ดอกไม้แห่งความภักดี ‘คเณษ นพณัฐเมทินี’ ผู้สืบสานตำนานผ้าไหมยก คนสุดท้ายของกรุงเก่า

ผู้สืบสานตำนานผ้าไหมยก

ดอกไม้แห่งความภักดี คเณษ นพณัฐเมทินี ผู้สืบสานตำนานผ้าไหมยก คนสุดท้ายของกรุงเก่า

เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจที่ปรารถนาจะบันทึกไว้เป็น “ความทรงจำ” ครั้งหนึ่งในชีวิตเกิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

คเณษ นพณัฐเมทินี อายุ 51 ปี ครูภูมิปัญญาไทย ศูนย์เรียนรู้การทอผ้าครูภูมิปัญญาไทย/กลุ่มทอผ้ายกอยุธยา ซึ่งเป็นผู้สืบสานตำนานผ้าไหมยกลายอยุธยา สายเลือดมลายู-ปัตตานี คนสุดท้ายของกรุงเก่า เจ้าของแบรนด์ “กระหนกพัสตร์” จึงได้ออกแบบลาย “ผ้าทอยกไหมลายดอกดารารัตน์” ด้วยหัวใจแห่งความจงรักและภักดี

“เมื่อพระองค์สวรรคต เราเสียใจมาก ในฐานะนักออกแบบลายผ้าและทอผ้าตั้งแต่ต้นจนจบ คือ ตั้งแต่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กระทั่งทอเป็นผืนผ้า จึงได้ออกแบบลายผ้าและทอผ้าคอลเล็กชั่นลายดอกดารารัตน์ขึ้นเพื่อเก็บความทรงจำในครั้งนี้ไว้” คเณษเผย

ที่มาของแรงบันดาลใจมาจากการที่ได้อ่านพระราชประวัติในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมอบ “ดอกแดฟโฟดิล” (daffodil) หรือที่คนไทยรู้จักในนามของ “ดอกดารารัตน์” ให้กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ดอกดารารัตน์ถูกนำมาเป็นต้นแบบของดอกไม้จันทน์ด้วย

“ดอกดารารัตน์ในนิยามของเรา คือ ดอกไม้ที่มีรูปทรงเป็นมงคล เราจึงออกแบบเป็นลายดอกไม้ 4 กลีบ สื่อความหมายถึงการทรงงานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขพสกนิกรทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ”

โดยคอลเล็กชั่นนี้เป็นผ้าทอสีดำ ย้อมจากผลมะเกลือซึ่งเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ เป็นลายลิมิเต็ดอิดิชั่นที่มีเพียง 9 ผืนในโลก ได้รับการรับรองลิขสิทธิ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อปี 2559

“กว่าจะได้ผ้าแต่ละผืน ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกวันที่ทอน้ำตาร่วงทุกวัน” คเณษเผยทั้งน้ำตา

แม้จะยากลำบาก หากเขาก็แบ่งเวลาไปทำงาน “จิตอาสา” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระราชทานจัดตั้งขึ้น ซึ่งเขาเป็น “จิตอาสา” รุ่นแรกที่ได้รับพระราชทานทั้งหมวกและผ้าพันคอ

“นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงให้มีจิตอาสาขึ้น เพราะทำให้ประชาชนมาร่วมใจกันโดยไม่แบ่งแยกฝักฝ่าย”

จากกิจกรรม “จิตอาสา” ได้เป็นแรงบันดาลใจให้ คเณษ จัดทำคอลเล็กชั่นลายดอกดารารัตน์ คอลเล็กชั่นที่ 2 ขึ้น เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยเป็น “ผ้าไหมทอยกทอง-ยกไหม ลายดอกดารารัตน์” สีเหลืองทองอร่ามงดงามยิ่ง

“บริบทการทำงานของเราต่อเนื่องจากรัชกาลที่ 9 เป็นเหมือนกับคอลเล็กชั่นพ่อลูก เพราะเป็นดอกดารารัตน์เหมือนกัน แต่คอลเล็กชั่นนี้เป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีของดอกแดฟโฟดิลที่รัชกาลที่ 9 พระราชทานให้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งสีเหลืองเป็นสีที่หอมที่สุดในบรรดาแดฟโฟดิลสีอื่นๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจต่อเนื่องกันมาเพื่อเก็บความทรงจำ ในขณะเดียวกันในหลวง รัชกาลที่ 10 ก็มีสีประจำพระองค์สีเดียวกับรัชกาลที่ 9 ด้วย เราจึงฟื้นลายดอกดารารัตน์ขึ้นมาอีกหนึ่งคอลเล็กชั่น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ในโอกาสเสด็จขึ้นครองราชย์ โดยทอลายดอกดารารัตน์ขึ้นใหม่ เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น 10 ผืนในโลก ใช้สีหลักโทนสีเหลือง ย้อมจากเปลือกต้นมะพูด และเปลือกผลทับทิม ส่วนเกสรของดอกจะเป็นสีตามวันเกิดของผู้จองผ้าเข้ามา”

