คุณปู่ 5 แผ่นดิน นพ.เฉก ธนะสิริ “ผู้สูงอายุแห่งชาติ 64” ไร้โรค-แข็งแรง ตั้งเป้า 120 ปี

นายแพทย์เฉก ธนะสิริ

คุณปู่ 5 แผ่นดิน นายแพทย์เฉก ธนะสิริ “ผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2564” 96 ปี ไร้โรค-แข็งแรง ตั้งเป้า 120 ปี

ในปัจจุบันผู้สูงอายุหลายคนต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า “อายุเยอะแล้ว โรคภัยไข้เจ็บจะถามหา ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” แต่คงใช่ไม่ได้กับผู้สูงอายุท่านนี้ ซึ่งล่าสุดได้รับคัดเลือกให้เป็น “ผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2564” กับคุณปู่ 5 แผ่นดิน “นายแพทย์เฉก ธนะสิริ” ที่แม้อายุเข้าสู่เลข 96 แล้ว

แต่เชื่อหรือไม่…

“ผมไม่มีโรคประจำตัว และไม่เคยเจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลเลย” นายแพทย์เฉกเล่าด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

หลังเข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณเป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2564 เนื่องในวันผู้สูงอายุ 13 เมษายน จัดโดย กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ

นายแพทย์เฉก ธนะสิริ
นายแพทย์เฉก ธนะสิริ รับโล่ประกาศเกียรติคุณเป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2564

 

เรียนประถมชั้นเดียวกับรัชกาลที่ 8

กว่าจะมาถึงจุดนี้ ย้อนดูประวัตินายแพทย์เฉก บอกเลยไม่ธรรมดา โดยเกิดเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2468 หรือช่วงปลายรัชกาลที่ 6 พื้นเพเป็นคนกรุงเทพมหานคร ศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์

นายแพทย์เฉกเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “ผมเรียนประถมชั้นเดียวกันกับในหลวง รัชกาลที่ 8 ก่อนเข้าชั้น ป.4 พระองค์เสด็จฯไปเรียนต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์”

จากนั้นเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยจนจบมัธยมศึกษา ก็เข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แล้วศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนศึกษาต่อด้านสาธารณสุขศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา

ส่วนประวัติการทำงาน นายแพทย์เฉกเริ่มรับราชการที่กองควบคุมกามโรคและคุดทะราด กรมอนามัย เป็นนายแพทย์อนามัยจังหวัดนครราชสีมา ระหว่างปี พ.ศ.2497-2506 จากนั้นขยับขึ้นเป็นผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และเป็นรองปลัดกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี พ.ศ.2524-2529

นอกจากงานประจำ นายแพทย์เฉกยังเคยทำงานการเมืองและสังคม ได้แก่ เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2516, กรรมการอำนวยการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรรมการวางแผนสาธารณสุขแห่งชาติ, กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย, นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย, นายกสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราช ตลอดจนเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิม และชมรมอยู่ 100 ปี-ชีวีเป็นสุข

ปัจจุบันนายแพทย์เฉกไม่ได้ทำงานแล้ว อาจมีรับเป็นวิทยากรบรรยายด้านการดูแลสุขภาพให้อายุยืนยาวบ้าง

ซึ่งแม้อายุจะย่างใกล้เลขสามหลัก แต่นายแพทย์เฉกยังคงเดินเหินคล่องแคล่ว ไม่ต้องให้ใครมาช่วยประคอง ยังคงพูดโต้ตอบได้ปกติ เสมือนคนเพิ่งเกษียณ เพียงแต่ต้องพูดเสียงดังหน่อย เพราะหูตึงตามวัย

ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่คุณปู่ท่านนี้เลี่ยงไม่ได้

 

นายแพทย์เฉก ธนะสิริ และครอบครัว
นายแพทย์เฉก ธนะสิริ สมัยหนุ่ม
นายแพทย์เฉกสมัยหนุ่มๆ

