หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ไซเบอร์ทีน&#8...

ไซเบอร์ทีน…สิทธิแห่งเฟซบุ๊ก ถึงเวลา’โซเชียลลูกโซ่’

10.07.16 | 12:40 น.

คอลัมน์ ไซเบอร์ทีน

 

กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่จู่ๆ ก็มีการส่งต่อข้อความที่ขึ้นต้นว่า “ณ วันนี้ 2 กรกฎาคม 2016 เวลา ….. ข้าพเจ้าไม่อนุญาตให้ Facebook รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องของ Facebook สามารถใช้รูปภาพ ข้อมูลโพสต์ของข้าพเจ้าทั้งในอดีตที่ผ่านมาและในอนาคต หรือทั้งหมดที่อยู่ใน Profile ของข้าพเจ้า ดังรายละเอียดที่ได้กล่าวมาตามข้อความข้างบนนี้ ข้าพเจ้ามีความประสงค์ต้องการแจ้งให้ทาง Facebook รับทราบว่าไม่มีสิทธิ ที่จะนำเอาข้อมูลของข้าพเจ้าไปเปิดเผย, คัดลอก, ทำสำเนา, แจกจ่าย หรือ ดำเนินการใดๆ โดยอ้างอิงจากข้อมูลส่วนตัวของข้าพเจ้า รวมถึงเนื้อหาของโพรไฟล์นี้….”

ตบท้ายข้อความว่า “หากคุณไม่แจ้งข้อความข้างต้นต่อ Facebook อย่างน้อยหนึ่งครั้งใน Facebook ของคุณ คุณจะถูก tacitly อนุญาตให้ใช้รูปภาพของคุณรวมทั้งข้อมูลที่มีอยู่ในอัพเดตสถานะของโปรไฟล์คุณได้โดยไม่ผิดกฎหมาย”

ก็ขู่กันซะขนาดนี้ ก็มีหลายคนเลยที่เอาไปแชร์กันบนหน้าเฟซบุ๊กของตัวเอง เพราะกลัวกันเหลือเกินว่าข้อมูลบนเฟซบุ๊กของเราจะถูกคุณพี่มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าของเฟซบุ๊ก เอาไปใช้โดยไม่มาขอเราก่อน

Advertisement

แถมข้อความนี้ ไม่ได้มีแค่ภาษาไทยนะค้า ภาษาอังกฤษก็มีการแชร์กันไปเรียบร้อยแล้วด้วย

ก่อนที่จะมารู้กันทีหลังว่าเป็นเรื่องหลอกลวง เรียกว่าเป็น “facebook policy hoax” คือหลอกเรื่องนโยบายของเฟซบุ๊ก แล้วก็ให้เราแชร์ๆ ต่อไปเรื่อยๆ เพราะจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เรื่องเลยที่เราจะต้องมาป่าวประกาศบอกกับเฟซบุ๊กว่า อย่าเอาข้อมูลใดๆ ของฉันไปใช้นะ เพราะนับตั้งแต่เราสมัครเป็นสมาชิกของเฟซบุ๊ก ก็มี “คำแถลงสิทธิและความรับผิดชอบ” ที่เฟซบุ๊กประกาศไว้ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เมื่อเราสมัคร แล้วกด “ยอมรับ” หรือ “ตกลง” ปุ๊บ เราก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้นในทันที

ซึ่งในส่วนของเนื้อหาต่างๆ ที่ผู้ใช้งานนำเข้าเฟซบุ๊กนั้น ในคำแถลงสิทธิและความรับผิดชอบของเฟซบุ๊ก ก็ได้ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า “คุณเป็นเจ้าของเนื้อหาและข้อมูลทั้งหมดที่คุณโพสต์บนเฟซบุ๊ก และคุณสามารถควบคุมวิธีการแชร์ผ่านทางการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการตั้งค่าแอพพลิเคชั่นของคุณ”

อะ..เขียนไป น้องๆ ก็จะงง แต่เอาว่า โดยสรุปก็คือ เนื้อหาทั้งหมดของเราก็คือของเรา แต่เราก็สามารถเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับใดๆ ที่เราโพสต์ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องมาประกาศอะไรให้คุณพี่มาร์คเขารับรู้หรอก เพราะเขาก็บอกเราไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เราจะอ่านกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง

แต่ที่ต้องเตือนไว้ก็คือ ถ้าคิดว่าอะไรมันเป็นเรื่องที่ส่วนตัวมาก สำคัญมาก ก็อย่าเอาไปลงในเฟซบุ๊ก เพราะผู้ไม่หวังดีมันมีเยอะ ไม่ต้องระวังพี่มาร์คเขามาก ระแวงคนที่มาส่องเฟซเราดีกว่า

ทีนี้ ก็จบไปว่าเป็นเรื่องโกหก ไม่ต้องแชร์ ก็มีน้องถามมาว่าแล้วเขาจะมาโกหกเราทำไม? ให้เราแชร์กันทำไม? เขาได้อะไร?

ก็ต้องย้อนกลับไปว่า เรื่องแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยโน้น เมื่อตอนคุณพี่สาวๆ ก็มีแบบประเภท จดหมายลูกโซ่ เขียนส่งมาแล้ว ต้องส่งต่อไปให้อีกกี่คนก็ว่ากันไป ถ้าไม่ส่งจะมีอันเป็นไป (ว่ากันไป) ถัดมาหน่อย ก็เป็นอีเมล์ลูกโซ่ ส่งต่อๆ กันไป เรื่องไร้สาระทั้งนั้น

มาถึงยุคโซเชียล แหม่ ก็ยังอุตส่าห์ตามมาเป็นโซเชียลลูกโซ่อีก ก็คนทำ ถ้าให้คิดเอา ก็คงรู้สึกสนุก เมามันส์ ขำๆ ทำไปงั้นๆ เห็นคนหัวปั่นกันก็สนุกดี

เอาเป็นว่า ณ จุดนี้ คุณพี่เองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า พวกบรรดาจดหมายส่งต่อพวกนี้เขาได้อะไรกัน เท่าที่คิดได้ ก็ประมาณนี้แหละ