หน้าแรก ไลฟ์สไตล์ ไอที ไปไหนไปด้วย ค...

ไปไหนไปด้วย คนยิ่งมากรถยิ่งน้อย

29.08.16 | 12:51 น.

บทความโดย “ทราวิส คาลานิค ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ อูเบอร์”

ความทรงจำอย่างหนึ่งตอนผมเป็นเด็กที่โตขึ้นในลอสแองเจลิส (แอลเอ) ช่วงปี 1980 ก็คือรถติดแบบมองไม่เห็นหางแถว มันน่าเศร้าที่วันนี้ “สภาพการจราจรบนถนน-carmageddon” ยังคงหลอกหลอนในหลายๆ เมือง ผู้คนในแอลเอเสียเวลาบนท้องถนนไปกับการจราจร คิดแล้วเป็นเวลาถึงสองสัปดาห์ต่อปีเต็มๆ ที่แย่กว่านั้นก็คือนี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคนในมหานครทั่วโลก โดยเฉพาะในเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วอย่างกรุงมะนิลา

หลายครั้งหลายหนที่กรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองที่มีการจราจรแย่ที่สุดในโลก” เมื่อคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียในเชิงประสิทธิผลสำหรับเมืองนี้แล้วอาจสูงถึงวันละสามล้านเปโซ ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ได้ตระหนักถึงปัญหานี้และกำหนดให้เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งที่ประเทศฟิลิปปินส์กำลังเผชิญอยู่ ทั้งนี้ ในขณะที่ฟิลิปปินส์มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในเอเชียแต่กำลังถูกคุกคามและอาจทำให้การเติบโตนั้นชะงักไปจากสภาพการจราจรที่ย่ำแย่

ทราวิส คาลานิค
ทราวิส คาลานิค

หลายๆ แนวทางแก้ปัญหาได้ถูกเสนอเพื่อแก้วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งการสร้างถนนเพิ่ม กำหนดภาษีสำหรับรถยนต์คันที่สองด้วยอัตราที่สูงลิ่ว รวมไปถึงย้ายสถานที่ราชการต่างๆ ออกมานอกเมืองหลวง แต่แท้ที่จริงแล้วเรามีวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในทันทีจากปลายนิ้วของพวกเราเอง ในเมืองใหญ่ๆ อย่างเมืองแอลเอจนถึงกรุงมะนิลา โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณของภาครัฐ นั่นคือการหันมาใช้เทคโนโลยีที่ตอบสนองความต้องการ เปลี่ยนสมาร์ทโฟนธรรมดามาเป็นเครื่องมือค้นหาเพื่อนร่วมเดินทางเพื่อลดจำนวนรถที่สัญจรไปมาบนท้องถนน

แน่นอนว่า คาร์พูลหรือทางเดียวกันไปด้วยกัน ไม่ใช่แนวคิดใหม่และมีการพูดถึงมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งการใช้สมาร์ทโฟนเริ่มแพร่หลายมากยิ่งขึ้นทำให้ระบบที่สามารถใช้ค้นหาเพื่อนร่วมเดินทางที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้เป็นจริงได้ในที่สุด ซึ่งแอพพลิเคชั่นอย่าง อูเบอร์ (Uber) เองก็ตอบโจทย์นี้ คุณสามารถเดินทางร่วมกันจากปลายนิ้ว บริการอูเบอร์ พูล (UberPOOL) เป็นรูปแบบการให้บริการที่พิสูจน์ตัวมันเองแล้วในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก

Advertisement

ผมขอยกตัวอย่างบ้านเกิดของผมที่ลอสแองเจลิส บริการอูเบอร์ พูล ช่วยลดระยะทางการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนโดยรวมถึง 7.9 ล้านไมล์ และลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้ถึง 1,400 คิวบิกตัน ใน 7 เดือนแรก ขณะที่กรุงมะนิลา ผู้คนที่สัญจรไปมากว่า 73,000 ราย หันมาใช้บริการร่วมเดินทางนี้ตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนมิถุนายน ซึ่งตัวเลขผู้ใช้บริการมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และลดตัวเลขระยะทางในการขับขี่รถยนต์ไปได้ถึง 578,000 กิโลเมตร ลดอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงรวมที่ 27,200 ลิตร รวมถึงลดมลพิษทางอากาศไปถึง 64,000 กิโลกรัม ภายในเวลา 2 เดือน

ด้วยการทำให้ผู้คนสามารถเอื้อเฟื้อแก่เพื่อนร่วมทางไปด้วยกันได้ง่ายๆ เราสามารถเปลี่ยนรถยนต์ราวๆ 2.5 ล้านคัน ต้นเหตุของปัญหาจราจรในกรุงมะนิลามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหามากกว่าการสร้างปัญหา ผมรู้ว่ามันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นแต่โซลูชั่นที่จะแก้ปัญหา “จราจรจลาจล” ไม่ใช่การลดมูลค่าของรถยนต์ แต่เป็นการใช้รถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

ในระหว่างนั้นเรายังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของทุกคนได้อีกด้วย มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาให้เข้าถึงระบบขนส่งที่ทุกคนจ่ายได้ มีความน่าเชื่อถือช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน สำหรับผู้ขับขี่ที่เป็นผู้ร่วมขับจะได้รับรายได้พิเศษเพียงแค่กดใช้งานแอพพลิเคชั่น เปลี่ยนหนี้ก้อนโตจากการถือสินทรัพย์ประเภทรถยนต์สู่การสร้างรายได้ ทำไมต้องลำบากใช้รถยนต์ส่วนตัวในเมื่อการเดินทางมีตัวเลือกที่ถูกกว่า สะดวกกว่าการคว้ากุญแจขับรถออกจากบ้าน หาเส้นทางเลี่ยงรถติด หรือขับวนหาที่จอดรถ จริงๆ มันมีทางออกให้กับการจราจรบนท้องถนนที่เหมือนจะเป็นลานจอดรถ ที่ขยับไปได้ทีละนิดๆ เราก็แค่หาคำตอบและเดินทางไปด้วยกัน