 

เคล็ดลับ 96 ปี ‘กิน-ออกกำลังกาย-สมาธิ’

นายแพทย์เฉกเล่าว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ สิ่งที่ได้รับในวันนี้ เป็นผลจากที่ผมได้ปฏิบัติตัว ทั้งร่างกาย วิญญาณ ตั้งแต่สมัยยังหนุ่มแน่น

ด้วยบทบาทนายแพทย์สาธารณสุข ไม่ใช่แพทย์รักษาคน แต่เป็นแพทย์ที่จะต้องทำอย่างไรให้คนเกิดมาแล้ว ไม่เจ็บ ไม่ป่วย หรือเจ็บป่วยให้น้อยที่สุด

นายแพทย์เฉกจึงต้องทำตัวเองให้เป็นตัวอย่าง ในการปฏิบัติตัวและดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ภายใต้ความคิดที่ย้ำตนเองเสมอว่า

“เราอยู่ในสายตาของประชาชน”

“ผมให้ความสำคัญกับการกิน การออกกำลังกาย การรักษาศีลเจริญจิตภาวนาเป็นหลัก อย่างการกินสำคัญที่สุด ผมจะเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นพืชผักผลไม้เป็นหลัก ส่วนเนื้อสัตว์ ก็กิน แต่กินน้อยมาก และเลือกกินเฉพาะสัตว์น้ำ ปลา กุ้ง”

“ผมไม่ได้งดอาหาร ยังกินครบ 3 มื้อ เพียงแต่กินอาหารอย่างถูกต้อง ออกกำลังกายให้ถูกต้อง ให้น้ำหนักและส่วนสูงคงที่ตลอดอายุ หรือพูดง่ายๆ พยายามไม่ให้ตัวเองไม่อ้วน ไม่ผอม เพื่อจะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ”

การออกกำลังกายของนายแพทย์เฉกน่าสนใจไม่น้อย ทลายกรอบความคิดของใครหลายคน ที่อาจเข้าใจว่าผู้สูงอายุคนหนึ่งออกกำลังกายได้ คงได้แค่เพียงวิ่งเหยาะๆ เดินแกว่งแขนไปมาเท่านั้น แต่นี่คือ “ว่ายน้ำจงกลม ยกน้ำหนัก ยืนด้วยศีรษะ (Head Stand)”

นายแพทย์เฉกอธิบายว่า ผมนำหลักการการกำหนดลมหายใจเดินจงกลม จากการเรียนวิปัสสนากรรมฐานมาใช้ ในการออกกำลังกายและโยคะ อย่างว่ายน้ำที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ก็ทำเป็น “ว่ายน้ำจงกลม” คือว่ายไปภาวนาไปในทุกอิริยาบถ เช่น ภาวนาให้เรามีสุขภาพดี ภาวนาให้เรามีอายุยืนยาว ภาวนาให้เรามีความสุข ภาวนาให้เราปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ภาวให้ลูกหลานของเรามีชีวิตที่ยืนยาวและดีงาม

“ซึ่งผมตั้งข้อสังเกตว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ผมภาวนา”

ส่วนท่ายืนด้วยศีรษะนั้น นายแพทย์เฉกให้เหตุผลว่า เป็นหนึ่งในท่าโยคะ ที่ช่วยให้เลือดมาหล่อเลี้ยงศีรษะ

“ท่านี้ผมจะทำค้างไว้ 3-5 นาที”

อย่างไรก็ดี…

“การออกกำลังกายเป็นประจำ ทำให้ผมสามารถใส่เสื้อผ้า กางเกงเดิมที่ใส่มาตลอด 30-40 ปีได้ตามปกติ เพราะไซซ์ไม่เปลี่ยน เมื่อสามารถคงรูปร่างให้สันทัด ไม่อ้วน ไม่ผอมได้ โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่มี และเมื่อจิตใจดี มีศีล มีสมาธิ ก็มีปัญญา รู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร เมื่อเป็นอย่างนี้ชีวิตเราก็จะยืนยาวและมีความสุข”

