ได้ฤกษ์ที่ “เอซุส” จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งใหญ่ประจำปี ที่ปีนี้มีงานใหญ่เปิดตัวกันที่ประเทศไทย ที่เน้นๆ คือ เรื่องการเปิดตัวของ “เซนโฟน” รุ่นใหม่ล่าสุด คือ “เซนโฟน3” รวมไปถึง “เซนบุ๊ก” รุ่นใหม่ และการเปิดตัว “แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ไทย” คนแรกของ เอซุส ประเทศไทย
นายเร็กซ์ ลี ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท เอซุส ผู้ดูแลรับผิดชอบงานด้านการขายและการตลาดในภูมิภาคเอชีย-แปซิฟิก เปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดเอซุสในประเทศไทยว่า ปัจจุบัน ตามตัวเลขของจีเอฟเค เอซุสมีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนอยู่ที่ลำดับที่ 6 หรือราว 4.5 เปอร์เซ็นต์ของตลาด ซึ่งธุรกิจในประเทศไทยและตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ถือว่ามีการเติบโตที่ดี และมีการตั้งเป้าไว้ว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย จะสามารถติดอันดับ 1 ใน 3 ได้ภายใน 1-2 ปีนี้
ซึ่งความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้นั้น นายลีกล่าวว่า จะมาจากเรื่องของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ เพราะถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ดี ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ เพราะฉะนั้นจะต้องมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี มีนวัตกรรมที่ดี และแน่นอนว่า ผลิตภัณฑ์ของเอซุส อย่างในกลุ่มเซนโฟนนั้น ก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการถ่ายภาพ ดีไซน์ที่สวยขึ้น เสียงดีขึ้น ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้เซนโฟนสามารถแข่งขันกับแบรนด์อื่นได้
นายจอห์น เฉิน ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เซนโฟน3” สมาร์ทโฟนเรือธงของปีนี้จากเอซุสว่า เซนโฟน3 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นหลายอย่าง ทั้งมีกระจกทั้ง 2 ด้าน ใช้กล้องจากโซนี่ มีลำโพงที่ดี แรมสูง และยังสามารถรองรับแอลทีอีด้วย และยังเป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยี “ทรูทูไลฟ์” (True2Life) เทคโนโลยีประมวลผลที่ใช้กับโทรทัศน์หน้าจอ 4เค มาใช้ในสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก ทั้งในรุ่นเซนโฟน3 อัลตร้า และเซนโฟน3 ดีลักซ์ นอกจากนี้ ก็ยังมีการออกแบบอื่นๆ อย่างเช่นไม่มีเส้นเสาสัญญาณให้เห็นแล้ว เป็นต้น
นายเจฟฟ์ โล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นอีกครั้งที่เอซุสสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการคอมพิวเตอร์และไอที ทั้งการเปิดตัวในกลุ่มสมาร์ทโฟนและกลุ่มโน้ตบุ๊กพร้อมกันหลายๆ รุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เซนโวลูชั่น” (Zenvolution) หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมสุดล้ำที่ผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์ดีไซน์เรียบหรู นำสมัย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของเอซุสที่มีการนำเสนอสินค้าอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกสิ่งที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
สำหรับผลิตภัณฑ์ของเอซุสนั้น ก็จะมีออกมาให้เห็นในทุกไตรมาส แม้ว่าตลาด สมาร์ทโฟนโลกจะเริ่มนิ่งไปบ้าง แต่ผู้บริหารของเอซุสยังมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดอยู่ โดยเฉพาะตลาดในประเทศไทย ซึ่งตลาดสมาร์ทโฟน ในกลุ่มราคา 10,000-15,000 บาท ที่ยังเป็นกลุ่มราคาที่ได้รับความนิยมอยู่อย่างมาก และขอย้ำว่า เอซุสจะใส่ใจเรื่องของผลิตภัณฑ์และการทำการตลาด เพื่อไปสู่อันดับที่ดีขึ้นต่อไป และแม้ว่าเมื่อก่อนคนอาจจะมองว่าสมาร์ทโฟนของเอซุสไม่สามารถไปสู่ตลาดไฮเอนด์ได้ แต่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนของเอซุส จัดอยู่ในกลุ่มการแข่งขัน “เทียร์1” เช่นเดียวกับแบรนด์ใหญ่ๆ ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของเอซุส
ในส่วนของกลุ่มโน้ตบุ๊กนั้น ตลาดโลกเองก็เริ่มนิ่ง แต่ตลาดประเทศไทยแตกต่างไปจากตลาดโลก คือยังมีความต้องการในบางกลุ่มอยู่ เป็นโอกาสในการทำตลาดสำหรับเอซุส อย่างเช่นในกลุ่มเกม จึงได้มีการออกแบบโน้ตบุ๊กที่รองรับสำหรับผู้เล่นเกมโดยเฉพาะขึ้นมา จึงทำให้เชื่อว่าตลาดโน้ตบุ๊กในไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อยู่
นอกเหนือไปจากเรื่องของผลิตภัณฑ์แล้ว เอซุสเองก็ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารแบรนด์ด้วย และเป็นปีแรกที่เอซุส ประเทศไทย ใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ โดยใช้ “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนเบิร์ก” มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนไทยคนแรก ด้วยภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในหลากหลายบทบาทหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นางแบบ ตลอดจนกิจกรรมทางสังคม
ซึ่งเอซุสมั่นใจว่าการสื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ที่มีไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับแบรนด์เอซุส จะช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เด่นชัดมากขึ้น และสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

