เป็นความฝันของผู้หญิงไทยหลายคนที่อยากมีแฟนเป็นฝรั่ง หรืออาจไม่ได้ฝัน แต่พรหมลิขิตกำหนดให้พบรักกับ “ชาวต่างชาติ”
ไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม การใช้ชีวิตร่วมกับคนต่างชาติต่างภาษา นอกจากศึกษานิสัยใจคอแล้ว ก็ยังต้องมีความรู้เรื่องวัฒนธรรม กฎหมาย และอะไรต่างๆ มากมายที่จะส่งผลกับชีวิต ซึ่งภาพภายนอกอาจจะดูสวยหรู แต่ก็มีผู้หญิงหลายคนที่พบกับความ “ดราม่า” เมื่อตกลงปลงใจใช้แต่งงานกับสามีต่างชาติ
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาเหล่านี้ จึงได้จัดการอบรม “เตรียมพร้อมผู้หญิงไทยก่อนเดินทางไปต่างประเทศ” พร้อมแจกคัมภีร์แนะนำการไปใช้ชีวิตต่างแดนให้ผู้หญิง
ลำดับแรกต้องรู้จักหนังสือเดินทางหรือพาสสปอร์ต ดูว่าเป็นหนังสือเดินทางประเภทไหน ซึ่งคนทั่วไปจะได้เป็นหนังสือเดินทางธรรมดา ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี หรือกรณีที่ทำหนังสือเดินทางสูญหายหรือหมดอายุและมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปต่างประเทศ โดยไม่อาจรอการออกหนังสือเดินทางได้ตามขั้นตอนปกติ สามารถขอเป็นหนังสือเดินทางชั่วคราว อายุ 1 ปี แต่ก็มีข้อจำกัดที่บางประเทศอาจไม่รับหนังสือเดินทางประเภทนี้
หลังจากหนังสือเดินทางปกสีแดงเลือดหมูสำหรับบุคคลทั่วไปพร้อมแล้ว ต่อมาเป็นวีซ่าซึ่งเป็นการอนุญาตให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ภายในช่วงเวลาที่กำนด ตามขอบเขตของจุดประสงค์ที่ได้แจ้งขอไว้ โดยปกติวีซ่าจะถูกประทับหรือติดไว้ในหนังสือเดินทางของผู้เดินทาง ขณะที่การเดินทางไปแต่ละประเทศมีทั้งต้องขอวีซ่าและไม่ต้องขอวีซ่า และขอบเขตเวลาที่อยู่ได้ อย่างประเทศที่ไม่ต้องขอ เช่น เมียนมาร์ กัมพูชา อยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน, ญี่ปุ่น อยู่ได้ไม่เกิน 15 วัน, ฮ่องกง มาเก๊า ลาว มัลดีฟส์ รัสเซีย สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ มองโกเลีย อยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน ส่วนเกาหลีใต้ บราซิล อาร์เจนตินา อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน และมากที่สุดที่ประเทศปานามา ที่ไม่ต้องขอวีซ่า แต่สามารถอยู่นานไม่เกิน 180 วัน
ทั้งนี้ วีซ่ามีหลายประเภทตามแต่วัตถุประสงค์ ซึ่งที่ใช้กันบ่อยคือ วีซ่าท่องเที่ยว ชื่อก็ตรงตัวว่าไปเพื่อท่องเที่ยวภายใต้ระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ไม่มีกิจกรรมทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องระหว่างเดินทาง ส่วนวีซ่าธุรกิจ ขอเพื่อทำการค้าหรือติดต่อธุรกิจภายในประเทศผู้ออกวีซ่า นอกจากนี้ ยังมีวีซ่าทำงานชั่วคราว วีซ่า ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง วีซ่าคู่สมรสหรือวีซ่าแต่งงาน วีซ่าคู่หมั้น วีซ่านักเรียน วีซ่าท่องเที่ยวและทำงาน วีซ่าการทูต วีซ่านักเขียน วีซ่าอพยพ วีซ่าผู้รับบำนาญหรือวีซ่าผู้เกษียณ
“ประเภทวีซ่าสำคัญมาก คนไทยหลายคนที่ถูกตำรวจจับกุม อย่างแรกคือ วีซ่าผิดประเภท โดยเฉพาะ ขอประเภทท่องเที่ยวแต่ไปทำงาน มีทั้งเต็มใจและโดนบังคับ”
การเตรียมตัวไปต่างประเทศนอกจากเอกสารที่พร้อมเป็นใบเบิกทางแล้ว การทำการบ้านเพื่อความรู้ความเข้าใจสำคัญไม่แพ้กัน ตั้งแต่เรื่องวัฒนธรรม กฎหมาย กติกาต่างๆ ซึ่งสิ่งแรกที่คนไทยมีปัญหามากคือ การรักษาเวลาและการตรงต่อเวลา ซึ่งทำให้เสียความน่าเชื่อถือและมารยาทที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขณะสิ่งที่ควรทำ ได้แก่ การเข้าแถวตามลำดับ หลังสามทุ่มเป็นเวลาพักผ่อนไม่รบกวนกัน ไม่ถามเรื่องส่วนตัว เช่น อายุ น้ำหนัก ชิดซ้ายหรือชิดขวาขึ้นบันไดเลื่อน ข้ามทางม้าลายหลังมีสัญญาณไฟ
“การห้ามใช้ความรุนแรงก็สำคัญ โดยเฉพาะการตีลูก ในต่างประเทศถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย, การไม่ลงนามในเอกสารที่อ่านไม่ออกหรือไม่เข้าใจเนื้อความ, การทำงานจ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย, รู้จักกล่าวคำ”ขอโทษ ขอบคุณ ได้โปรด” ให้ติดปาก”
สุดท้ายเป็นการเตรียมพร้อมจากบทเรียนของคนไทยที่ประสบในต่างแดน
เริ่มที่กรณีเรียนและอยากทำงานไปด้วย ทำได้ไหม ต้องจ่ายภาษีหรือเปล่า?