ออกกำลังกาย
นั่งสมาธิ
รดน้ำต้นไม้
เหรียญรางวัลจากแข่งโอลิมปิกสำหรับแพทย์ผู้สูงอายุจากทั่วโลก

 

สุขภาพแข็งแรงมีดีมากกว่าที่คิด

แต่สิ่งที่นายแพทย์เฉกภูมิใจนำเสนอมากที่สุด คือ ลูกๆ ทั้ง 3 คน ที่เป็นลูกไม้ตกไม่ไกลต้น หลังได้เห็นคุณพ่อ และคุณแม่ (แพทย์หญิงวิลิศ วีรานุวัตติ์) ปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่าง ได้หล่อหลอมลูกๆ ให้กลายเป็นคนรักสุขภาพเช่นกัน แม้วันนี้ลูกๆ ทั้ง 3 คนจะเข้าสู่วัยเกษียณอายุแล้ว แต่ทุกคนก็ยังมีร่างกายที่แข็งแรง และไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเลย เหมือนคุณพ่อคุณแม่เลย

“ผลของการที่เราปฏิบัติตัวดี แข็งแรง มีสุขอนามัยที่ดี ผลก็คือ ลูกหลานของเราก็จะได้ดีไปด้วย เป็นลูกหลานที่แข็งแรง มีจิตวิญญาณของนักต่อสู้ ชีวิตมีแต่เจริญก้าวหน้า”

“ฉะนั้นหากคนทั้งประเทศสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างนี้ คนไทยก็จะอายุยืนและมีความสุขได้ บ้านเมืองก็จะเจริญก้าวหน้าต่อไป”

“จากเรื่องราวของผม คุณสามารถเลือกชีวิตได้ว่าจะเป็นอย่างไร หากใช้ชีวิตอย่างนี้ กิน ออกกำลังกายอย่างนี้ แล้วทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อยากิน ไม่ต้องเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล ลองพิจารณาดู”

“เช่นเดียวกับคำถามที่ว่า ผู้สูงอายุจะไม่เป็นภาระของลูกหลานได้อย่างไร นั่นก็คือการทำตัวเองให้แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อนั้นลูกหลานก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเวลาผู้สูงอายุป่วยเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นปู่ย่าตายาย เพราะเมื่อเราแข็งแรง ลูกหลานก็สามารถไปทำมาหากินได้เต็มที่ สามารถใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี จะช่วยให้เหตุการณ์ทุกอย่างดีขึ้น ผลพลอยได้อีกอย่างคือ ลูกหลานก็จะปฏิบัติตามเรา มีอายุยืนยาว และมีความสุขเช่นกัน” นายแพทย์เฉกทิ้งท้ายว่า ผมมีความตั้งใจอยากทดลองให้คนไทยเห็นว่า อายุเฉลี่ยของมนุษย์ไม่ใช่ 80-90 ปีแล้วอีกต่อไปแล้ว

“แต่ต้องเป็น 120 ปี ขณะนี้ผมก็ 96 ปีแล้ว จะดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด กินอาหารถูกต้อง ออกกำลังกายถูกต้อง รักษาศีลของศาสนานั้น ส่วนมันจะแค่ไหนก็แล้วแต่ แต่ตั้งเป้า 120 ปี”

นายแพทย์เฉก ธนะสิริ (
นายแพทย์เฉก ธนะสิริ (
นายแพทย์เฉก กับภรรยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กงสุลใหญ่ ณ คุนหมิง เปิดงานสัปดาห์ข้าวหอมมะลิไทย
บทความถัดไปอาชีพ ‘ทำรองเท้าแตะ’ ทำเงิน ส่งออกรุ่ง ‘พณ.’ ชี้ไทยได้เปรียบ แต้มต่อภาษีเอฟทีเอ 16 ปท.