คอลเล็กชั่นดอกดารารัตน์สีเหลือง ใช้เทคนิคการทอแบบโบราณ 3 เทคนิค คือ เทคนิคยก เทคนิคถม และบางผืนใช้เทคนิคคล้องเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นเทคนิคการทอผ้าแบบโบราณของบรรพบุรุษที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง

“ผ้าทอคอลเล็กชั่นนี้ เป็นผ้ายกไหม-ยกทอง แทรกเกสรดอกไม้ด้วยไหมสี โดยใช้เทคนิคถมที่หางไหมจะไม่หลุดออกมาตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเทคนิคที่ไม่เหมือนการทอผ้าอื่นๆ เป็นสุดยอดของงาน เป็นเทคนิคของชาติพันธุ์มลายู ในประเทศไทยมีผู้ทอเทคนิคนี้ได้ 2 ครอบครัว 1 คือเรา และทางภาคใต้ เป็นครอบครัวของเครือญาติที่พุมเรียง จ.สุราษฎร์ธานี”

สลักตัวอักษรของชื่อลงบนผืนผ้า
ลายดอกดารารัตน์

อีกหนึ่งความพิเศษของผ้าทอคอลเล็กชั่นนี้ คือ จะสลักตัวอักษรชื่อ-นามสกุลของคเณษลงไปบนผืนผ้าผืนละ 1 ตัวอักษรด้วย ปัจจุบันคเณษกำลังทอผืนที่ 5 สลักตัวอักษร “ค, เณ, ฐ, ณั, นี” ไปแล้ว แต่ละผืนใช้เวลาในการทอ 3 เดือน ทอตั้งแต่ 8 โมงเช้าจรดเที่ยงคืน

“คอลเล็กชั่นนี้เป็นคอลเล็กชั่นที่ต้องติดตรานกยูงพระราชทานสีทอง เพราะกรรมวิธีอิงกับภูมิปัญญาทั้งหมด เราเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นเมืองเอง สาวไหม ตีเกลียว และย้อมสี หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการถักทอ”

ทุกเส้นไหมที่ถักทอ คเณษประณีตพิถีพิถันรังสรรค์ด้วยหัวใจแห่งความจงรักและภักดี

“คอลเล็กชั่นนี้ ผมทอคนเดียว คนอื่นทำไม่ได้ เอกลักษณ์ของเรา คือ ผ้าทอที่มาจากฝีมือผมจะมีความบกพร่องไม่ได้ ทุกดอกทุกกลีบในลวดลายผ้า ต้องมีมาตรฐาน ต้องเพอร์เฟ็กต์ ต้องสมบูรณ์แบบมากๆ ริมผ้าต้องสวยมากๆ เส้นไหมกระตุกขึ้นมาแม้เส้นเดียวก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องได้มาตรฐานทั้งหมด ต้องสวยงามทั้งผืนผ้า ผมให้ความสำคัญทุกรายละเอียดในผืนผ้า โดยเฉพาะคอลเล็กชั่นนี้ที่ทอขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติก็ยิ่งตั้งใจ ทุกผืนต้องสวยหมด ทุกรายละเอียดตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำ”

เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 คเณษ ได้จัดทำผ้าทอยกไหม ลายดอกรวงผึ้ง ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ในหลวง รัชกาลที่ 10 อีกหนึ่งคอลเล็กชั่นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยเริ่มเข้าสู่กระบวนการทอในวันนี้เป็นวันปฐมฤกษ์

ทุกเส้นไหมถักทอด้วยความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดีเอสไอ ลุยค้น 4 “คลินิกเวชกรรม ทันตกรรม” ส่อเอี่ยวทุจริตเงิน สปสช. เร่งขยายผลอีก 300 แห่ง (คลิป)
บทความถัดไปลำดับเส้นทางจาก”เยาวชนปลดแอก” ลามสู่ม็อบทั่วประเทศ