วัคซีนโควิดกับผู้สูงอายุ กลุ่มไหนควรฉีด-ไม่ฉีด!!
ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุข ทยอยเปิดให้ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งขณะนี้มีให้เลือก 2 ยี่ห้อ คือ แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) และ ซิโนแวค (Sinovac) เป็นความสนใจที่มาพร้อมคำถาม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งมีทั้งกลุ่มแข็งแรง กลุ่มที่มีโรคประจำตัวไม่ติดต่อเรื้อรัง กลุ่มติดเตียง กลุ่มไหนควรฉีด ไม่ฉีดยังไงดี ในการเสวนาหัวข้อ “วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มไหนเสี่ยง-ไม่เสี่ยง?” จัดโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุ (มส.ผส.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย
ผศ.พญ.สิรินทร ฉันศิริกาญจน แพทย์อายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้มาไขข้อสงสัย โดยระบุว่า จากการรวบรวมข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนและเป็นข้อมูลจากหลายแห่ง สามารถแยกกลุ่มผู้สูงอายุที่ควรและไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ดังนี้
กลุ่มผู้ที่ไม่ควรได้รับวัคซีน ได้แก่
1.เป็นผู้ที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือนข้างหน้า หรือเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย เช่น ป่วยโรคมะเร็ง หากรับวัคซีนเข้าไปอีก จะทำให้ท่านลำบาก วัคซีนที่เข้าไปก็ไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันอยู่ดี
2.ผู้ที่มีประวัติเคยแพ้วัคซีน หรือแพ้ยา หรือส่วนประกอบวัคซีนอย่างรุนแรง
3.ผู้ที่เคยได้พลาสมา (Plasma) หรือน้ำเหลือง หรือผลิตภัณฑ์จากเลือด ที่ใช้ในการรักษาโควิด-19 ภายใน 90 วัน หรือ 3 เดือนที่ผ่านมา
4.ผู้ที่เพิ่งตรวจพบเชื้อโควิด-19 ภายใน 10 วันที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มที่ต้องให้แพทย์พิจารณาเป็นพิเศษก่อนฉีดวัคซีน ได้แก่ 1.ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ยังไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ 2.ผู้มีอาการเกี่ยวกับสมอง หรือระบบประสาทอื่นๆ 3.ผู้มีประวัติเลือดออกผิดปกติ 4.ผู้ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือ Warfarin ที่มีค่า INR มากกว่า และ 4.คนที่ยังมีไข้หรือเพิ่งหายไข้ไม่เกิน 14 วัน
“หากไม่มีภาวะข้างต้น ท่านก็ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทุกคน อย่าตื่นกลัววัคซีน แต่ให้กลัวโควิด-19 จะดีกว่า เพราะผู้สูงอายุ หากติดเชื้อแล้ว โอกาสเสียชีวิตมากกว่าวัยอื่นๆ บางคนอายุ 70 กว่า เคยแข็งแรง กระฉับกระเฉง ติดเชื้อไม่มีอาการเลยในช่วง 4–6 วันแรก พอเข้าวันที่ 7 ขึ้นไป เริ่มมีอาการและรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต”
ในส่วนผู้สูงอายุติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่อยู่แต่บ้าน ควรได้รับวัคซีนหรือไม่นั้น ผศ.พญ.สิรินทร แนะนำว่า หากไม่มีภาวะข้างต้นที่กล่าวมา ก็ควรฉีดวัคซีนอย่างยิ่ง เนื่องจากแม้ผู้สูงอายุจะอยู่แต่บ้านไม่ออกไปไหน แต่ส่วนใหญ่ก็ติดจากคนในบ้านที่ออกไปทำกิจกรรมข้างนอก แล้วกลับมารับประทานข้าวด้วยกันในบ้าน ฉะนั้นถือว่ายังอันตรายอยู่ อย่างไรก็ดี เร็วๆ นี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมแผนส่งทีมงานไปฉีดวัคซีนให้ถึงบ้าน สำหรับผู้ป่วยติดเตียง พร้อมเฝ้าสังเกตอาการหลังฉีด 30 นาที
“ตอนนี้อยากบอกผู้สูงอายุว่า มีวัคซีนอะไรในประเทศ ไม่ต้องเลือกหรอก จะแอสตร้าเซนเนก้า หรือซิโนแวค ก็ใช้ได้ดีทั้งนั้น รับรองโดยข้อมูลทางการแพทย์ในต่างประเทศ และข้อมูลผู้สูงอายุอายุ 80-90 ปีที่มาฉีดที่โรงพยาบาลรามาฯ แล้วหลายหมื่นราย เพราะเมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แม้จะยังมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 อยู่ แต่ก็ลดโอกาสการเจ็บป่วยรุนแรง การเสียชีวิตไปได้มาก” ผศ.พญ.สิรินทรกล่าวทิ้งท้าย



