รู้จัก ‘โรคมะเร็งในเด็ก’ ป่วยเพิ่มเดือนละกว่า 80 คน พบ ‘ลูคิเมีย’ มากที่สุด

โรคมะเร็งในเด็ก

รู้จัก ‘โรคมะเร็งในเด็ก’ ป่วยเพิ่มเดือนละกว่า 80 คน พบ ‘ลูคิเมีย’ มากที่สุด

โรคมะเร็ง นับเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทย และคนทั่วโลกจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่มักเป็นเมื่ออายุเริ่มมากขึ้น แต่ มะเร็ง ก็เกิดขึ้นกับเด็กๆได้เช่นกัน โดย รศ. นพ.อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์ สาขาวิชาโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ โรคมะเร็งในเด็ก ใน รายการรามาแชนแนล ว่า

จากสถิติข้อมูลของ ชมรมมะเร็งในเด็ก ได้ทำการรวบรวมไว้ พบว่ามีเด็กที่เป็นโรคมะเร็งประมาณ 100 คน จากประชากรเด็กในประเทศไทย 1,000,000 คน ซึ่งช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือเด็กเล็กอายุประมาณ 0-5 ปี หรือคิดคร่าว ๆ ก็คือ ในแต่ละเดือนจะมีเด็กไทยที่เป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นประมาณ 80 คน โดยโรคมะเร็งในเด็กที่พบบ่อยที่สุดคือ มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมีย รองลงมาคือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งสมอง มะเร็งชนิดก้อนของมะเร็งต่อมหมวกไต และมะเร็งไต

สาเหตุของโรคมะเร็งในเด็ก กล่าวได้ว่ากลไกการเกิดโรคมะเร็งในเด็กนั้น แตกต่างจากผู้ใหญ่อย่างชัดเจน เนื่องจากโรคมะเร็งในผู้ใหญ่เกิดจากพฤติกรรม และการไปสัมผัสสารก่อมะเร็งต่าง ๆ แต่โรคมะเร็งในเด็กนั้น ไม่ได้มีปัจจัยภายนอกมาทำให้เกิดโรคมะเร็ง และสามารถเป็นได้ตั้งแต่แรกเกิด หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ขณะที่กำลังแบ่งเซลล์ออกมาเพื่อสร้างอวัยวะ จนทำให้กลายเป็นเซลล์มะเร็ง นอกจากสาเหตุเรื่องพันธุกรรมแล้ว ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคมะเร็งในเด็กได้อย่างชัดเจน จึงทำให้ยังไม่มีวิธีการป้องกันที่ชัดเจนเช่นเดียวกัน

สำหรับ วิธีรักษาโรคมะเร็งในเด็ก นั้น ใช้วิธีเดียวกันกับกชารรักษาโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ เช่น การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดโดยคำนวณปริมาณยาจากน้ำหนักตัวของเด็ก แต่ถ้าเป็นมะเร็งชนิดก้อนต้องใช้วิธีการผ่าตัด หรือการฉายแสง ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด และวิธีอื่น ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่คล้ายกับการรักษาในผู้ใหญ่ ซึ่งการรักษาโรคมะเร็งในเด็กนั้นจะได้ผลดีกว่าผู้ใหญ่ เพราะร่างกายของเด็กสามารถเจริญเติบโตและพัฒนาได้อีก แตกต่างจากวัยผู้ใหญ่ที่ร่างกายหยุดพัฒนาแล้ว ทำให้มีเปอร์เซ็นต์ที่จะรักษาโรคมะเร็งในเด็กให้หายขาดได้สูง หากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ในอนาคตจะมีวิธีการรักษาที่ดีขึ้นตามเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การปลูกถ่ายเซลล์ สามารถทำได้โดยไม่ต้องรอผู้บริจาคที่มีเซลล์เหมือนกัน เพราะปัจจุบันทางการแพทย์สามารถรักษาโดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากพ่อหรือแม่ได้แล้ว รวมถึงยาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ไม่ทำให้ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน หรือติดเชื้อ รับประทานอาหารได้ตามปกติและยังสามารถรักษาได้ตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แมน นครปฐม’ กด ‘กร’ สะเด็ดน้ำ 4-2 ลิ่วชิงสนุ้กพี80สงขลา
บทความถัดไปหน้า1 หนังสือพิมพ์มติชน 15 สิงหาคม 2563