นางแบบ-นักรณรงค์-แม่ ‘ซินดี้’ ปลุก ‘ผู้หญิง’ กล้าพูดในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
“นานๆ ทีจะได้เป็นนางเอก ธรรมดาเป็นนางร้าย (หัวเราะ)”
อารมณ์ขันของ “ซินดี้” สิรินยา บิชอพ เพิ่มเสน่ห์ให้วงสนทนาว่าด้วยเรื่อง “8 มีนาคม วันสตรีสากล” กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เมื่อเธอถูกเลือกให้เป็น “นางเอก” ของแคมเปญ “Because She Watched” ประจำประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือของ เน็ตฟลิกซ์ และ ยูเอ็น วูแมน (UN Women) คัดเลือกผู้หญิงเก่ง 55 คนทั่วโลก ที่มีบทบาททั้งหน้ากล้องและหลังกล้องในวงการบันเทิง มาแนะนำภาพยนตร์ ซีรีส์ และสารคดีที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิง ซึ่งเรื่องที่สิรินยาแนะนำคือ เสียงแห่งความกล้า (Unbeliavable) และ แอนน์ ที่มี “น์” (Anne with an E) โดยทั้งสองเรื่องสอดคล้องกับแนวคิดวันสตรีสากลโลกในปีนี้ ดังว่า
“I am Generetion Equality : Realizing Women’s Rights” ซึ่งมีความหมายว่า “ฉันคือคนในยุคสมัยแห่งความเท่าเทียม ที่ตระหนักถึงสิทธิของผู้หญิง”

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ “ซินดี้” ได้รับเลือกเป็นหญิงไทยหนึ่งเดียวในแคมเปญ ก็มาจากเรื่องราวการทำงานเพื่อสนับสนุนสิทธิสตรีด้วยความมุ่งมั่น การันตีจากรางวัล “สตรีดีเด่นด้านสื่อมวลชน” และ “สื่อสารมวลชนดีเด่น” ด้านการคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ประเภทสื่อโซเชียลมีเดีย จากแคมเปญ #DontTellMeHowToDress ที่สร้างปรากฏการณ์ทางสังคมให้ตระหนักถึงสิทธิในการแต่งกายของผู้หญิง และความเสมอภาคทางเพศ
ขณะเดียวกัน สิรินยา ก็ออกตัวว่าเธอเป็น “ผู้หญิงที่มาจากโลกละคร” พร้อมเล่าถึงเส้นทางในวงการมายาของเธออย่างออกรส และทำให้สัมผัสได้ว่าเส้นทางของผู้หญิงในวงการบันเทิงนั้น “ไม่ง่าย”
“สำหรับผู้หญิงในวงการบันเทิง คุณค่าของเราถูกกำหนดที่รูปลักษณ์ภายนอก ถูกมองเหมือนเป็นวัตถุ เราไม่มีค่านอกเหนือจากสิ่งที่คนมองเห็น บางครั้งรู้สึกอึดอัดมาก แต่พูดไม่ได้เพราะตอนนั้นยังคงเป็นเด็กใหม่ พูดอะไรไม่ได้ เพาเวอร์ก็ไม่มี โดนบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ อย่างตอนได้รับตำแหน่งใหม่ๆ ก็จะมีคนมาชวนไปกินข้าว แต่เรารู้ว่าหมายถึงอะไร จึงปฏิเสธไป”
สิรินยากล่าวว่า ผู้หญิงควรได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกับผู้ชาย ซึ่งสังคมไทยยังมี “มายาคติ” ครอบงำอยู่ในหลายมิติ และมีความซับซ้อนเชิงโครงสร้างปัญหา ที่เห็นได้ชัดคือ ผู้หญิงถูกกระทำโดยคนรู้จัก คนใกล้ชิดถึงร้อยละ 90 เป็นคนในครอบครัว ญาติ เพื่อนบ้าน รวมถึงสามี เพราะยังมีแนวคิดที่ว่า “ผู้หญิงเป็นทรัพย์สินของผู้ชาย” สะท้อนว่าคุณค่าของผู้หญิงยังไม่ทัดเทียมผู้ชาย
ทั้งยังมีแนวความคิดที่ว่า “ความรุนแรงเกิดขึ้นเพราะการแต่งกายของผู้หญิง” ซึ่งสวนทางกับผลสำรวจผู้ชายที่เคยก่อเหตุข่มขืน 4-5 ประเทศในเอเชียว่า “ทำไมถึงทำร้ายผู้หญิง” ปรากฏว่าอันดับ 1 คือ “ก็ผมทำได้ เพราะผมเป็นผู้ชาย” รองลงมาคือ เพราะโกรธ เบื่อ และทำเพื่อเป็นการลงโทษ ตามลำดับ
“จึงเกิดเป็นคำถามว่าใครเป็นคนนำความคิดแบบนี้ หรือเป็นเพราะสังคมโดยรอบ หากสังคมมีส่วนก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องร่วมมือกันแก้ไข และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ทั้งหมดเกิดจากหลักคิดแบบชายเป็นใหญ่” ซินดี้กล่าว

ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่อง “ความรุนแรงบนหน้าจอ” สตอรี่ไลน์บางอย่างที่นำเสนอความรุนแรงต่อผู้หญิงในแง่มุมโรแมนติก ทำให้กลายเป็นเรื่องเคยชิน หรือยอมรับได้ ซึ่งในขณะเดียวกันมีเด็กๆ นั่งดูอยู่หน้าจอ จะเป็นการสอนให้เด็กชายเข้าใจว่าสามารถทุบตีผู้หญิงได้ไม่ผิด หรือเด็กหญิงเข้าใจได้ว่านี่คือสิ่งที่ผู้หญิงต้องเจอหรือไม่ เพราะฉะนั้นในฐานะสื่ออาจจะต้องคำนึงถึงสิ่งนี้มากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ สิรินยา จึงวางแผนที่จะเปิดตัวหนังสือสำหรับเด็ก ที่จะสอนให้เด็กๆ ได้รู้จักกับร่างกายของตนเอง และเคารพซึ่งกันและกัน ตลอดจนรู้จักที่จะปฏิเสธในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเมื่อกลายเป็นผู้ถูกกระทำ
“ซินดี้สอนลูกเสมอให้เข้าใจและตระหนักในเรื่องของความเท่าเทียม เพราะซินดี้มีทั้งลูกสาวและลูกชาย มีครั้งหนึ่งลูกชายร้องไห้แม่บ้านพูดกับเขาว่า เป็นผู้ชายอย่าร้องไห้ ซินดี้รีบบอกเลยว่าไม่ถูกต้อง ก็เขาเจ็บแล้วทำไมเขาจะร้องไห้ไม่ได้ เขาเป็นมนุษย์นะ ขณะเดียวกันเวลาที่ลูกชายแกล้งลูกสาวเราก็จะสอนเขาว่าทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะอะไร ซึ่งเรื่องแบบนี้เราต้องสอนตั้งแต่เด็ก” ซินดี้กล่าวย้ำ

และสำหรับใครที่มี “ซินดี้” เป็นแรงบันดาลใจ อยากทำงานสนับสนุนสิทธิสตรีก็ไม่ยาก เพียงแค่
“หากคุณรู้สึกว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง ให้พูดและแสดงมันออกมา จึงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง”


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

