ผ่านฤดูกาลตรวจเลือกทหารกองเกินประจำปี พ.ศ.2559 มาหลายเดือนแล้ว ถึงเวลาสรุปผลและส่งข้อเสนอที่ได้จากการสังเกตุการณ์ การตรวจเลือกทหารที่มีต่อกลุ่มกระเทย ส่งให้กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ซึ่งจัดทำโดยมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ โครงการจัดตั้งมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน มูลนิธิธีรนาถ กาญจนอักษร มูลนิธิเอ็มพลัส มูลนิธิซิสเตอร์ สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยรวมทั้งองค์กรภาคีตามภูมิภาคต่างๆ
โดยในรายงานดังกล่าวระบุถึงข้อเท็จจริงที่กลุ่มกระเทยประสบกับการตรวจเลือกทหารกองเกิน 6 ข้อ ก่อนจะรวบรวมข้อเสนอ 3 ข้อเสนอให้ พ.อ.ไตรจักร์ นาคะไพบูลย์ ผู้อำนวยการกองการสัสดี กระทรวงกลาโหม เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
ข้อเท็จจริง
1.การปฏิบัติของทหารกับกะเทยหรือสาวประเภทสอง การจัดที่นั่งห้องตรวจร่างกาย และการพูดคุย เพื่อให้เกิดการผ่อนคลาย เห็นได้ชัดเจนว่ามีการปฏิบัติที่มีความเข้าใจในตัวตนกะเทย/สาวประเภทสอง
2.การเข้าถึงข้อมูลการเตรียมความพร้อมของกะเทยหรือสาวประเภทสองก่อนไปเกณฑ์ทหาร พบว่ากะเทยหรือสาวประเภทสองส่วนใหญ่ ไม่ทราบมาก่อนว่าจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงเยะบาลในสังกัดทหาร ว่าเป็นบุคคลจำพวกที่ 2 “ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” และต้องไปตรวจในช่วงไหนบ้าง รวมถึงได้รับข้อมูลที่ยังคาดเคลื่อนจากเจ้าหน้าที่ที่ไปรับหมายเรียก ซึ่งแจ้งให้กะเทยหรือสาวประเภทสองว่า “เป็นแบบนี้ไม่ต้องเป็นทหารหรอก” หรือการบอกให้ไปเสริมหน้าอก ซึ่งควรจะแนะนำให้กะเทยหรือสาวประเภทสองไปตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย์จาก รพ.ในสังกัด ตลอดจนได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆรุ่นพี่ๆว่า เราแปลงเพศแล้ว มีหน้าอก เขาไม่รับเราไปเป็นทหารหรอก
3.การตรวจร่างกายและการออก ใบ สด.43 ของคณะกรรมการตรวจเลือกมาตรฐานในการตรวจร่างกายของคณะกรรมการตรวจเลือกที่แตกต่างกัน เช่น บางพื้นที่กะเทยหรือสาวประเภทสองไม่ได้ไปขอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัด และยังไม่มีการปรับเปลี่ยนร่างกาย เช่น ผ่าตัดแปลงเพศ เสริมหน้าอก แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงร่างกายภายนอกเป็นหญิงบ้างแล้ว ทางคณะกรรมการตรวจเลือกได้พูดคุยตรวจสอบเบื้องต้นและได้ออก ใบสด. 43 ให้เป็นจำพวกที่ 2 “เพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด” หรือถ้าทำการผ่าตัดแปลงเพศ เสริมหน้าอกมาแล้ว ก็จะได้รับใบสด.43จำพวกที่ 2 “เพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด”
ทั้งนี้ พบในบางพื้นที่ที่กะเทยหรือสาวประเภทสองไม่ได้ไปขอใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัด และยังไม่มีการปรับเปลี่ยนร่างกาย เช่น ผ่าตัดแปลงเพศ เสริมหน้าอก แต่มีการเปลี่ยนแปลงร่างกายภายนอกเป็นหญิงบ้างแล้ว ทางคณะกรรมการตรวจเลือก ก็จะออกใบสด.43 จำพวกที่ 3 ป่วยรักษาไม่หายภายใน 30 วัน ปีหน้าให้ไปเอาใบรับรองแพทย์และมาใหม่ เช่น โรงพยาบาลค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น
แต่บางพื้นที่ก็ยังคงมีแนวปฏิบัติที่ต่างออกไป เช่น พื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี กะเทยหรือสาวประเภทสองมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า “เพศภาวะไม่ตรงกับเพศกำเนิด” จากโรงพยาบาลในสังกัด มาเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนร่างกายเช่น ผ่าตัดแปลงเพศ เสริมหน้าอก แต่เปลี่ยนแปลงร่างกายภายนอกเป็นหญิง ทางคณะกรรมการตรวจเลือก ก็จะออกใบสด.43 จำพวกที่ 3 ป่วยรักษาไม่หายภายใน 30 วัน ปีหน้าให้ไปเอาใบรับรองแพทย์และมาใหม่ จนครบ 3 ครึ่ง เพื่อนำปลด เป็นต้น
