ปารีส ฮิลตัน เผย”ปมชีวิต” เคยถูกทำร้ายทั้งร่างกาย จิตใจ ที่โรงเรียนประจำ
จากเป็นที่รู้จักในฐานะ ดาราเรียลลิตี้ และ นักธุรกิจสาวทายาทผู้ก่อตั้งโรงแรมฮิลตัน แต่ตอนนี้ “ปารีส ฮิลตัน “ไฮโซสาวสวยชาวอเมริกันวัย 39 กำลังเป็นที่รู้จักในบทบาทใหม่ แอ๊คติวิสต์ หรือ นักเคลื่อนไหว จากผลงานภาพยนตร์สารคดี “ดิส อิส ปารีส (This is Paris ) “ที่เปิดตัว เผยแพร่ทางช่องยูทูบของเธอในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งฮิลตันออกมาเปิดใจเล่าถึงเรื่องราวของเธอที่เคยถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตอนเป็นวัยรุ่น ขณะเรียนอยู่ที่โรงเรียนโพรโว แคนยอน สคูล ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำในรัฐยูท่าห์ สหรัฐอเมริกา ที่ฮิลตันเล่าว่า เธอไม่พูดกับพ่อแม่ของเธอนานถึง 20 ปี เพราะพวกเขาส่งเธอไปที่โรงเรียนประจำแห่งนี้ ซึ่งระหว่างเรียนอยู่ เธอเคยถูกจับ “ขังเดี่ยว”นานหลายชั่วโมง และเคยถูกบังคับให้กินยา ซึ่งเธอไม่รู้ว่าเป็นยาอะไร และตอนนี้ฮิลตันกำลังพยายามหาทางทำให้โรงเรียนนี้ถูกสั่งปิด

“มีคนมากมายเขียนจดหมายมาถึงฉันว่า ขอบคุณมากๆ “ฮิลตัน กล่าว
ขณะเดียวกัน โรงเรียนโพรโว แคนยอน สคูล มีแถลงการณ์ต่อข้อกล่าวหาของฮิลตันว่า “เรารู้จากสื่อที่อ้างถึงโรงเรียนโพรโว แคนยอน สคูล แต่เราอยากแจ้งให้ทราบว่า เจ้าของโรงเรียนโพรโว แคนยอน คนก่อนได้ขายโรงเรียนแห่งนี้เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2543 ดังนั้นเราจึงไม่สามารถให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือประสบการณ์ที่ลูกค้าเคยเจอก่อนหน้านี้ ”
ในบางส่วนในแถลงการณ์ของโรงเรียนยังระบุว่า “ตลอดเวลา 20 ปี การรักษาสุขภาพจิตได้พัฒนาจากพื้นฐานทางพฤติกรรมไปสู่วิธีที่มีข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เป็นบาดแผลส่วนบุคคล เราทำงานร่วมกับบุคคลที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งบ่อยครั้งที่เป็นอันตรายต่อตัวพวกเขาเอง และผู้อื่น โรงเรียนโพรโว แคนยอน สคูล มุ่งมั่นที่จะรักษาความปลอดภัยของลูกค้าและเจ้าหน้าที่ของเรา ”

ทั้งนี้ปารีส ฮิลตัน เล่าว่า ตอนเป็นวัยรุ่น เธอเคยถูกส่งตัวไปเรียนที่โรงเรียนโพรโว แคนยอน และ โรงเรียนอีกหลายแห่งที่เป็นโรงเรียนสำหรับเด็กมีปัญหา
เธอยังเล่าถึงหนังสารคดีดิส อิส ปารีส ว่าเริ่มแรกตั้งใจจะนำเสนอเรื่องราวของเธอในฐานะนักธุรกิจ และเคลียร์เรื่องราวต่างๆของเธอที่ถูกเข้าใจผิด แต่ระหว่างถ่ายทำ เธอเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับผู้กำกับหญิง และกล้าเล่าเรื่องปมในอดีตให้ฟัง
“ฉันรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับเธอ และเล่าเรื่องราวที่เป็นฝันร้ายในชีวิต รวมทั้งเรื่องสมัยอยู่โรงเรียนประจำนิดหน่อยให้เธอฟัง ”
ฮิลตันเล่าว่า แต่แรกเธอไม่คิดจะใส่เรื่องราวที่เธอเคยถูกทำร้ายเหล่านี้ลงไปในหนังสารคดี “แต่ผู้กำกับพยายามคะยั้นคะยอจนฉันเชื่อว่า เรื่องนี้จะสามารถช่วยคนได้อีกมากมาย และเป็นพลังให้แก่คนอื่น ”
สาวสวย ทายาทตระกูลดัง ยังบอกด้วยว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ใช้ “เสียงจริง”ของตัวเองสักที แทนที่จะใช้ “เสียงสอง”เหมือนเด็กทารกที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยว่า “มันเหนื่อยนะกับการแกล้งทำเป็นอย่างนั้น ทำเป็นคนไม่มีสมอง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ฉันทำแบบนั้นมานาน ฉันไม่ไช่เป็นสาวผมบลอนด์โง่ๆ เพียงแต่ฉันแสดงได้เก่งเท่านั้นเอง “

