โลกแฟชั่น ‘นิวนอร์มอล’ 7 วิถีที่เปลี่ยน หลัง ‘โควิด-19’

โลกแฟชั่น ‘นิวนอร์มอล’ 7 วิถีที่เปลี่ยน หลัง ‘โควิด-19’

หลังจากต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ที่ไม่ใช่แค่ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม ไปทั่วแล้ว คนทั่วโลกยังต้องเปลี่ยนพฤติกรรม มารักษาระยะห่าง และต้องเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตใหม่ เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง

ซึ่งไม่ว่าจะอุตสาหกรรมใด ก็ดูจะเปลี่ยนรูปโฉมไปไม่น้อย

เช่นเดียวกับ “วงการแฟชั่น” ที่หลังจากโควิดเข้ามา ทำให้บรรดาเทศกาลแฟชั่นต่างๆ ต้องยกเลิกจัด อย่างงาน “เม็ต กาล่า” ที่นิตยสารดังจัดระดมทุนสำหรับวงการแฟชั่นเป็นประจำทุกปี ก็ต้องเจอโรคเลื่อน หรือจะเป็น ปักกิ่ง แฟชั่น วีก, มิลาน แฟชั่น วีก, นิวยอร์ก แฟชั่น วีก รีสอร์ต, ปารีส แฟชั่น วีก และโตเกียว แฟชั่น วีก ก็ประกาศเลื่อน-ยกเลิกตามกันไป ไม่รวมถึง เทศกาลหนังเมืองคานส์ ที่มักจะมีดาราไทยไปเดินพรมแดง ก็ต้องเลื่อนออกไป ส่วนลอนดอน แฟชั่นวีก ก็ออกมาประกาศจะจัดแฟชั่นโชว์ผ่านออนไลน์แทน

โดยนักวิเคราะห์จากทั่วโลกมองว่านี่คือสิ่งที่โลกของแฟชั่นจะเปลี่ยนไป หลังโควิด-19

1.เสื้อผ้าตามฤดูกาลจะค่อยๆ หายไป ไฟแนนเชียล ไทม์ เผยว่า ดีไซเนอร์จะไปโฟกัสกับการออกแบบเสื้อผ้าที่ใส่ได้ตลอดปี เพื่อให้เสื้อผ้าขายในร้านได้นานขึ้น เสื้อผ้าที่จะออกแบบก็จะมุ่งไปในทางคลาสสิก และไร้กาลเวลามากกว่าเดิม ขณะที่ซีเอ็นเอ็นมองว่า ดีไซเนอร์จะดีไซน์เสื้อผ้าที่ใช้ง่าย ใส่สบาย เหมาะกับการทำงานที่บ้านมากขึ้น

2.งานแฟชั่นวีกส์ จะหดเล็กลง จากเดิมที่งานแฟชั่นจัดต่อเนื่องเกือบสัปดาห์ มีแบรนด์ต่างๆ ขนมาประชัน 2-3 แบรนด์ต่อวัน และมีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาชม ก็จะเปลี่ยนมาใช้เวลาน้อยลง เพราะผู้คนไม่สามารถดูโชว์ผ่านออนไลน์ได้นานขนาดนั้น ดีไซเนอร์จำนวนมากยังไม่สามารถจัดงานแฟชั่นขนาดใหญ่ได้ เช่นเดียวกับนิตยสารที่ไม่มีงบจะส่งนักข่าวไปดู

3.ผู้บริโภคจะคิดเยอะขึ้น จากที่เคยลงทุนในแบรนด์เนม ทั้งกระเป๋า รองเท้า ก็จะเปลี่ยนมาใช้เงินกับสุขภาพแทน อย่าง สกินแคร์ คลาสฟิตเนส

4.หันไปช้อปออนไลน์มากขึ้น จากช่วงเวลาที่คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนหันไปกดสั่งซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ แบรนด์เสื้อผ้าต่างๆ หันมาพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ของตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการช้อปปิ้ง นอกจากนี้ ไฟแนนเชียล ไทม์ ยังมองว่าพฤติกรรมอีกอย่างที่จะเปลี่ยนไป ก็คือการซื้อเสื้อผ้ามือสอง หรือซื้อเสื้อผ้าจากแบรนด์เล็กๆ ที่มีความรับผิดชอบ

5.แบรนด์ต่างๆ จะมุ่งไปโฟกัสที่การทำตลาดผ่านออนไลน์มากขึ้น ทั้งจากอิทธิพลของแอพพลิเคชั่นอย่าง ติ๊กต๊อก ที่หลายคนหันมาเล่น รวมไปถึงอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ ที่ช่วยโปรโมตได้ง่าย

6.แฟชั่น “หน้ากาก” จะยังมาแรงต่อไป นั่นเพราะแมสก์กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ ทีนโว้ก มองว่าแบรนด์ต่างๆ จะออกแบบแมสก์เก๋ไก๋ หรือใช้วัสดุต่างๆ ที่คิดค้นมามากขึ้น เช่นเดียวกับถุงมือ ที่จะมีความสำคัญมากขึ้น อย่างเช่นแบรนด์กุชชี่ ที่ออกแบบแมสก์ให้ บิลลี่ ไอลิช ใส่ขึ้นงานแกรมมี่อวอร์ดส์

7.คนจะใส่ใจกับแฟชั่น “ท่อนบน” มากกว่าท่อนล่าง นั่นเพราะการมาของการทำงานเวิร์กฟรอมโฮม ผ่านวิดีโอคอล ที่จะเห็นเพียงแค่ช่วงบนตั้งแต่เอวขึ้นไป การเลือกซื้อของคนก็จะมุ่งไปที่เสื้อ เสื้อกันหนาว มากกว่า กระโปรง กางเกง กางเกงขาสั้น ส่วนการเลือกสีนั้น ก็จะเลือกสีธรรมชาติ การผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น

งานเม็ดกาล่า ที่ต้องงดไป
แฟชั่นพรมแดงเมืองคานส์ที่ยกเลิกไป

เทรนด์ใหม่ “นิวนอร์มอล”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เสริมทักษะอาชีพ ‘คนพิการ’ ทำงานด้าน ‘ดิจิทัล’
บทความถัดไปหุ้นไทยเปิดตลาดพุ่งต่อ บวก 11.07 จุด ระวังแรงขายทำกำไรกดดันดัชนีย่อตัวลง