เจ้าชายแฮร์รี บอกเลย ‘ทุกอย่างเปลี่ยนไป’ หลังจากได้เป็นพ่อคน
เว็บยาฮู อ้างนิตยสารคอสโมโพลิแทน รายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี ทรงตรัสเล่าถึง อาร์ชี แฮร์ริสัน พระโอรส และตรัสเล่าถึงตัวพระองค์เองว่าได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หลังจากได้เป็นคุณพ่อ โดยทรงออกมาเล่าถึงเรื่องนี้ หลังจาก เมแกน มาร์เคิล หรือ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายา ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้น หลังจากแท้งบุตรคนที่ 2 โดยเหตุการณ์น่าเศร้านี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รี และ ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายา มีพระโอรส “อาร์ชี” ปัจจุบันมีพระชันษา 1 ปี 6 เดือน และสืบเนื่องจากการมีโอกาสได้เป็นพ่อแม่ นับเป็นประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์สำหรับทั้งสองพระองค์ เจ้าชายแฮร์รีจึงถือโอกาสตรัสให้ฟังว่า พระโอรสองค์น้อยทรงทำให้ความคิดของพระองค์ที่มีต่อการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทั้งยังตรัสเล่าถึงความรู้สึกที่ได้เป็นพ่อคนครั้งแรกในชีวิต
เจ้าชายแฮร์รีแห่งอังกฤษ ตรัสเล่าเรื่องนี้ระหว่างร่วมโปรโมตวอเตอร์ แบร์ เน็ทเวิร์ก (WaterBear network) แพลตฟอร์มใหม่สำหรับธุรกิจวิดีโอ ออน ดีมานด์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอนาคตของโลกใบนี้ ที่เราอาศัยอยู่กัน โดยเจ้าชายแฮร์รี พระราชนัดดาสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ตรัสว่า “เมื่อคุณได้เป็นพ่อคน ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปเลยจริงๆ คุณจะเริ่มตระหนักว่าอะไรคือเป้าหมายสำคัญในการนำชีวิตใหม่ชีวิตหนึ่งมาสู่โลกใบนี้เมื่อเขาเติบโตขึ้นอายุเท่าคุณ และที่เป็นอยู่นี้มันดีจริงหรือยัง? เราไม่สามารถขโมยอนาคตของพวกเขา เราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เลยจริงๆ นั่นไม่ใช่เป้าหมายที่พวกเรามาอยู่ที่นี่ บนโลกใบนี้ ข้าพเจ้ามีความเชื่อตลอดมาว่ายังมีความหวัง พวกเราสามารถทำให้โลกใบนี้เป็นโลกที่ดีขึ้นกว่าตอนที่พวกเราได้ลืมตาดูโลก”
ความเห็นของเจ้าชายแฮร์รีมีขึ้นหลังจากดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาเขียนบทความพิเศษลงในหนังสือเดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ที่ตรัสเล่าถึงความรู้สึกที่ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ และพระสวามี ได้ประสบมากับพระองค์เองเมื่อรู้ว่าทรงแท้งบุตรคนที่สอง ซึ่งดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เขียนเล่าตอนหนึ่งว่า
“การสูญเสียลูก เป็นการแบกความทุกข์ที่แทบจะทนไม่ไหว เป็นประสบการณ์ที่ผู้คนมากมายเคยประสบ แต่มีน้อยคนที่จะออกมาพูดถึง เราทั้งสองคนได้เรียนรู้ว่าเมื่อมีใครมาถามเราคนใดคนหนึ่งว่า โอเคมั้ย? เป็นไรหรือเปล่า? และเมื่อมีคนตั้งใจรับฟังคำตอบจากเราจริงๆ ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง มันช่วยคลายทุกข์ได้มาก การเริ่มต้นชวนให้พวกเรามาแบ่งปันความเจ็บปวดของเราด้วยกัน คือก้าวแรกของการเยียวยารักษา”


