หลังจากที่เคยโด่งดังและกลายเป็นมือถือยอดฮิตมาแล้ว ที่สุดแล้ว แบรนด์ “แบล็กเบอร์รี่” ก็กำลังจะหายไปจากตลาด หลังจากบริษัท ทีซีแอล คอมมูนิเคชั่น ซึ่งได้ไลเซนส์แบรนด์ แบล็กเบอร์รี่ มาทำตลาดแจ้งว่า ไลเซนส์กำลังจะหมดในวันที่ 31 สิงหาคมนี้แล้ว และก็คงจะไม่มีการต่อไลเซนส์ รวมถึงจะหยุดการขายอุปกรณ์ในชื่อ “แบล็กเบอร์รี่”
จริงๆ แล้ว บริษัท แบล็กเบอร์รี่ได้เลิกทำสมาร์ทโฟนเองมาตั้งแต่ปี 2016 แล้ว หลังจากล้มเหลวในการทำตลาดแข่งกับคู่แข่งรายใหญ่อื่นๆ ที่ทำให้มือถือแบล็กเบอร์รี่ที่เคยฮิตสุดสุดมาแล้ว หลุดไปจากการมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟน และได้ขายไลเซนส์ให้แก่ บริษัท ทีซีแอล ของจีน เพื่อทำตลาดต่อ โดยได้สิทธิในการออกแบบและขายโทรศัพท์ในแบรนด์แบล็กเบอร์รี่
กระนั้นก็ตาม แบล็กเบอร์รี่ภายใต้การนำของทีซีแอล ก็ดูเหมือนจะยังไม่ปังอย่างที่คิด ดังนั้น เมื่อหมดไลเซนส์ ทางทีซีแอลจึงได้ตัดสินใจไม่ต่อไลเซนส์ และประกาศยุติการผลิตมือถือแบรนด์แบล็กเบอร์รี่ในที่สุด หากแต่จะยังให้บริการหลังการขายไปอีก 2 ปี คือถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2022
เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่มีบริษัทไหนที่แสดงความสนใจที่จะนำแบรนด์แบล็กเบอร์รี่ไปสานต่อแต่อย่างใด ดังนั้น หากไม่มีใครมาเป็นพาร์ตเนอร์กับแบล็กเบอร์รี่ มือถือแบล็กเบอร์รี่ก็คงจะหายไปจากตลาดในที่สุด
สำหรับมือถือแบล็กเบอร์รี่นั้น ออกมารุ่นแรกคือ แบล็กเบอร์รี่ 850 เมื่อวันที่ 19 มกราคม ปี 1999 หรือเมื่อ 21 ปีก่อน หลังจากนั้น ก็มีการปล่อยออกมาอีกหลายรุ่นด้วยกัน เรียกกันติดปากว่า “บีบี” และมีจุดเด่นคือฟีเจอร์สำหรับการส่งข้อความหากัน ที่ต้องใช้หมายเลข “พิน” ที่จะถามกันติดปากว่า “มีพินไหม?” เหมือนกับขอเบอร์ติดต่อกันนั่นเอง
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดมือถือ ที่สุดแล้ว แบล็กเบอร์รี่ก็ตัดสินใจหยุดการออกแบบมือถือของตัวเอง แล้วก็ขายไลเซนส์ให้กับทีซีแอล เมื่อปี 2016 ที่นำไปทำตลาดในชื่อของ “แบล็กเบอร์รี่ โมบายล์”
และออกมาสมาร์ทโฟนภายใต้แบรนด์ แบล็กเบอร์รี่ เพียงแค่ 4 รุ่น โดยรุ่นสุดท้ายคือ คีย์6แอลอี ที่ออกมาเมื่อช่วงกลางปี 2018
ก่อนจะประกาศหยุดการผลิตและออกแบบมือถือในแบรนด์ “แบล็กเบอร์รี่” ในที่สุด

