หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที เอซุส ขนทัพสม...

เอซุส ขนทัพสมาร์ทโฟน-โน้ตบุ๊ก ชูแนวคิด “เซนโวลูชั่น” นวัตกรรมอัจฉริยะผ่านดีไซน์

3.08.16 | 20:30 น.

เอซุส (ASUS) เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ล่าสุด เซนโฟน3 และโน้ตบุ๊ก รวมถึงพีซีใหม่ ภายใต้แนวคิด “เซนโวลูชั่น” (Zenvolution) โดยสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวครั้งนี้ ได้แก่ ZenFone 3 Max และ ZenFone 3 Laser ส่วนโน้ตบุ๊ก ได้แก่รุ่น ASUS ZenBook 3 และพีซีแบบ 2-in-1 รุ่น ASUS Transformer 3 และ ASUS Transformer 3 Pro

ZenFone 3 + Marshall Headphones (2)

สำหรับ สมาร์ทโฟนตระกูล เซนโฟน3 ตัวแรก คือ อซุส เซนโฟน3 (ASUS ZenFone3)  ทั้งจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว Full HD เลือกใช้พาเนล Super IPS+ คุณภาพสูง ให้แสงสว่างสูงสุดถึง 500cd/m2 และมีหน่วยความจำแรม 4GB ให้ประสิทธิภาพการทำงานในระดับคอมพิวเตอร์พีซี กล้องหลังมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ใช้เทคโนโลยีออโต้โฟกัส ASUS TriTech และ ZenFone 3 รุ่น 5.5 นิ้ว มาพร้อมกับข้อเสนอสุดพิเศษคือ หูฟัง Marshall เพื่อการสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือกว่า

 

ZenFone 3 Ultra (1)

Advertisement

เอซุส เซนโฟน3 อัลตร้า (ASUS ZenFone 3 Ultra) ที่ขึ้นรูปด้วยอลูมิเนียม ไม่มีเส้นรับสัญญาณด้านหลัง ออกแบบมาสำหรับผู้รักความบันเทิง กับจอแสดงผลขนาด 6.8 นิ้ว Full HD และเป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้ชิปประมวลผลภาพระดับ 4K UHD TV ขณะที่ระบบเสียง ให้ความคมชัดและมีพลังด้วยชิป NXP Smart Amplifier และรองรับระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio (HRA) ทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่รองรับการจำลองเสียง 7.1 กล้องให้ความละเอียดสูงถึง 23 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยเทคโนโลยีโฟกัสภาพ ASUS TriTech และจุใจกับแรมสูงสุด 4GB พร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4600 mAh รองรับการชาร์จเร็ว ราคา 24,990 บาท

 

ZenFone 3 Deluxe

เอซุส เซนโฟน3 ดีลักซ์ (ASUS ZenFone 3 Deluxe) สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมโครงสร้างวัสดุอลูมิเนียมระดับพรีเมียม ไร้เส้นเสาอากาศภายนอก หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD กล้องถ่ายภาพมีเซ็นเซอร์รับภาพชั้นยอด ให้ความละเอียดสูงสุด 23 ล้านพิกเซล และมีเทคโนโลยีโฟกัส ASUS TriTech ครอบคลุมทั้งเลเซอร์ออโต้โฟกัส ระบบโฟกัส Phase Detection และโฟกัสแบบต่อเนื่องระบบเสียงให้ความคมชัด มีพลังด้วยชิป NXP Smart Amplifier และระบบเสียงระดับ Hi-Res Audio (HRA) ทั้งยังมี เทคโนโลยี Quick Charge 3.0 ทำให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็ว นอกจากนี้มีหน่วยความจำแรม 6GB ให้ประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างลื่นไหล ZenFone 3 Deluxe 64GB ราคา 22,990 บาท และ ZenFone 3 Deluxe 256GB ราคา 28,990 บาท

 

เซนโฟน3 เลเซอร์ (ZenFone 3 Laser) ตัวเครื่องเป็นเมทัลลิก หน้าจอ Full HD ขนาด 5.5 นิ้ว และมีระบบโฟกัสอัตโนมัติที่เร็วเพียง 0.03 วินาที และมีโหมดแบ็กไลท์ (HDR) ที่ล้ำสมัยเพื่อให้ถ่ายภาพได้สวยยิ่งขึ้น มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์ Sony IMX214 พร้อมระบบปรับสีเพื่อให้ภาพดูเป็นธรรมชาติแม้ในที่ที่แสงน้อยหรืออยู่ในที่ร่ม มีระบบป้องกันการเคลื่อนไหว Electronic Image Stabilization (EIS) แบบ 3 แกน (yaw, pitch และ roll) และมีการชดเชยการเคลื่อนไหวเพื่อให้ถ่ายวิดีโอได้นิ่งกว่าเดิม ราคา 8,990 บาท

และเอซุส เซนโฟน3 แม็กซ์ (ASUS ZenFone 3 Max) ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น ด้วยแบตเตอรี่ 4100mAh ที่สามารถสแตนด์บายได้ถึง 30 วัน เพื่อการใช้งานที่ยาวนานขึ้น สามารถใช้โทรศัพท์บน 3G ได้ถึง 20 ชั่วโมง เข้าเว็บด้วย Wi-Fi ได้นานถึง 18 ชั่วโมง ฟังเพลงได้ 87 ชั่วโมง และเล่นวิดีโอได้นานถึง 15 ชั่วโมง ZenFone 3 Max สามารถใช้เป็นพาวเวอร์แบงก์เพื่อชาร์จอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อีกด้วย และหน้าจอขนาด 5.2 นิ้วของ ZenFone 3 Max เป็นแบบ IPS และเคลือบแก้ว พร้อมขอบ 2.5D ที่เรียบสนิทไปกับตัวเครื่องเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ราคา 5,990 บาท

ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก เอซุส ยังคงผนึกกำลังกับ “Intel” พันธมิตรธุรกิจสำคัญที่ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมอันยอดเยี่ยม อย่างการเปิดตัว 3 รุ่นในปีนี้ ก็ได้เลือกใช้ขุมพลังของโปรเซสเซอร์ Intel Core เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน

 

ZenBook

โดย เอซุส เซนบุ๊ก3 (ASUS ZenBook 3) ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ของ ZenBook เน้นเรื่อง “ความบาง เบา แต่ประสิทธิภาพสูง” โดดเด่นด้วยความเพรียวบางเพียง 11.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 910 กรัม วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์เกรดระดับเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศเพื่อเพิ่มความทนทานถึง 50% จอแสดงผลขนาด 12.5 นิ้ว มาพร้อมกับ Intel Core i7 Processor แรม 16GB ความเร็ว 2133MHz หน่วยความจำ SSD แบบ PCIe Gen 3 x4 มากสุด 1TB ลำโพงและระบบเสียงจาก Harman Kardon แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 9 ชั่วโมง ผสานกับลวดลายการออกแบบในแบบฉบับของ ZenBook มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ สีน้ำเงิน Royal Blue, สีชมพู Rose Gold และสีเงิน Quartz Grey ราคา 69,990 บาท

 

Transformer 3

เอซุส ทรานส์ฟอร์เมอร์3 (ASUS Transformer 3) พีซีแบบ 2-in-1 แข็งแกร่งแต่บางเบาด้วยการใช้อลูมิเนียม ทำให้มีน้ำหนักเพียง 695 กรัม และบางเพียงแค่ 6.9 มิลลิเมตร ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่ากระดาษขนาด A4 จอแสดงผลมีขนาด 12.6 นิ้ว และสามารถใช้งานคู่กับ ASUS Transformer Sleeve Keyboard ขณะที่ภายในเลือกใช้ 7th Gen Intel Core Processor แรมสูงสุด 8GB และหน่วยความจำ SSD สูงสุด 512GB นอกจากนี้รุ่นนี้รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ปากกา ASUS Pen, ลำโพง Audio Pod โดยมีให้เลือกสองเฉดสี ได้แก่ สีทอง Icicle Gold กับสีเงิน Glacier Gray ราคา 40,990 บาท

 

Transformer 3 Pro

และ เอซุส ทรานส์ฟอร์เมอร์ 3 โปร (ASUS Transformer 3 Pro) พีซี 2-in-1 รุ่นแรกและรุ่นเดียวในโลกที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในรูปแบบแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก เครื่องดนตรี และพีซีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับทั้งการใช้งานในวันทำงาน และเพื่อความบันเทิง ให้ผิวสัมผัสอันยอดเยี่ยมจากอลูมิเนียม บางเพียง 8.35 มิลลิเมตร จอแสดงผล 12.6 นิ้ว ความละเอียดสูง ใช้ Intel Core i7 Processor โดยมีตัวเลือกหน่วยความจำ SSD แบบ PCIe x4 สูงสุดถึง 1TB และแรมความเร็ว 2133MHz ความจุสูงสุด 16GB ขาตั้งถูกออกแบบด้วยโลหะคุณภาพสูง สามารถปรับองศาได้ตามที่ต้องการ โดยมีมุมกว้างสุดถึง 170องศา สามารถทำงานร่วมกับคีย์บอร์ด ASUS Transformer Cover Keyboard และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้ เช่นปากกา ASUS Pen, แท่น ASUS Universal Dock สำหรับเป็นฮับเชื่อมต่อ ASUS Transformer 3 Pro 4GB ราคา 42,990 บาท และ ASUS Transformer 3 Pro 16GB ราคา 59,990 บาท

นอกจากนี้ เอซุสยังเปิดตัวโน้ตบุ๊ก “ASUS ROG GX800” สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งรุ่นนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กที่ประสิทธิภาพสูงสุดรุ่นหนึ่งของโลกในปัจจุบัน รวมทั้งทำตลาดคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป “ROG G31 Edition 10” ขนาดกะทัดรัด สานต่อความสำเร็จจาก ROG G20 ปีที่ผ่านมา พร้อมด้วยลวดลายพิเศษฉลองครบ 10 ปีผลิตภัณฑ์ซีรีย์ ROG

ปู-ไปรยา แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก Asus (1)

พร้อมกันนี้ เอซุสยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารแบรนด์ ซึ่งในปีนี้เป็นปีแรกที่ เอซุส ประเทศไทย ใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ได้ “ปู – ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนเบิร์ก” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนไทยคนแรก ด้วยภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในหลากหลายบทบาทหน้าที่ ทั้งการเป็นนักแสดง นางแบบ ตลอดจนกิจกรรมทางสังคม ที่ปัจจุบัน ปู – ไปรยาได้เข้าร่วมกับโครงการเพื่อสังคมหลายโครงการ หนึ่งในนั้นคืองานช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในโครงการ Namjai for Refugees ของ UNHCR รวมทั้งยังเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่งในทุกๆ ด้าน
เอซุสมั่นใจว่าการสื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่มีไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับแบรนด์เอซุสจะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เด่นชัดขึ้น และสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น