องขังหญิงปั้นพระ กล่าวว่า ตนไม่มีทักษะด้านศิลปะมาก่อน ก็มาเรียนรู้จากอาจารย์ที่ใช้เวลาสอน 9 วัน จนปั้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ รู้สึกภูมิใจมากเหมือนได้อยู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่ดิฉันมีสมาธิขึ้น คิดรอบคอบขึ้น อย่างไรก็ดี ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมาก อยากให้มีแบบนี้อีก ได้ทั้งทักษะการปั้นพระ ความรู้ทางพุทธศาสนา และได้ความสงบในจิตใจ
เรือนจำต้นแบบ