4.การหยอกล้อ ซึ่งคณะทำงานสังเกตการณ์และได้พูดคุยถึงความรู้สึก ที่เจ้าหน้าที่พูดจาหยอกล้อ โดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่กะเทยหรือสาวประเภทสองรู้สึกอึดอัดอับอาย เช่น ถามเสียงดังๆต่อสาธารณะว่า แปลงเพศมาแล้วหรือยัง สวยๆอย่างนี้มีแฟนหรือยัง ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหม การถ่ายภาพโดยไม่ได้สอบถามความยินยอมและเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น
5. กรณีการเรียกระดมพลทหารกองหนุน นอกจากในกระบวนการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ประจำปี พ.ศ. 2559 นั้น ในปีพ.ศ. 2558-พ.ศ.2889 ที่ผ่านมากะเทยและสาวประเภทสองที่ผ่านการเรียนนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 3 และถูกบรรจุเป็นทหารกองหนุนนั้น ต้องถูกเรียกระดมพลเพื่อฝึกในระยะเวลา 1 – 9 วัน ทำให้กะเทยและสาวประเภทสองที่มีจิตใจเป็นผู้หญิง หรือมีการปรับเปลี่ยนร่างกายไม่สามารถเข้าปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวได้
6.กรณีย้ายถิ่นฐานไปยังต่างประเทศ กะเทยและสาวประเภทสองบางท่านได้ย้ายถิ่นฐานตามครอบครัวเพื่อไปศึกษาต่อ และประกอบอาชีพในต่างประเทศ แต่ไม่ได้รับการแจ้งจากสถานทูต กระทรวงการต่างประเทศ ถึงระเบียบปฏิบัติและหมายกำหนดการการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ส่งผลให้กลายเป็นผู้หลบเลี่ยงและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ข้อเสนอ
1. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คู่มือ “แนวปฏิบัติเมื่อดิฉันต้องไปเป็นทหาร” กับกะเทยหรือสาวประเภทสองที่ต้องเข้ามารับหมายเรียก นำไปปฏิบัติและเตรียมความพร้อม และจะช่วยกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปตามองค์กรส่วนท้องถิ่น และสถาบันการศึกษา รวมทั้งเผยแพร่คู่มือ “ทำอย่างไรเมื่อพี่ทหารต้องปฏิบัติงานกับกะเทย” กับผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจเลือกทหารกองเกิน เป็นต้น
2. รวบรวมรายชื่อโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม เฉพาะที่มีแผนกจิตเวช และแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวช กรณีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่มีไม่แผนกจิตเวช และแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวชต้องมีระบบส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือสถาบันที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโรงพยาบาลในสังกัด สถาบันกัลยราชนครินทร์ และโรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิต ที่ต้องมีระบบส่งต่อข้อมูลในการตรวจร่างกายและจิตใจของกะเทยและสาวประเภทสอง
3. การระบุถ้อยคำว่า “เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” ในเอกสารรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองประจำการ (สด.43) กะเทยและสาวประเภทสองบางคน ยังรู้สึกกังวลว่าจะถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธการรับสมัครงานในระบบราชการ และหน่วยงานต่างๆ ดังนั้น จึงเป็นบทบาทและหน้าที่ของทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิทธิความหลากลหายทางเพศ ที่ต้องรวมมือและสื่อสารสาธารณะเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า การระบุ “เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด” จะไม่ถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการปฏิเสธการจ้างงานในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ภาพประกอบ






ข่าวเก่าที่เกี่ยวข้อง
ก้าวพ้น “กะเทยสวยเกณฑ์ทหาร” ดูอีกมุมที่ “พวกเธออยากขอร้อง”
https://www.matichon.co.th/news/100042

