5 วิธีคุยอย่างไร ให้ได้ใจลูกวัยรุ่น
หลายครอบครัวที่มีลูกวัยฮอร์โมนกำลังเผชิญกับความเฉยชา เริ่มมีความรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ลูกไม่เหมือนก่อน “พูดน้อย ไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ เก็บตัวอยู่ลำพัง” ยิ่งมีสมาร์ทโฟนให้ไปด้วยเรียกว่า หายเงียบ!!
เป็นสัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาแล้วต้องปรับสัมพันธภาพในครอบครัวใหม่ กับเคล็ดลับ 5 วิธี “คุยให้ได้ใจ ลูกวัยรุ่น” จากเว็บไซต์เพื่อนครอบครัว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แนะนำดังนี้
1.คำถามสร้างสรรค์ พ่อแม่ต้องเข้าใจลูกก่อนว่า วัยรุ่นต้องการคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง ฉะนั้นการตั้งคำถามให้ลูกวัยรุ่นได้คิดได้เลือก ได้ผลกว่าคำสั่งสอนและประโยคสั่งการแบบเดิม โดยแนะนำให้ตั้งคำถามปลายเปิดให้เด็กได้คิด เช่น กระตุ้นให้คิดก่อนตอบ ถามถึงข้อดีข้อเสีย ให้ลูกตั้งข้อสงสัย ทั้งหมดนี้หากพ่อแม่ตั้งคำถามได้ดี นอกจากจะกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวได้แล้ว ยังทำให้ลูกเป็นคนคิดรอบด้าน ไม่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกง่ายๆ
2.เป็น “นักฟัง” ที่ดี พูดให้น้อย ฟังให้มาก คือคาถาสำคัญสำหรับการเป็นพ่อแม่ที่มีลูกวัยรุ่น พ่อแม่หลายคนอาจจะบอกว่า ก็รอฟังอยู่ทุกวันลูกไม่เห็นพูดอะไร ถ้าเจอแบบนี้ อาจต้องทบทวนเรื่องราวแต่หนก่อน ว่าได้รับฟังลูกอย่างไร เพราะอาจไปฟังแล้วตัดสินทันทีว่าเรื่องที่ลูกเล่าดีหรือไม่ดี ใช่หรือไม่ใช่ แล้วตั้งหน้าตั้งตาสั่งสอน ทั้งนี้ การฟังลูกยังทำให้เราได้รู้ถึงความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก ความต้องการของลูก
3.เติมกำลังใจให้พลังบวก เพราะเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ วัยแห่งการค้นหาเส้นทางของตัวเอง การถูกตำหนิห้ามปรามของพ่อแม่ จึงทำให้เกิดการต่อต้าน หรือท้าทายอำนาจของผู้ใหญ่ จึงแนะนำให้ใช้คำพูดเชิงบวก เช่น พูดกระตุ้นให้ลูกเห็นสิ่งที่ดีในตัวเอง ทำให้เกิดความภาคภูมิใจเสริมความเชื่อมั่น กล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ และสามารถพัฒนาตัวเองต่อไปได้ แทนที่จะพุ่งเป้าไปที่ปัญหาของลูก
“แทนที่จะพูดว่า “ยอดเยี่ยมเลยลูก เกรดเทอมนี้” มาชมว่า “ที่ลูกตั้งใจเรียนมาทั้งเทอมมันยอดเยี่ยมจริงๆ” ลูกจะรู้ว่าความสำคัญอยู่ที่ความมุมานะพยายาม ซึ่งเราลงมือทำได้ ส่วนผลลัพธ์นั้น บ่อยครั้งเราควบคุมไม่ได้ ดังนั้นความภูมิใจจึงอยู่ที่ว่า เราได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วต่างหาก”
4. ศิลปะแห่งการตำหนิ จริงๆ ไม่ว่าช่วงวัยไหน ไม่มีใครอยากโดนตำหนิ ฉะนั้นพ่อแม่ต้องสื่อสารแบบไม่สะเทือนอารมณ์ลูก ด้วยการบอกถึงความรู้สึกของตัวเองให้ลูกได้รับรู้ อย่างแทนที่จะพูดว่า “ทำไมลูกถึงกลับบ้านดึกแบบนี้ ไม่รู้หรือยังไงว่ามันอันตราย” เปลี่ยนเป็น “พ่อแม่เป็นห่วงมากนะที่ลูกกลับบ้านดึก เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” ค่อยน่าคุยด้วยขึ้นแยะ
5.”ขอบคุณ” และ “ขอโทษ” เพราะคำขอบคุณจะทำให้ลูกรู้ว่า สิ่งที่เขานั้นเป็นสิ่งที่ดี พ่อแม่มองเห็นและชื่นชม เช่นเดียวกับคำขอโทษ ลูกจะเรียนรู้ว่า ถ้าทำผิดเราควรยอมรับผิด ขอโทษ แล้วทำใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
สำรวจตัวเองและปรับวิธีคุยลูกวัยรุ่น