– ปกติแต่ละประเทศจะอนุญาตให้คนถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้(แต่ไม่ทุกประเทศ) โดยมีข้อกำหนดว่าทำงานได้ไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และตามปกตินายจ้างจะหักภาษีส่งให้แก่รัฐ หากไม่มีถือเป็นการทำงานมืดผิดกฎหมาย
แต่งงานกับวีซ่าท่องเที่ยว?
– การประสงค์แต่งงานหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องวีซ่า สามารถแต่งงานได้ และจะแต่งงานที่ต่างประเทศหรือไทยก็ได้ โดยให้ทำให้ถูกกฎหมายของประเทศนั้นๆ และส่วนกรณีวีซ่าท่องเที่ยวหมดลง ปกติแต่ละประเทศจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาของวีซ่าต่อไปได้ถ้ามีเหตุผลเพียงพอ โดยขอให้ติดต่อกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ก่อนหน้าวีซ่าจะหมดอายุ
เด็กชายถือ 2 สัญชาติกับการเกณฑ์ทหารไทย?
– ชายไทยที่มีสัญชาติไทยต้องมีหน้าที่เข้ารับราชการทหาร สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยต่างประเทศ เมื่ออายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ต้องยื่นเอกสาร เพื่อลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอตามทะเบียนบ้านของบิดา หากบิดาไม่ใช่คนสัญชาติไทยให้ยื่นเอกสารที่อำเภอตามทะเบียนบ้านของมารดา เพื่อรับใบสำคัญ สด.9 และดำเนินการตามลำดับต่อไป ในกรณีนักเรียนและนักศึกษาที่ศึกษาในต่างประเทศ สามารถขอหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ แล้วนำหนังสือรับรองนั้นไปยื่นในอำเภอที่ลงบัญชีทหารกองเกินหรือมอบให้ผู้อื่นยื่นแทนได้
สิทธิในมรดกคนไทยถึงลูกหลานที่ถือสัญชาติอื่น?
– ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก ระบุถึงบุตรผู้สืบสันดานย่อมมีสิทธิรับมรดกของมราดาในฐานะทายาทโดยธรรม ไม่จำกัดว่าบัตรมีสัญชาติใด และไม่ว่าจะมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ แต่ในเรื่องสิทธิการถือครองที่ดินของบุตรในกรณีที่เป็นคนต่างด้าว เมื่อได้รับมรดกมาแล้ว อาจต้องจำหน่ายที่ดินนั้นไปตามกฎหมายที่ดิน เนื่องจากคนต่างด้าวถูกจำกัดสิทธิในการถือครองที่ดินในประเทศไทย
สิทธิในการครอบครองบ้านและที่ดินในไทย ของบุตรที่เกิดกับชาวต่างชาติ?
– หากบุตรยังมีสัญชาติไทย จะไม่ถูกจำกัดสิทธิในการถือครองที่ดินตามกฎหมายในประเทศไทยแต่อย่างใด
แต่งงานกับชาวต่างชาติจะมีสิทธิซื้อที่ดินในไทยอยู่ไหม?
– การจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติไม่ได้ทำให้สูญเสียสัญชาติไทยแต่อย่างใด ในเมื่อยังถือสัญชาติไทยก็ยังมีสิทธิซื้อบ้านและที่ดินในไทยเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่อาจเพิ่มเติมในการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าเงินที่นำมาซื้อเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสคนไทย เพื่อป้องกันปัญหาการถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ
คนต่างชาติสามารถถือครองที่ดินในไทยได้ไม่เกิน 1 ไร่?
– กฎหมายมีข้อยกเว้นให้คนต่างด้าวที่นำเงินมาลงทุนมีจำนวนไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท และดำรงการลงทุนในไทยไม่น้อยกว่า 5 ปี เช่น ซื้อพันธบัตร หุ้น กองทุนรวมตามกฎหมาย อันจะทำให้คนต่างด้าวผู้ลงทุนมีสิทธิได้มาซึ่งที่ดิน เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่หากภายหลังทำผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนด หรือขัดศีลธรรม จารีตประเพณี จะต้องถูกจำหน่ายที่ดิน
เป็นความรู้ดีที่ไปหาและขอคำปรึกษาได้ที่เว็บไซต์หญิงไทยดอทเน็ต yingthai.net

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ใช่ว่า “สวยหรู” ไปทุกคน สาวไทย “แต่งงาน” สามีฝรั่ง
https://www.matichon.co.th/news/191860

