รอยสักของหญิงเวียดนามเหล่านี้ ล้วนมี ‘เรื่องราว’ ?

(ภาพเอเอฟพี)

รอยสักของหญิงเวียดนามเหล่านี้ ล้วนมี ‘เรื่องราว’ ?

ถึงแม้ปัจจุบัน คนในเวียดนามจะเปิดใจ มีทัศนคติที่ดีต่อคนที่มีรอยสักต่างจากเมื่อก่อน แต่ถึงกระนั้นจากการสำรวจเล็กๆ ที่จัดทำโดยบริษัทสำรวจทางการตลาด Q&Me เมื่อปี 2558 ซึ่งเป็นข้อมูลอัพเดตที่สุดก็พบว่า มีคนเวียดนามเพียง 4% เท่านั้นที่มีรอยสัก และมีชาวเวียดนามร้อยละ 25 ที่บอกว่า เห็นรอยสักแล้วรู้สึกกลัว

ปัจจุบัน ถึงแม้ทัศนคติต่อการมีรอยสักของคนในเวียดนามกำลังเปลี่ยนไป แต่แทตทู หรือ “รอยสัก” ก็ยังถูกมองว่าเกี่ยวโยงกับพวกอันธพาล โสเภณี หรือพวกแก๊งอาชญากรรมอยู่ดี

หง็อก ไลค์ ช่างสักแทตทูชาวกรุงฮานอยวัย 28 เล่าให้ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเอเอฟพีฟังว่า “ฉันเคยพบกับผู้หญิงหลายคนที่เล่าให้ฟังว่า พวกเธออยากมีรอยสัก แต่พวกเธอเกิดมาในยุคที่ไม่มีใครเห็นด้วยกับการไปสัก” หง็อก ไลค์ ยังเล่าด้วยว่า ตอนที่เธอตัดสินใจเปิดร้านสักในอพาร์ตเมนต์ที่เธออยู่ ยังมีเสียงเยาะเย้ยว่าเธอต้องเรียนจบด้วยเกรดไม่ดี จึงต้องหันมายึดอาชีพนี้ เพราะไม่มีทางเลือก ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่เลย

“การเป็นช่างสักแทตทู ฉันต้องยอมรับความจริงว่า ต้องมีคนที่ไม่ยอมรับความสามารถของฉัน การศึกษาของฉัน และบุคลิกภาพของฉัน พวกเขามักจะพูดว่า เธอมาทำอาชีพนี้เพราะเธอเรียนหนังสือได้คะแนนไม่ดี”

ขณะที่คนในสังคมส่วนใหญ่อาจมีมุมมองและทัศนคติที่หลากหลายต่อ คนที่มีรอยสัก แต่ในมุมมองของผู้ที่ไปสักแทตทู มีหลายคนที่มองว่า นี่คือการเยียวยา “บาดแผล” ในจิตใจ

อย่างเช่น ตรัน ฮา เหวียน ครูวัย 41 ที่ตัดสินใจไปสักแทตทูที่ร้านของหง็อก ไลค์ หลัง “หย่า” กับสามีหัวเก่าเจ้าระเบียบที่ระบายความในใจว่า “อดีตสามีของฉันแอนตี้รอยสักบนร่างกายฉันมากๆ ขณะที่ฉันเองก็กลัวจะถูกไล่ออกจากงาน ถ้าหากมีใครเห็นรอยสักของฉัน”

แต่หลังจากแยกทางกับสามี ตรัน ฮา เหวียน เล่าว่า เธอต้องการ “คลีน” ตัวเองจากเธอคนเดิม และเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยกล้าทำมาก่อนในชีวิต “แล้วนี่ก็เป็นเพียงรอยสักเล็กๆ แต่มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของฉัน”

(ภาพเอเอฟพี)


ขณะที่ เหวียน ฮอง ไท วัย 46 ซึ่งไปสักแทตทูรูปดอกกุหลาบบนรอยแผลเป็นที่บริเวณหน้าท้อง พร้อมข้อความว่า “อยู่ในใจฉันชั่วนิรันดร์” บนแขนข้างหนึ่ง หลังจากสามีเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดไปไม่กี่เดือน เล่าว่า สามีอยากให้เธอไปสักแทตทูมานานแล้ว

“ตอนนี้เขาจากไปแล้ว ฉันคิดว่าเขาต้องอยากให้ฉันเข้มแข็ง เป็นคนอย่างที่ฉันเป็นมาตลอดเหมือนตอนที่ฉันอยู่กับเขา แล้วรอยสักเหล่านี้ช่วยทำให้ฉันเข้มแข็ง และมั่นใจที่จะทำให้ได้” เหวียน ฮอง ไท เล่าพร้อมรอยยิ้มกว้าง

(ภาพเอเอฟพี)

ขณะที่หญิงวัย 33 ที่เข้ามาให้หง็อก ไลค์ สักรอยสักเพื่อปิดรอยแผลผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบที่อยู่กับเธอมานาน 14 ปี และเธอก็รู้สึกอายรอยแผลเป็นนั้น เล่าว่า “ฉันเคยคิดจะไปที่คลินิกเพื่อให้ลบรอยแผลเป็นให้ แต่แล้วฉันก็คิดได้ว่า ทำไมฉันไม่ไปสักแทตทูเพื่อปิดรอยแผลเป็นนี้”

หลังจากได้เห็นรอยสักรูปกิ่งดอกไม้สีชมพูสวยงามตรงกึ่งกลางหน้าท้อง เธอบอกว่า “ฉันรู้สึกกลัวเหมือนกันว่า ถ้าคนในบ้านมาเห็นรอยสักนี้ พวกเขาอาจจะคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงชอบปาร์ตี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ นี่มันชีวิตของฉัน และถ้าฉันสามารถหายอายจากแผลเป็นนี้ได้ ชีวิตก็ดูน่าสนใจขึ้นมาก”

(ภาพเอเอฟพี)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เผยรายชื่อสมาชิกราชวงศ์ 30 พระองค์ที่ร่วมพิธีพระศพเจ้าชายฟิลิป วันเสาร์นี้
บทความถัดไป‘พระพยอม’ ขอบิณฑบาตชีวิต ‘เพนกวิน-รุ้ง’ เลิกอดอาหาร ย้ำไม่เสียอุดมการณ์ สะท้อนระบบยุติธรรมแล้ว