เหงา… ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ญี่ปุ่นตั้ง “รมว.ความเหงา” หลังคนฆ่าตัวตายพุ่ง
คอลัมน์ สรรหามาเล่า
ปัญหาความเหงา ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือเป็นปัญหาที่สามารถปล่อยทิ้งไว้ได้อีกต่อไป ล่าสุด นายโยชิฮิเดะ สึกะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ยกระดับการให้ความสำคัญต่อปัญหานี้ โดยประกาศแต่งตั้ง “รัฐมนตรีว่าการความเหงา” เพื่อมาจัดการดูแลปัญหาความเหงา ความโดดเดี่ยวอย่างจริงจังแล้ว หลังจากสถิติการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ แค่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว มีผู้หญิงในญี่ปุ่นฆ่าตัวตายเกือบ 880 คน เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีก่อนถึง 70%
นายกรัฐมนตรีสึกะ ได้มอบหมายให้ นายเทตสึชิ ซากาโมโตะ รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลวัย 70 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลหาทางเพิ่มอัตราการเกิดของประชากรในประเทศที่กำลังตกต่ำ ให้มาดูแล หาทางแก้ปัญหาเรื่องความเหงาอีกเรื่อง
นายกรัฐมนตรีสึกะแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนถึงการแต่งตั้งตำแหน่งใหม่นี้เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และกล่าวด้วยความเป็นห่วงถึงปัญหานี้ในกลุ่มผู้หญิงว่า “โดยเฉพาะผู้หญิงกำลังรู้สึกเหงามากขึ้น และเผชิญกับอัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้น”
นายซากาโมโตบอกกับนักข่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาที่เขามองไว้ก็คือ “ผมหวังจะสนับสนุนให้มีกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยป้องกันความรู้สึกโดดเดี่ยวและการแยกตัวจากสังคม และกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน”
นายซากาโมโต บอกว่า กำลังพยายามหาทางร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง และจะจัดประชุมอย่างเร่งด่วน เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหานี้กัน อย่างที่มองไว้ก็เช่น จะร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางป้องกันการฆ่าตัวตาย และจะร่วมมือกับกระทรวงเกษตร เพื่อหารือเกี่ยวกับธนาคารอาหาร เป็นต้น
“เราจะทำงานอย่างครอบคลุมเพื่อจัดทำมาตรการที่หลากหลายออกมา” มิชิโกะ อูเอะดะ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาฆ่าตัวตายให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซีว่า ส่วนหนึ่งของปัญหานี้ก็เนื่องจากจำนวนหญิงโสดที่ไม่มีงานประจำทำมีเพิ่มขึ้น “ผู้หญิงส่วนมากไม่ค่อยแต่งงานกันแล้ว พวกเธอต้องหาเลี้ยงตัวเอง และพวกเธอก็ไม่มีงานประจำทำ และเมื่อมาเกิดโรคระบาดโควิด-19 แน่นอนว่าพวกเธอยิ่งลำบากมากๆ”

ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่โดยทั่วไปจะออกมาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ทำให้สังคมที่ทำงานกลายเป็นสังคมหลักที่ทำให้ได้พบปะกับผู้คน
“ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ชีวิตปกติประจำวันของคนที่อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ก็จะเป็นแบบนี้ ทำงานตั้งแต่เช้าจนค่ำ เลิกงานก็ไปดื่ม หรือกินข้าวกับเพื่อนๆ จากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน สถานที่เดียวที่พวกเขาซื้อสินค้าบริโภคต่างๆ บางทีอาจเป็นร้านค้าใกล้ๆ ซึ่งพวกเขาแทบจะไม่ได้พูดกับใครเลย” มันโจ ชิมาฮาระ หัวหน้า think tank บอก

