ใช้ทั้งวันดูแลกันบ้าง! แพทย์แนะเคล็ดลับยืดอายุสายตา-บริหารสมอง

รถยนต์ที่แข็งแกร่งขับแรงขับเร็วจะให้ใหม่ยังไง หากใช้งานก็ยังต้องบำรุงรักษา นับประสาอะไรกับ ‘สมองและดวงตา’ อวัยวะอันบอบบางแต่ใช้งานหนักทุกวัน ก็ต้องดูแลรักษาเช่นกัน

นพ.สมโภช นิปกานนท์ แพทย์ผู้ก่อตั้งสถาบันทางการแพทย์ อีลิท ไลฟ์ อินทิเกรทเตท เมดิคอล เซ็นเตอร์ (Elite Life Integrated Medical Center) เผยถึงการดูแลรักษาเทคนิคการดูแลรักษาสายตาและการบริหารสมอง ว่า คนส่วนใหญ่จะคิดว่าต้องรอให้เกิดผลกับร่างกายก่อน จึงค่อยรักษา แต่จริงๆแล้วเราสามารถใช้การแพทย์ผสมผสานที่เป็นลักษณะการดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้นเหตุได้

นพ.สมโภชกล่าวอีกว่า เริ่มจากการดูแลดวงตา ที่ปัจจุบันถูกใช้มากเป็นพิเศษ ตั้งแต่การจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน, การขับรถ, การเจอกับแสงแดดที่มากไป กระทั่งการใช้สมาร์ทโฟนที่มีคลื่นความถี่ ล้วนเป็นปัจจัยทำให้ประสาทตาทำงานผิดปกติ และส่งผลให้เกิดความเสื่อมถอยแก่ดวงตาอยู่ในทุกๆ วัน ดังนั้นการดูแลรักษาเพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานของสายตาอยู่กับเราไปยาวนาน จึงต้องควบคุมการทำงานในส่วนนี้ให้มีความพอดี พร้อมทั้งการบำรุงควบคู่ไปด้วย อาทิ การรับประทานวิตามินเอ ที่มีอยู่ในน้ำมันตับปลา, วิตามินดี, วิตามินอี และวิตามินเค ที่จะช่วยบำรุงสายตาให้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีผลบิลเบอร์รี่ ผลไม้ที่มีผลการวิจัยว่ามีแอนโธไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ เพิ่มจอสีประสาทตาให้ทนต่อแสงได้ดี

ส่วนการบริหารสมองนั้น สามารถทำได้ง่ายๆ ในทุกๆวัน เพราะปกติแล้วสมองจะมีลักษณะคล้ายกล้ามเนื้อ ถ้าขยันออกกำลังกาย ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะยังดีอยู่เต็มที่ แต่เมื่อวันใดที่เราบริหารสมองน้อยลง มีการคิดวิเคราะห์ คิดเชิงลึกน้อยลง ก็ส่งผลทำให้เสื่อมถอยไปได้เช่นกัน ทั้งนี้ สมองต้องการสารบางตัวเพื่อให้มีพละกำลังในการทำงาน อาทิ โคลิน ที่มีอยู่ในไข่แดงของไข่ไก่, ปลา, เนื้อสัตว์ และชีส

โดยสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยมีวิธีบริหารสมองเพื่อให้คงประสิทธิภาพไว้ ง่ายๆ 3 ข้อ ได้แก่ 1.การทำอะไรที่ชอบ อาทิ การดูแลต้นไม้, เลี้ยงสัตว์, ร้องเพลงฯลฯ 2.การทำอะไรใหม่ๆ หรือไม่ค่อยได้ทำ อาทิ การที่ผู้ชายจะไปลองเรียนเย็บปักถักร้อย, การใช้มือข้างที่ไม่ถนัดทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และ3.พักสมอง เมื่อเราใช้สมองแล้ว ต้องมีการพักผ่อน โดยควรนอนหลับให้สนิทเพื่อเป็นการพักผ่อน อย่างน้อยที่สุดวันละ 5 ชั่วโมง โดยห้องควรมืดสนิทเพื่อให้เมลาโทนินทำงานได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการอยู่กับอะไรที่มีความจดจ่อ เช่น การนั่งสมาธิ สวดมนต์ โดยให้ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ก็ถือเป็นการพักสมองไปในตัวด้วย

“4 ส่วนหลักของร่างกาย ได้แก่ อนุมูลอิสระในร่างกาย, การอักเสบของเนื้อเยื่อ, ฮอร์โมน และภูมิต้านทาน ถ้า 4 ส่วนนี้มีความสมดุล ก็ยากที่จะเกิดสิ่งผิดปกติกับอวัยวะสำคัญในร่างกาย โดยเฉพาะสมอง และดวงตา” นพ.สมโภชกล่าว

มีผู้รักสุขภาพแต่ชอบทางลัด กล่าวคือ เลือกรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแทนการกินอาหารที่แพทย์แนะนำข้างต้น ซึ่งดีหรือไม่นั้น

สลิลาพร กองทองมณีโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มี อินฟินิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย I-DEE (ไอ-ดี) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุงสมองและสายตา เผยว่า การทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นทางเลือกหนึ่ง โดยผู้บริโภคจะต้องเลือกทานในปริมาณที่พอเหมาะ หลายๆ คน อาจจะทานเยอะเกินความจำเป็นของร่างกาย ซึ่งแทนที่จะได้รับประโยชน์ อาจจะกลายเป็นโทษเพราะตกค้าง ทั้งนี้ การเลือกทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรดูสัดส่วนเท่าที่จำเป็นและพอเหมาะต่อร่างกาย อาจมีการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง

วิธีง่ายๆเพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

 

(1) นายแพทย์สมโภช นิปกานนท์
นายแพทย์สมโภช นิปกานนท์
(3) คุณมุ่ย-สลิลาพร กองทองมณีโรจน์
สลิลาพร กองทองมณีโรจน์
(7) ผลไม้บิลเบอร์รี่ ที่ให้สารอาหารที่มีประโยชน์กับดวงตา
ผลไม้บิลเบอร์รี่ ที่ให้สารอาหารที่มีประโยชน์กับดวงตา
(10) โคลิน ที่มีอยู่ในไข่แดงของไข่ไก่, ปลา, เนื้อสัตว์ และชีส
โคลิน ที่มีอยู่ในไข่แดงของไข่ไก่, ปลา, เนื้อสัตว์ และชีส
(11) ถั่ว ที่มีอินโนซิทอล (Inositol) ช่วยในการบำรุงตับ
ถั่ว ที่มีอินโนซิทอล (Inositol) ช่วยในการบำรุงตับ

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรุงศรีฯปลื้มสินเชื่อผ่อนชำระโตดีอานิสงส์0%-เบาใจเอ็นพีแอลคงที่
บทความถัดไปปฏิบัติการ “2 ยุทธ์” เมื่อ “บิ๊กตู่” จัดทัพเอง “บิ๊กเจี๊ยบ” ศิษย์ “บิ๊กแอ้ด” แซงโค้ง สี่เสาฯ ?