ดร.จิล ไบเดน ว่าที่ สตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐ กับความท้าทายใหม่ เมื่อตั้งใจจะสอนหนังสือต่อ

ดร.จิล ไบเดน ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา

ดร.จิล ไบเดน ว่าที่ สตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐ กับความท้าทายใหม่ เมื่อตั้งใจจะสอนหนังสือต่อ

คอลัมน์ สรรหามาเล่า

ความตั้งใจของ ดร.จิล ไบเดน ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา วัย 69 ปี เจ้าของปริญญาเอกวิทยาศาสตร์ศึกษา ที่จะยังคงเป็นอาจารย์สอนหนังสือไปด้วยตามเดิม ขณะดำรงตำแหน่งสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา มีนักวิชาการมองว่า นี่จะเป็นการ “เปลี่ยนแปลง” ในประวัติศาสตร์สำหรับตำแหน่ง เฟิร์ตส์ เลดี้ ของสหรัฐอเมริกา และเป็นความท้าทายที่ จิล ไบเดน ภริยาของ โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ต้องพิสูจน์ เพราะในอดีตที่ผ่านมา สตรีหมายเลข 1 ต่างไม่เคยทำงานประจำระหว่างอยู่ในตำแหน่งนี้

“ผู้หญิงอเมริกันส่วนใหญ่ต่างมีชีวิตการงานและชีวิตครอบครัวควบคู่กันไป แต่สุภาพสตรีหมายเลข 1 ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น” แคเธอรีน เจลลิสัน อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโอไฮโอ ให้ความเห็น

ขณะที่ เคท แอนเดอร์เซ่น บราวเออร์ นักเขียนเจ้าของหนังสือ “First Women: The Grace & Power of America’s Modern First Ladies” ให้ความเห็นต่อสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “ถ้า จิล ไบเดน ยังคงสอนหนังสือต่อไป เธอจะเปลี่ยนความคาดหวังต่างๆ และขีดจำกัดของตำแหน่งนี้ไปตลอดกาล ฉันคิดว่ามันสามารถพิสูจน์ความท้าทาย และพิสูจน์การบริหารจัดการสร้างสมดุลระหว่างงานอาชีพกับงานมากมายในฐานะสุภาพสตรีหมายเลข 1 แต่ฉันยังคิดด้วยว่านี่จะเป็นการขยายมุมมอง ความคิดของเราที่มีต่อตำแหน่งสตรีหมายเลข 1 มีความสามารถทำอะไรได้”

อย่างไรก็ตาม แคเธอรีน เจลลิสัน ก็เตือนว่า จิล ไบเดน อาจโดนโจมตีจากกลุ่มคนที่เห็นด้วยกับการที่ สตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา จะปฏิบัติตามธรรมเนียมที่มีมาแต่เดิมมากกว่า แต่ถึงกระนั้น ทั้งแคเธอรีน เจลลิสัน และ เคท แอนเดอร์เซ่น บราวเออร์ ก็เห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง

“เรามั่นใจว่า สักวันหนึ่ง เราจะมีคู่ชีวิตประธานาธิบดีที่เป็นผู้ชาย และฉันไม่คิดว่าจะมีใครคาดหวังว่าเขาจะทิ้งงานอาชีพของเขา” บราวเออร์กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี

จิล ไบเดน และโจ ไบเดน

ทั้งนี้ยังมีข่าวด้วยว่า มีคอลัมนิสต์ชื่อ โจเซฟ เอฟสไตน์ เขียนแสดงความเห็นลงในวารสารวอล สตรีท เจอร์นัล โจมตีการใช้คำนำหน้าชื่อ จิล ไบเดนว่า “ดอกเตอร์จิล ไบเดน” ว่าไม่สมควรใช้ และเหมือนการหลอกลวงเพราะจิล ไบเดน ไม่ได้จบการศึกษาด้านแพทย์

ปรากฏว่าส่งผลให้มีเสียงวิจารณ์โจมตีโจเซฟ เอฟสไตน์ มากมาย รวมทั้ง มิเชล โอบามา อดีตสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐอเมริกา ภริยาอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งเคยร่วมงานในทำเนียบขาวกับ โจ ไบเดน และ จิล ไบเดน มา 8 ปี ระหว่าง โจ ไบเดน ทำหน้าที่เป็นรองประธานาธิบดีในสมัยของโอบามา

“เป็นเวลา 8 ปีที่ฉันได้เห็น ดอกเตอร์จิล ไบเดน ทำสิ่งที่ผู้หญิงทำงานส่วนใหญ่ทำกัน ซึ่งก็คือสามารถบริหารหน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี ทั้งงานหน้าที่ในการสอนหนังสือ ตลอดถึงงานในหน้าที่รับผิดชอบในทำเนียบขาว แล้วยังบทบาทในฐานะแม่ ภรรยา และเพื่อน และตอนนี้เราทุกคนก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทำงานจำนวนมาก ไม่ว่าเธอจะมีคำนำหน้าชื่อว่า ดอกเตอร์, นางสาว, นาง หรือแม้แต่สตรีหมายเลข 1 ซึ่งบ่อยครั้งหรือแทบทั้งหมดที่ความสำเร็จของเรามักถูกเคลือบแคลง สงสัย หรือแม้แต่ดูถูก หลังจากทำงานมานานหลายสิบปี พวกเราก็ยังถูกบังคับให้ต้องพิสูจน์ตัวเองครั้งแล้ว ครั้งเล่า”

ดักลาส เอ็มฮอฟฟ์ สามีของ คามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดี แสดงความเห็นว่า “บทความนี้ไม่มีวันถูกเขียนถึงผู้ชาย”

ขณะที่ จิล ไบเดน ทวีตตอบโต้ว่า “เรามาช่วยกันสร้างโลกที่ความสำเร็จของลูกสาวเราจะได้รับความชื่นชม ยินดี มากกว่าการถูกให้ร้าย ป้ายสี”

จิล ไบเดน(เอเอฟพี)
จิล ไบเดน(เอเอฟพี)
จิล ไบเดน(เอเอฟพี)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไฟแรงจัด! ‘น้องโอ๋’ กร้าวไฟต์หน้าขอท้าชน ‘เปโตรเซียน’
บทความถัดไปด่วน! มือปืนบุกยิง ผอ.รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี เสียชีวิต ตร.เร่งไล่ล่า