เช็กเลย ‘ปวดหัว’ แบบไหน ต้องพบแพทย์ด่วน!

23.04.21 | 10:37 น.

เช็กเลย ‘ปวดหัว’ แบบไหน ต้องพบแพทย์ด่วน!

สําหรับความรู้สึก “ปวดหัว” หรือ “โรคปวดศีรษะ” นั้นเชื่อว่าเป็นประสบการณ์ที่หลายคนต่างเคยประสบ ทว่าการปวดหัวก็มีหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่นอนพักสักหน่อยก็หาย ไปจนถึงปวดไมเกรน และปวดมากๆ จนน้ำตาไหล แล้วแบบไหนคืออาการปวดหัวแบบที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที!

นพ.ชยานุชิต ชยางศุ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบสมอง ศูนย์โรคระบบสมอง โรงพยาบาลนวเวช ไขข้อสงสัย โดยให้ข้อมูลว่า อาการปวดศีรษะที่ควรรีบมาพบแพทย์ มีดังนี้

1.อาการปวดศีรษะที่เป็นแบบเฉียบพลัน รุนแรง โดยเฉพาะความรู้สึกว่าอาการปวดเป็นการปวดที่สุดในชีวิตที่เคยเป็นมา

2.มีอาการร่วมโดยเฉพาะ มีไข้ หรือมีคอแข็ง (ก้มศีรษะแล้วรู้สึกตึงหรือปวดบริเวณคอ)

3.มีอาการชัก ซึม สับสน หรือหมดสติร่วมด้วย

Advertisement

4.ปวดศีรษะแบบเฉียบพลันรุนแรงทันทีหลังการออกกำลังกาย หรือมีการกระทบกระแทกบริเวณศีรษะ

5.ไม่เคยปวดศีรษะเป็นประจำมาก่อน แล้วมีอาการเฉียบพลันขึ้นมาโดยเฉพาะในคนที่อายุมากกว่า 40 ปี หรือปวดศีรษะรุนแรงในขณะกำลังตั้งครรภ์

6.มีอาการแขนขาอ่อนแรง ชา ตามองเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็น (อาการเห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นนี้
อาจเกิดขึ้นได้ในคนที่เป็นไมเกรน แต่มักจะหายไปในเวลาไม่นาน) อย่างไรก็ตาม ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคก่อน

และ 7.มีความกังวล หรือไม่แน่ใจว่าอาการปวดศีรษะอาจเป็นจากโรคร้ายแรงอย่างอื่น โดยเฉพาะถ้าปวดศีรษะบ่อยๆ หรือรุนแรง

สำหรับ วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดศีรษะ คือ

1.ทานยาแก้ปวด เมื่อมีอาการปวดศีรษะ อย่ารอจนอาการเป็นรุนแรง ยาที่ทานเป็นตัวแรกแนะนำ Paracetamol (ถ้าไม่เคยแพ้ Paracetamol) หรือทานยาตามที่แพทย์สั่งถ้าเคยมาพบแพทย์แล้ว

และ 2.นอนพัก หรือถ้าหลับได้จะทำให้อาการดีขึ้นเร็ว พยายามหาที่มีแสงน้อย เงียบ เย็น จะทำให้อาการดีขึ้นได้

ส่วน ปัจจัยที่เป็นสาเหตุกระตุ้นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อย ได้แก่

1.ความเครียด ซึ่งหมายรวมถึงทุกอย่างที่ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะ stress อาทิ รถติด อากาศร้อน แสงจ้า กลิ่นบางชนิดเช่นควันบุหรี่ ควันรถยนต์ กลิ่นน้ำหอม ช่วงมีประจำเดือน

2.ไม่ได้ทานอาหาร โดยเฉพาะมื้อเช้า หรือทานเลยเวลามากเกินไป

3.ได้รับกาเฟอีนมากหรือน้อยเกินไป มากเกินไป เช่น กาแฟวันละเกิน 3 แก้วขึ้นไป หรือน้อยเกินไป เช่น คนที่ทานกาแฟเป็นประจำทุกวันแล้วไม่ได้ทาน

4.นอนไม่พอ หรือนอนมากเกินไป นอนไม่หลับ นอนกรน หรือหยุดหายใจขณะหลับ

5.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

และ 6.รับประทานอาหารบางชนิด เช่น ชา กาแฟ ชีส ช็อกโกแลต ผงชูรส

นพ.ชยานุชิต ชยางศุ