จากวิกฤตสู่โอกาสคาดไม่ถึง ‘เปา-ภูวเดช’ หนุ่ม ม.3 ‘พ่อค้าออนไลน์’ มาแรง

เปา-ภูวเดช

จากวิกฤตสู่โอกาสคาดไม่ถึง ‘เปา-ภูวเดช’ หนุ่ม ม.3 ‘พ่อค้าออนไลน์’ มาแรง

เปา-ภูวเดช – แม้ว่าจะแทบไม่ได้ย่างก้าวออกไปที่ไหน ด้วยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ซึ่งรวมไปถึงการปิดโรงเรียน และเลื่อนการเปิดเทอมออกไป แต่ชีวิตของ หนุ่มวัย 15 ปี ที่เพิ่งจะเปลี่ยนคำนำหน้าเป็น “นาย” ได้ไม่นาน ก็ต้องประสบกับพฤติกรรมการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ หรือไซเบอร์ บูลลีอิง (Cyberbullying) ที่แม้จะไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางร่างกาย แต่กลับกระทบต่อจิตใจอย่างมาก

เมื่อ นายภูวเดช อินสุ่ม หรือน้องเปา อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนหันคาพิทยาคม ได้ไลฟ์สดขายของออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก และมีผู้ใช้งานออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเชิงลบเหยียดรูปลักษณ์ เช่น หน้าตาไม่น่ามาขายเครื่องสำอางควรไปขายปลาร้าแทน ใช้ครีมแก้คอดำก่อน เกิดเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม

ส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมากเข้าไปให้กำลังใจ กดติดตามเฟซบุ๊กของน้องเปา จากหลักร้อยทะยานสู่ 3.5 หมื่นในช่วงเวลาไม่กี่วัน และยอดผู้เข้าชมไลฟ์ขายของมากถึง 4 พันรายต่อครั้ง แบรนด์กากหมูของน้องเปาเองก็มียอดสั่งจองทะลุ 170 คิวไปแล้ว รวมถึงยังได้รับการติดต่อจ้างงานรีวิวสินค้า

นอกจาก “งานล้น” แล้ว ยังมีโอกาสเข้ามามากมาย ทั้งมีมหาวิทยาลัยติดต่อมาให้ทุนเรียนฟรี ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่มีหลายฝ่ายติดต่อเข้ามาอยากช่วย เช่น ทำศัลยกรรม เปามองว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

จากวิกฤตกลายเป็นโอกาสอย่างคาดไม่ถึง!

ภูวเดช เล่าด้วยน้ำเสียงสดใสว่า เป็นชาว อ.เนินขาม จ.ชัยนาท มีน้องชาย 1 คน อาศัยอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่ ซึ่งประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง

ส่วนเหตุผลที่เปิดไลฟ์สดขายของ เป็นเพราะช่วงนี้โควิด-19 แพร่ระบาด โรงเรียนก็ปิดเทอม ต้องอยู่บ้านนานหลายเดือน จึงอยากหากิจกรรมทำ แบบที่ได้ใช้เวลาว่างนี้ให้เป็นประโยชน์ ทั้งเพื่อพัฒนาตนเอง และได้ช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งการขายของออนไลน์ก็เป็นอีกช่องทางในการหารายได้ แต่ก็ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องขายของให้ได้กำไร หรือยอดเงินที่มากมาย เพราะไม่อยากที่จะกดดันตัวเองมากเกินไป

“สิ่งสำคัญคือ ทำแล้วสนุก มีความสุขมากกว่า” เปากล่าว

ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในวันแรกที่เปาเปิดไลฟ์ “สินค้าตัวแรก” ที่นำมาขายคือ เสื้อผ้ามือสองของลูกพี่ลูกน้องที่ใส่ไม่ได้แล้ว

“ตอนนั้นไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย ก็พกกล่อง 1 กล่องไปตามที่ต่างๆ วางโทรศัพท์แล้วเริ่มไลฟ์สดเลย” เปาเล่า

หลังจากเปิดตู้เสื้อผ้าไปแล้ว สินค้าบนแผงออนไลน์ของพ่อค้าเปา ก็เพิ่มขึ้น ทั้งน้ำพริก กากหมู เครื่องสำอาง ซึ่งในขณะนั้นเองก็มีคอมเมนต์เชิงลบโผล่ขึ้นมา และยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องในหลายๆ ไลฟ์สด กระทั่งภูวเดชกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แอบปาดน้ำตาอย่างเงียบๆ

“ตอนแรกที่เห็นคอมเมนต์รู้สึกตกใจมาก แต่ผมก็เลือกที่จะปล่อยผ่านไป จนต่อมารู้สึกไม่โอเค กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ตอนนั้นคิดเพียงว่าเขาก็ไม่ได้รู้จักเรา ทำไมถึงมาคอมเมนต์แบบนี้ เอาจริงๆ เรื่องแบบนี้ ไม่มีใครโอเคหรอกครับ” เปากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนเผยถึงสิ่งสำคัญที่ทำให้เดินหน้าต่อไปว่า

“เหมือนกับว่าโดนมาบ่อยจนชิน เลยเลือกที่จะปล่อยผ่าน และไม่เก็บมาใส่ใจ แบบนี้ถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ เวลาที่ไลฟ์สด ก็เลือกที่จะมองแต่คอมเมนต์ที่ดีๆ ส่วนคอมเมนต์ที่ไม่โอเคก็ไม่อ่าน ไม่มอง และปล่อยให้ผ่านไป ต้องคอยบอกตัวเองให้เข้มแข็งด้วย เพราะขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นสำคัญว่าจะผ่านไปได้ไหม”

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวไปก็ยังมีคอมเมนต์เชิงลบอยู่ แต่ก็ลดน้อยลง

“คนเราเลือกเกิดไม่ได้ และคนที่ถูกบูลลี่เขาก็กำลังพยายามสู้กับคำพูดไม่ดีพวกนี้ ทั้งๆ ที่ทุกคนควรจะได้มีความสุขกับสิ่งที่เขาเป็น อะไรที่เก็บมาคิดแล้วทำร้ายเรา ปล่อยได้ก็ให้ปล่อยไป แล้วก็เดินหน้าต่อไป มีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ดีที่สุด” ภูวเดช ทิ้งท้าย

ภาพจาก ภูวเดช อินสุ่ม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ร้องสตง.-ป.ป.ช.สอบประมูล887ล้านสร้างศูนย์ข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า กฟภ.ส่อพิรุธ
บทความถัดไป‘พลภูมิ’แนะ ศธ.ปรับรูปแบบเรียนออนไลน์ ยึดความเหมาะสมเด็กในแต่ละพื้นที่